MGC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MGC
บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
7.00
0.30 (4.11%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8875 out_tok=2929 at=2026-07-25T20:10:18 --> # MGC กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 101.6% รับยอดขายยานยนต์ฟื้น-กำไรขั้นต้นแกร่ง ## รายได้-กำไรโตตามอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากอุปทานจำกัดและท่องเที่ยวคึกคัก บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 595.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 22,981.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% ปัจจัยหลักมาจากกลุ่มธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ที่ฟื้นตัวตามสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย และการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MGC ในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ และการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น** ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 101.6% หรือ 322.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2564 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **การฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจจำหน่ายยานยนต์:** รายได้จากการขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 8.0% เป็น 22,981.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้ยอดขายรถยนต์ BMW และ Mini โดยบริษัท MAG และยอดขายรถยนต์ Rolls-Royce โดยบริษัท GW เพิ่มขึ้น รวมถึงยอดขายรถจักรยานยนต์ Harley-Davidson โดยบริษัท USM ที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ราคาขายเฉลี่ยต่อคันของรถยนต์ Rolls-Royce และรถจักรยานยนต์ Harley-Davidson ยังปรับตัวสูงขึ้นในปี 2565 * **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 8.4% ในปี 2564 เป็น 10.0% ในปี 2565 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 510.3 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจาก (1) อุปทานรถยนต์ BMW ที่จำกัดในปี 2565 ทำให้การแข่งขันด้านราคาลดลง (2) การจำหน่ายรถยนต์ BMW Special Lot ที่ใช้ในงานประชุม APEC ซึ่งมีอัตรากำไรดี และ (3) การให้บริการเช่ารถยนต์ระยะสั้นของบริษัท MCR ที่เติบโตตามภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าการเช่าระยะยาว ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การที่อุปทานรถยนต์ BMW ที่จำกัดเป็นปัจจัยที่อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อสถานการณ์การผลิตทั่วโลกกลับสู่ภาวะปกติ การแข่งขันด้านราคาอาจกลับมาอีกครั้ง ส่วนการเติบโตของการเช่ารถยนต์ระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 101.6%** แตะ 595.6 ล้านบาท จาก 295.5 ล้านบาทในปี 2564 * **รายได้รวมปี 2565 เพิ่มขึ้น 8.1%** เป็น 23,076.2 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 22,981.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% * **อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว** จาก 8.4% เป็น 10.0% คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 510.3 ล้านบาท * **ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** จากค่าใช้จ่ายการตลาดและค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าใช้จ่ายเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ * **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 74.7 ล้านบาท เหลือ 34.2 ล้านบาท จากการตั้งสินทรัพย์ทางภาษีรอตัดบัญชีของ MCR ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 23,076.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% หรือ 1,725.9 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 22,981.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% หรือ 1,710.6 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ที่ฟื้นตัวตามสถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ BMW, Mini, Rolls-Royce และ Harley-Davidson เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยต่อคันที่สูงขึ้นในบางรุ่น กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 28.5% หรือ 510.3 ล้านบาท เป็น 2,302.1 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวจาก 8.4% เป็น 10.0% ปัจจัยสนับสนุนคืออุปทานรถยนต์ BMW ที่จำกัดทำให้การแข่งขันราคาลดลง การจำหน่ายรถยนต์ Special Lot และการเติบโตของธุรกิจเช่ารถยนต์ระยะสั้น กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 595.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.6% หรือ 300.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2564 อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 1.4% เป็น 2.6% แม้ว่าต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลให้ความต้องการยานยนต์เพิ่มขึ้น * **การท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก:** หนุนการเติบโตของธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์ระยะสั้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี * **การขยายธุรกิจ:** การลงทุนในศูนย์จัดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ เช่น BMW สาขาพัฒนาการ-ศรีนครินทร์, Honda สาขาบางนา และ Harley-Davidson สาขาพระราม 5 รวมถึงการลงทุนในบริษัท Alpha X จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคต * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การปรับรูปแบบการกู้ยืมเงินจากระยะสั้นเป็นระยะยาว และการชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วน ช่วยลดภาระดอกเบี้ย ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอุปทานยานยนต์:** การที่อุปทานรถยนต์ BMW ที่จำกัดเป็นปัจจัยหนุนกำไรขั้นต้นในปี 2565 หากสถานการณ์อุปทานกลับสู่ภาวะปกติ อาจส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาเพิ่มขึ้น * **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้ายานยนต์ อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน * **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดรถยนต์และบริการหลังการขายยังคงมีการแข่งขันสูง * **การขยายสาขาของ MMS:** บริษัท MMS ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ ยังคงมีผลประกอบการขาดทุนจากการขยายสาขาและฐานลูกค้า ซึ่งต้องใช้เวลาในการถึงจุดคุ้มทุน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอุปทานยานยนต์:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การผลิตทั่วโลก และผลกระทบต่ออุปทานรถยนต์แบรนด์หลักที่ MGC จัดจำหน่าย * **การแข่งขันด้านราคา:** หากอุปทานยานยนต์กลับสู่ภาวะปกติ จะส่งผลต่อการแข่งขันด้านราคาและอัตรากำไรขั้นต้นอย่างไร * **ผลประกอบการของบริษัท MMS:** ความคืบหน้าในการขยายสาขาและฐานลูกค้า รวมถึงการบรรลุจุดคุ้มทุนของธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ * **การเติบโตของธุรกิจเช่ารถยนต์ระยะสั้น:** การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจะส่งผลต่อรายได้และกำไรของธุรกิจนี้มากน้อยเพียงใด * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่ยอดขายยานยนต์เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ มีการสั่งซื้อยานยนต์มาเตรียมจำหน่ายเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในยอดขาย * **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบของราคาวัตถุดิบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง แต่การที่ GPM เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ว่า MGC สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้ หรือมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี * **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 8.4% เป็น 10.0% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หนุนกำไร * **ส่งออก:** ไม่ได้มีข้อมูลการส่งออกในเอกสาร * **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง "กำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน" ในส่วนของรายได้อื่น * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือและสินค้าเพื่อการจัดแสดงเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการจำหน่ายที่คาดว่าจะดีขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 19.4% เป็น 12,328.2 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สิทธิการใช้, สินค้าคงเหลือ, ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และเงินลงทุนในบริษัทร่วม * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 17.3% เป็น 11,049.9 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อจ่ายค่าเช่า และเจ้าหนี้การค้า * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 40.7% เป็น 1,278.3 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นและการเพิ่มทุนจดทะเบียน * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 10.4 เท่า เป็น 8.6 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้นในสัดส่วนที่มากกว่าหนี้สินรวม * **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 7.6 เท่า เป็น 6.5 เท่า * **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** ลดลงเล็กน้อยจาก 0.83 เป็น 0.78 เท่า เนื่องจากสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง ขณะที่หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น * **วงจรเงินสด (Cash Cycle):** ลดลงจาก 12.2 วัน เป็น 11.5 วัน จากระยะเวลาเก็บหนี้และระยะเวลาขายสินค้าที่ลดลง ## สรุปท้าย MGC โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นตัวของยอดขายยานยนต์ตามภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ประกอบกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้ดีขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทานที่จำกัดและการขายสินค้า Special Lot รวมถึงการเติบโตของธุรกิจเช่ารถยนต์ระยะสั้น แม้ว่าต้นทุนการดำเนินงานจะปรับสูงขึ้นบ้าง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรขั้นต้น รวมถึงการบริหารจัดการภาษีที่ดี ทำให้ MGC สามารถสร้างผลกำไรที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอุปทานยานยนต์และการแข่งขันในตลาดที่จะส่งผลต่ออัตรากำไรในอนาคต รวมถึงความคืบหน้าในการทำให้ธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ (MMS) ถึงจุดคุ้มทุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MGC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
7,808.23 ล้านบาท
↑ 30.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,077.52 ล้านบาท
↑ 84.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.61 %
กำไรสุทธิ
921.55 ล้านบาท
↑ 867.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.80 %
D/E Ratio
2.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,808
↑ + 30.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,078
↑ + 84.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
922
↑ + 867.6% YoY
D/E Ratio
2.69

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.69
ROE (%)
28.87
ROA (%)
11.18
Book Value/หุ้น
5.12

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
9,035.24
+43.66%
6,289.21
-6.15%
6,701.52
+31.42%
5,099.23
-3.35%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
10,003.30
+12.40%
8,899.36
+1.82%
8,740.58
+20.91%
7,228.97
+43.13%
รวมสินทรัพย์ —
19,038.54
+25.35%
15,188.57
-1.64%
15,442.10
+25.26%
12,328.19
+19.39%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
9,740.32
+31.24%
7,421.66
-1.48%
7,533.27
+14.98%
6,551.78
+3.15%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
4,143.25
+3.17%
4,015.86
-4.18%
4,190.95
-6.83%
4,498.12
+46.71%
รวมหนี้สิน —
13,883.57
+21.39%
11,437.51
-2.45%
11,724.21
+6.10%
11,049.90
+17.33%
รวมส่วนของเจ้าของ —
5,154.97
+37.43%
3,751.05
+0.89%
3,717.89
+190.85%
1,273.68
+42.10%
D/E —
2.69
3.05
3.15
8.68
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
28.87
3.91
10.82
47.38
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
11.18
4.03
5.19
7.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.93
0.85
0.89
0.78
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.41
0.37
0.40
0.37
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
29.69
30.42
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
74.59
67.06
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
75.97
81.27
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
28.30
16.22
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,253
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-88
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MGC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-1,252.83
+2,024.52%
-58.97
-97.57%
-2,425.06
-175.12%
3,228.44
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-87.82
-136.58%
240.05
-50.02%
480.26
-201.75%
-472.02
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
2,231.84
+289.44%
573.09
-65.90%
1,680.67
-161.22%
-2,745.23
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,094.42
+118.98%
499.79
-289.22%
-264.13
-2,458.30%
11.20
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,305.29
+26.13%
1,034.85
+49.68%
691.36
+1.65%
680.16
+1.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
1,734.83
+32.91%
1,305.29
+26.13%
1,034.85
+49.68%
691.36
+1.65%