บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
6.05
+0.05 (+0.83%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก ได้รับงานโครงการขนาดใหญ่มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาทเข้ามาหลายโครงการ เริ่มมีสัดส่วนงานโครงการที่มีภาครัฐ เป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น โครงการขนาดใหญ่เหล่านี้มีระยะเวลาดําเนินโครงการเฉลี่ย 3-5 ปี
นับว่าเป็นรายได้ที่สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทเป็นต้นมา แม้ว่าอัตรากําไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน
ณ สิ้นปี 2564 กลุ่มบริษัทฯมีมูลค่า backlog ระยะยาวสูงสุดถึง 5 ปี เป็นจํานวน รวม 6,384 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7898 out_tok=2658 at=2026-07-25T20:51:13 -->
# MFEC Q3/2566 กำไรสุทธิหดตัว 6.6% รับแรงกดดันจากราคา-การโอนกิจการ
## รายได้โต 23.6% แต่กำไรขั้นต้นวูบ เหตุแข่งขันสูง-ผลโอน VDD กระทบ
บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 46.4 ล้านบาท ลดลง 6.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตถึง 23.6% เป็น 1,798.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้บำรุงรักษาระบบงานที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากภาวะการแข่งขันด้านราคาและผลกระทบจากการโอนกิจการ Vulcan Digital Delivery (VDD)
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ MFEC ในไตรมาส 3/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ภาวะการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในธุรกิจผู้ให้บริการด้านไอที** ประกอบกับ **ผลกระทบจากการโอนกิจการทั้งหมดของ Vulcan Digital Delivery (VDD)** ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 16.7% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 13.2% ในไตรมาสนี้ คิดเป็นการลดลง 3.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การแข่งขันด้านราคาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมผู้ให้บริการด้านไอที เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ การที่บริษัทได้ดำเนินการโอนกิจการทั้งหมดของ VDD ในไตรมาส 1 ปี 2566 ส่งผลให้รายได้จากส่วนงานดังกล่าวซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง หายไปจากงบการเงินของกลุ่มบริษัทฯ ในไตรมาสปัจจุบัน โดย VDD มีผลต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลงเป็นจำนวน 27.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยของกลุ่มลดลงอย่างชัดเจน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยกดดันหลักคือการโอนกิจการ VDD ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ภาวะการแข่งขันด้านราคาในอุตสาหกรรมไอทีมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อแรงกดดันด้านอัตรากำไรในระยะต่อไปได้ แต่การเติบโตของรายได้จากการให้บริการคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น 55.3% และสัดส่วนรายได้ recurring income จาก backlog ที่สูงถึง 59% อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 23.6%:** อยู่ที่ 1,798.8 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการต่อเนื่อง โดยเฉพาะ System Maintenance Service ที่เพิ่มขึ้น 26.4%
* **กำไรสุทธิลดลง 6.6%:** อยู่ที่ 46.4 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 3.5%:** อยู่ที่ 13.2% จาก 16.7% ในปีก่อน สาเหตุหลักจากการแข่งขันราคาและผลกระทบจากการโอนกิจการ VDD
* **Backlog สูง 7,656 ล้านบาท:** มีสัดส่วนรายได้ recurring income ถึง 59% รองรับรายได้ระยะยาว
* **รายได้ Cloud Service เติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 55.3% สะท้อนการตอบรับเทคโนโลยีการจัดการข้อมูลของลูกค้าองค์กร
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.7% โดยมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
MFEC รายงานรายได้จากการขายและให้บริการในไตรมาส 3/2566 จำนวน 1,798.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 343.7 ล้านบาท หรือ 23.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากการบำรุงรักษาระบบงาน (System Maintenance Service) ที่เพิ่มขึ้น 26.4% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการขนาดใหญ่หลายแห่ง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ที่ 28.9% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 16.7% ในไตรมาส 3/2565 มาอยู่ที่ 13.2% ในไตรมาส 3/2566 ทำให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 6.1 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4.7% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) ลดลง 0.5 ล้านบาท เมื่อรวมผลกระทบจากรายการอื่น ๆ ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 46.4 ล้านบาท ลดลง 3.3 ล้านบาท หรือ 6.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากการให้บริการคลาวด์:** มีอัตราการเติบโตสูงถึง 55.3% และคิดเป็นสัดส่วน 19% ของรายได้รวม สะท้อนความต้องการใช้เทคโนโลยีการจัดการข้อมูลของลูกค้าองค์กรชั้นนำ
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** มีมูลค่ารวม 7,656 ล้านบาท สามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 6 ปี โดยมีสัดส่วนรายได้ recurring income สูงถึง 59% ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** การลงทุนผ่านบริษัทย่อย SGV ในบริษัทร่วม 3 แห่ง (I2 Enterprise, A-Host, SecureD Center) เป็นการขยายการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ซึ่งอาจสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคาในธุรกิจผู้ให้บริการไอที:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **ผลกระทบจากการโอนกิจการ VDD:** แม้จะเป็นรายการครั้งเดียว แต่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของงวดปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้
* **การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี:** อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว บริษัทต้องปรับตัวและลงทุนในการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** จะสามารถฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิมได้หรือไม่ หลังจากการโอนกิจการ VDD
* **การเติบโตของรายได้ Cloud Service:** จะยังคงรักษาอัตราการเติบโตสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** โดยเฉพาะส่วนที่เป็น recurring income
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**รายได้จากการขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 23.6% เป็น 1,798.8 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจาก **System Maintenance Service** ที่เติบโต 26.4% จากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องหลังโครงการใหญ่เสร็จสิ้นในปี 2565 ซึ่งสะท้อนถึงการมีรายได้ประจำ (recurring income) ที่แข็งแกร่ง ส่วน **IT Professional Services** ลดลง 10.3% เนื่องจากผลกระทบจากการโอนกิจการ VDD ที่เคยสร้างรายได้ 89 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ **Cloud Service** เติบโตโดดเด่นถึง 55.3% คิดเป็น 19% ของรายได้รวม แสดงถึงการตอบรับที่ดีของตลาดต่อบริการคลาวด์
**อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลง 3.5% มาอยู่ที่ 13.2% สาเหตุหลักมาจาก **การแข่งขันด้านราคา** และ **การโอนกิจการ VDD** ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูง ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 27.3 ล้านบาท
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 4.7% เป็น 188.4 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.6% จากการปรับปรุงด้านการวางแผนค่าใช้จ่ายบุคลากรที่ดำเนินการเสร็จสิ้นปี 2565 และการลดลงของค่าใช้จ่ายจาก VDD อย่างไรก็ตาม มี **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 633.3%
**Backlog:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 มีมูลค่า 7,656 ล้านบาท โดยมีสัดส่วน **recurring income** สูงถึง 59% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในระยะยาว
**การลงทุน:** มีการลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อย SGV ซึ่งได้เข้าลงทุนในบริษัทร่วม 3 แห่ง ได้แก่ I2 Enterprise, A-Host และ SecureD Center เป็นการขยายฐานธุรกิจด้านเทคโนโลยี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 6.7% เป็น 6,698.5 ล้านบาท โดยมี **ต้นทุนงานบริการจ่ายล่วงหน้า** เพิ่มขึ้น 14.1% สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ System Maintenance Service และ **เงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วม** เพิ่มขึ้น 79.2% จากการลงทุนในบริษัทร่วมใหม่ นอกจากนี้ **ส่วนปรับปรุงอาคารและอุปกรณ์** และ **สินทรัพย์สิทธิการใช้** เพิ่มขึ้นจากการย้ายที่ทำการสาขาใหม่
**หนี้สินรวม:** ลดลง 4.1% เป็น 4,045.1 ล้านบาท โดยมี **รายได้รับล่วงหน้า** ลดลง 16.1% จากการทยอยรับรู้รายได้ตามสัญญาบริการบำรุงรักษา ขณะที่ **หนี้สินตามสัญญาเช่า** เพิ่มขึ้นจากการทำสัญญาเช่าสำนักงานใหม่
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 28.9% เป็น 2,653.4 ล้านบาท โดยหลักมาจาก **กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร** ที่เพิ่มขึ้น 94.2% จากกำไรสุทธิสะสม 9 เดือนแรกของปี และ **องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น** เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสำรองสำหรับการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
MFEC ในไตรมาส 3/2566 เผชิญความท้าทายด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากแรงกดดันการแข่งขันราคาและผลกระทบจากการโอนกิจการ VDD แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการให้บริการบำรุงรักษาระบบงานและบริการคลาวด์ที่เติบโตโดดเด่น อย่างไรก็ตาม Backlog ที่แข็งแกร่งและสัดส่วนรายได้ recurring income ที่สูงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสร้างความมั่นคงในระยะยาว การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การขยายตลาดในบริการคลาวด์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
---
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MFEC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,856.32
ล้านบาท
↑ 8.7% YoY
กำไรขั้นต้น
344.25
ล้านบาท
↑ 25.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.55
%
กำไรสุทธิ
58.73
ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.16
%
D/E Ratio
1.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,856
↑ + 8.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
344
↑ + 25.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
59
↑ + 10.2%
YoY
D/E Ratio
1.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MFEC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.54
ROE (%)
9.05
ROA (%)
4.98
Book Value/หุ้น
6.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MFEC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+672
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-105
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MFEC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
671.65
+81.08%
|
370.91
-6.39%
|
396.23
-5.69%
|
420.14
+156.57%
|
163.75
-129.74%
|
-550.66
-331.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-104.95
-230.75%
|
80.27
-106.41%
|
-1,252.88
+6,341.54%
|
-19.45
-133.79%
|
57.56
+284.25%
|
14.98
-289.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-67.82
-83.97%
|
-423.10
-157.47%
|
736.18
-624.64%
|
-140.32
+214.69%
|
-44.59
-124.38%
|
182.93
+74.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
498.87
+1,677.24%
|
28.07
-123.30%
|
-120.46
-145.38%
|
265.44
+50.20%
|
176.72
-151.22%
|
-344.99
-202.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
199.32
-22.22%
|
256.26
-9.12%
|
281.97
+98.79%
|
141.84
-18.49%
|
174.02
+5.06%
|
165.64
-49.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
615.74
+208.92%
|
199.32
-22.22%
|
256.26
-9.12%
|
281.97
+98.79%
|
141.84
-18.49%
|
174.02
-6.04%
|