MGC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MGC
บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
8.55
0.15 (1.72%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8875 out_tok=2929 at=2026-07-25T20:10:18 --> # MGC กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 101.6% รับยอดขายยานยนต์ฟื้น-กำไรขั้นต้นแกร่ง ## รายได้-กำไรโตตามอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากอุปทานจำกัดและท่องเที่ยวคึกคัก บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 595.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 22,981.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% ปัจจัยหลักมาจากกลุ่มธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ที่ฟื้นตัวตามสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย และการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MGC ในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ และการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น** ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 101.6% หรือ 322.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2564 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **การฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจจำหน่ายยานยนต์:** รายได้จากการขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 8.0% เป็น 22,981.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้ยอดขายรถยนต์ BMW และ Mini โดยบริษัท MAG และยอดขายรถยนต์ Rolls-Royce โดยบริษัท GW เพิ่มขึ้น รวมถึงยอดขายรถจักรยานยนต์ Harley-Davidson โดยบริษัท USM ที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ราคาขายเฉลี่ยต่อคันของรถยนต์ Rolls-Royce และรถจักรยานยนต์ Harley-Davidson ยังปรับตัวสูงขึ้นในปี 2565 * **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 8.4% ในปี 2564 เป็น 10.0% ในปี 2565 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 510.3 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจาก (1) อุปทานรถยนต์ BMW ที่จำกัดในปี 2565 ทำให้การแข่งขันด้านราคาลดลง (2) การจำหน่ายรถยนต์ BMW Special Lot ที่ใช้ในงานประชุม APEC ซึ่งมีอัตรากำไรดี และ (3) การให้บริการเช่ารถยนต์ระยะสั้นของบริษัท MCR ที่เติบโตตามภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าการเช่าระยะยาว ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การที่อุปทานรถยนต์ BMW ที่จำกัดเป็นปัจจัยที่อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อสถานการณ์การผลิตทั่วโลกกลับสู่ภาวะปกติ การแข่งขันด้านราคาอาจกลับมาอีกครั้ง ส่วนการเติบโตของการเช่ารถยนต์ระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 101.6%** แตะ 595.6 ล้านบาท จาก 295.5 ล้านบาทในปี 2564 * **รายได้รวมปี 2565 เพิ่มขึ้น 8.1%** เป็น 23,076.2 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 22,981.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% * **อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว** จาก 8.4% เป็น 10.0% คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 510.3 ล้านบาท * **ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** จากค่าใช้จ่ายการตลาดและค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าใช้จ่ายเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ * **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 74.7 ล้านบาท เหลือ 34.2 ล้านบาท จากการตั้งสินทรัพย์ทางภาษีรอตัดบัญชีของ MCR ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 23,076.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% หรือ 1,725.9 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 22,981.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% หรือ 1,710.6 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ที่ฟื้นตัวตามสถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ BMW, Mini, Rolls-Royce และ Harley-Davidson เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยต่อคันที่สูงขึ้นในบางรุ่น กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 28.5% หรือ 510.3 ล้านบาท เป็น 2,302.1 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวจาก 8.4% เป็น 10.0% ปัจจัยสนับสนุนคืออุปทานรถยนต์ BMW ที่จำกัดทำให้การแข่งขันราคาลดลง การจำหน่ายรถยนต์ Special Lot และการเติบโตของธุรกิจเช่ารถยนต์ระยะสั้น กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 595.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.6% หรือ 300.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2564 อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 1.4% เป็น 2.6% แม้ว่าต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลให้ความต้องการยานยนต์เพิ่มขึ้น * **การท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก:** หนุนการเติบโตของธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์ระยะสั้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี * **การขยายธุรกิจ:** การลงทุนในศูนย์จัดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ เช่น BMW สาขาพัฒนาการ-ศรีนครินทร์, Honda สาขาบางนา และ Harley-Davidson สาขาพระราม 5 รวมถึงการลงทุนในบริษัท Alpha X จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคต * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การปรับรูปแบบการกู้ยืมเงินจากระยะสั้นเป็นระยะยาว และการชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วน ช่วยลดภาระดอกเบี้ย ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอุปทานยานยนต์:** การที่อุปทานรถยนต์ BMW ที่จำกัดเป็นปัจจัยหนุนกำไรขั้นต้นในปี 2565 หากสถานการณ์อุปทานกลับสู่ภาวะปกติ อาจส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาเพิ่มขึ้น * **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้ายานยนต์ อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน * **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดรถยนต์และบริการหลังการขายยังคงมีการแข่งขันสูง * **การขยายสาขาของ MMS:** บริษัท MMS ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ ยังคงมีผลประกอบการขาดทุนจากการขยายสาขาและฐานลูกค้า ซึ่งต้องใช้เวลาในการถึงจุดคุ้มทุน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอุปทานยานยนต์:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การผลิตทั่วโลก และผลกระทบต่ออุปทานรถยนต์แบรนด์หลักที่ MGC จัดจำหน่าย * **การแข่งขันด้านราคา:** หากอุปทานยานยนต์กลับสู่ภาวะปกติ จะส่งผลต่อการแข่งขันด้านราคาและอัตรากำไรขั้นต้นอย่างไร * **ผลประกอบการของบริษัท MMS:** ความคืบหน้าในการขยายสาขาและฐานลูกค้า รวมถึงการบรรลุจุดคุ้มทุนของธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ * **การเติบโตของธุรกิจเช่ารถยนต์ระยะสั้น:** การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจะส่งผลต่อรายได้และกำไรของธุรกิจนี้มากน้อยเพียงใด * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่ยอดขายยานยนต์เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ มีการสั่งซื้อยานยนต์มาเตรียมจำหน่ายเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในยอดขาย * **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบของราคาวัตถุดิบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง แต่การที่ GPM เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ว่า MGC สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้ หรือมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี * **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 8.4% เป็น 10.0% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หนุนกำไร * **ส่งออก:** ไม่ได้มีข้อมูลการส่งออกในเอกสาร * **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง "กำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน" ในส่วนของรายได้อื่น * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือและสินค้าเพื่อการจัดแสดงเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการจำหน่ายที่คาดว่าจะดีขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 19.4% เป็น 12,328.2 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สิทธิการใช้, สินค้าคงเหลือ, ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และเงินลงทุนในบริษัทร่วม * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 17.3% เป็น 11,049.9 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อจ่ายค่าเช่า และเจ้าหนี้การค้า * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 40.7% เป็น 1,278.3 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นและการเพิ่มทุนจดทะเบียน * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 10.4 เท่า เป็น 8.6 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้นในสัดส่วนที่มากกว่าหนี้สินรวม * **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 7.6 เท่า เป็น 6.5 เท่า * **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** ลดลงเล็กน้อยจาก 0.83 เป็น 0.78 เท่า เนื่องจากสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง ขณะที่หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น * **วงจรเงินสด (Cash Cycle):** ลดลงจาก 12.2 วัน เป็น 11.5 วัน จากระยะเวลาเก็บหนี้และระยะเวลาขายสินค้าที่ลดลง ## สรุปท้าย MGC โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นตัวของยอดขายยานยนต์ตามภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ประกอบกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้ดีขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทานที่จำกัดและการขายสินค้า Special Lot รวมถึงการเติบโตของธุรกิจเช่ารถยนต์ระยะสั้น แม้ว่าต้นทุนการดำเนินงานจะปรับสูงขึ้นบ้าง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรขั้นต้น รวมถึงการบริหารจัดการภาษีที่ดี ทำให้ MGC สามารถสร้างผลกำไรที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอุปทานยานยนต์และการแข่งขันในตลาดที่จะส่งผลต่ออัตรากำไรในอนาคต รวมถึงความคืบหน้าในการทำให้ธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ (MMS) ถึงจุดคุ้มทุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MGC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
7,808.23 ล้านบาท
↑ 30.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,077.52 ล้านบาท
↑ 84.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.61 %
กำไรสุทธิ
921.55 ล้านบาท
↑ 867.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.80 %
D/E Ratio
2.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,808
↑ + 30.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,078
↑ + 84.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
922
↑ + 867.6% YoY
D/E Ratio
2.69

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.69
ROE (%)
28.87
ROA (%)
11.18
Book Value/หุ้น
5.12

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
9,035.24
+43.66%
6,289.21
-6.15%
6,701.52
+31.42%
5,099.23
-3.35%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
10,003.30
+12.40%
8,899.36
+1.82%
8,740.58
+20.91%
7,228.97
+43.13%
รวมสินทรัพย์
19,038.54
+25.35%
15,188.57
-1.64%
15,442.10
+25.26%
12,328.19
+19.39%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
9,740.32
+31.24%
7,421.66
-1.48%
7,533.27
+14.98%
6,551.78
+3.15%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
4,143.25
+3.17%
4,015.86
-4.18%
4,190.95
-6.83%
4,498.12
+46.71%
รวมหนี้สิน
13,883.57
+21.39%
11,437.51
-2.45%
11,724.21
+6.10%
11,049.90
+17.33%
รวมส่วนของเจ้าของ
5,154.97
+37.43%
3,751.05
+0.89%
3,717.89
+190.85%
1,273.68
+42.10%
D/E
2.69
3.05
3.15
8.68
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
28.87
3.91
10.82
47.38
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
11.18
4.03
5.19
7.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.93
0.85
0.89
0.78
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.41
0.37
0.40
0.37
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
29.69
30.42
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
74.59
67.06
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
75.97
81.27
0.00
0.00
วงจรเงินสด
28.30
16.22
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,253
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-88
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-1,252.83
+2,024.52%
-58.97
-97.57%
-2,425.06
-175.12%
3,228.44
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-87.82
-136.58%
240.05
-50.02%
480.26
-201.75%
-472.02
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
2,231.84
+289.44%
573.09
-65.90%
1,680.67
-161.22%
-2,745.23
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
1,094.42
+118.98%
499.79
-289.22%
-264.13
-2,458.30%
11.20
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,305.29
+26.13%
1,034.85
+49.68%
691.36
+1.65%
680.16
+1.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,734.83
+32.91%
1,305.29
+26.13%
1,034.85
+49.68%
691.36
+1.65%