บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
6.05
+0.05 (+0.83%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก ได้รับงานโครงการขนาดใหญ่มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาทเข้ามาหลายโครงการ เริ่มมีสัดส่วนงานโครงการที่มีภาครัฐ เป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น โครงการขนาดใหญ่เหล่านี้มีระยะเวลาดําเนินโครงการเฉลี่ย 3-5 ปี
นับว่าเป็นรายได้ที่สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทเป็นต้นมา แม้ว่าอัตรากําไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน
ณ สิ้นปี 2564 กลุ่มบริษัทฯมีมูลค่า backlog ระยะยาวสูงสุดถึง 5 ปี เป็นจํานวน รวม 6,384 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5630 out_tok=2317 at=2026-07-25T21:36:30 -->
# MFEC กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 18% รับผลกระทบส่งมอบ SI ล่าช้า-ค่าใช้จ่ายบุคลากรเพิ่ม
## รายได้รวมโต 15.6% แต่กำไรขั้นต้นหด เหตุสัดส่วนงาน Cloud Service เติบโตสูงแต่ Margin ต่ำกว่า SI
บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 49.7 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตถึง 15.6% เป็นผลจากการรับรู้รายได้โครงการขนาดใหญ่ที่เข้ามาใหม่ ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากการให้บริการคลาวด์ที่สูงถึง 47% แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากงานพัฒนาและวางระบบ (SI) ที่มี Margin สูงกว่าถูกเลื่อนการส่งมอบออกไปจากปัญหาขาดแคลนชิป ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการจ้างบุคลากรเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ MFEC ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 15.6% มาอยู่ที่ 1,455.1 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การเปลี่ยนแปลงของ Product Mix และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ประการแรก การเปลี่ยนแปลง Product Mix ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ลดลงจาก 17.4% ในปีก่อน เหลือ 16.7% ในไตรมาสนี้ แม้รายได้จากการให้บริการคลาวด์ (Cloud Service) จะเติบโตโดดเด่นถึง 47% จนมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 15.2% ของรายได้รวม แต่เนื่องจากงานประเภทนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงมากนัก จึงไม่สามารถชดเชยส่วนที่ลดลงของกำไรขั้นต้นจากงานพัฒนาและวางระบบ (SI) ที่รับรู้รายได้ล่าช้ากว่าแผนได้ สาเหตุหลักที่ทำให้งาน SI ล่าช้าคือปัญหาการขาดแคลนชิป ซึ่งส่งผลให้การส่งมอบและการรับรู้รายได้ต้องปรับเปลี่ยนแผนออกไป
ประการที่สอง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 21.8% หรือ 32.2 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 25.6% ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรที่มีอัตราการจ้างงานใหม่สูงขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้ค่าใช้จ่ายเหล่านี้บางส่วนจะเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ที่จำเป็น แต่ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม
สำหรับแนวโน้มในอนาคต ฝ่ายจัดการคาดว่าโครงการ SI ส่วนใหญ่จะสามารถดำเนินการได้ทันภายในสิ้นปี 2565 ซึ่งอาจช่วยหนุนการรับรู้รายได้และกำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จาก Cloud Service ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทฯ ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 18%:** อยู่ที่ 49.7 ล้านบาท จาก 60.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 15.6%:** อยู่ที่ 1,455.1 ล้านบาท จาก 1,258.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 17.4% เหลือ 16.7% เนื่องจากสัดส่วนงาน SI ลดลง และงาน Cloud Service ที่ Margin ต่ำกว่าเติบโตสูง
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 21.8%:** ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากรเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
* **Backlog เพิ่มขึ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 3 มี Backlog รวม 7,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 837 ล้านบาทจากสิ้นปีที่ผ่านมา
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 MFEC มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,455.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 1,258.4 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับเข้ามาใหม่และการเติบโตของรายได้จากการให้บริการคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น 47% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้เล็กน้อย (16.5%) ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 11.3% เป็น 243.6 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.4% เหลือ 16.7% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 21.8% เป็น 180.0 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายบุคลากร ทำให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) ลดลง 11.1% เป็น 66.2 ล้านบาท เมื่อหักลบรายการอื่น ๆ แล้ว กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 49.7 ล้านบาท ลดลง 18% จาก 60.6 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการฟื้นตัวของภาคบริการ เป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมธุรกิจเทคโนโลยี
* **การเติบโตของ Cloud Service:** รายได้จากการให้บริการคลาวด์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับความต้องการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการข้อมูลของลูกค้าองค์กรชั้นนำ
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** โครงการระหว่างดำเนินงาน (Backlog) ที่มีมูลค่าสูงถึง 7,221 ล้านบาท และมีอายุยาวนานถึง 5 ปี จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
* **การคลี่คลายปัญหาขาดแคลนชิป:** หากปัญหาขาดแคลนชิปคลี่คลาย จะช่วยให้การส่งมอบโครงการ SI เป็นไปตามแผน และรับรู้รายได้ได้เต็มที่
## ความเสี่ยง
* **ปัญหาขาดแคลนชิป:** ยังคงส่งผลกระทบต่อการส่งมอบโครงการ SI และการรับรู้รายได้
* **การแข่งขันในธุรกิจคลาวด์:** แม้จะมีอัตราการเติบโตสูง แต่การแข่งขันในธุรกิจคลาวด์อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ค่าใช้จ่ายบุคลากรที่เพิ่มขึ้น:** การจ้างงานใหม่เพื่อรองรับการขยายตัวอาจกดดันอัตรากำไร หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** เงินบาทอ่อนค่าอย่างรุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินค้านำเข้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การส่งมอบโครงการ SI:** ความคืบหน้าในการส่งมอบโครงการ SI ที่ล่าช้าจากปัญหาขาดแคลนชิป และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2565
* **การเติบโตของรายได้ Cloud Service:** อัตราการเติบโตและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายบุคลากร:** แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบุคลากร และผลกระทบต่อกำไร
* **การเปลี่ยนแปลงของ Product Mix:** สัดส่วนรายได้จาก SI และ Cloud Service ในไตรมาสถัดไป
* **แนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและปัจจัยภายนอก เช่น อัตราเงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
MFEC มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนรายได้ที่น่าสนใจ โดยรายได้จากการให้บริการคลาวด์ (Cloud Service) เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 47% ในไตรมาสนี้ ทำให้มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 15.2% ของรายได้รวม ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าองค์กร อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มาพร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่างานพัฒนาและวางระบบ (SI) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักเดิมของบริษัทฯ ทำให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ปรับลดลงเล็กน้อย แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีก็ตาม การบริหารจัดการ Product Mix ให้สมดุลระหว่างการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรจะเป็นความท้าทายสำคัญ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบุคลากรเพื่อรองรับการขยายธุรกิจก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2565
## สรุปท้าย
MFEC ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลง Product Mix ที่รายได้จาก Cloud Service เติบโตสูงแต่มี Margin ต่ำกว่างาน SI ที่ถูกเลื่อนการส่งมอบออกไป ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบุคลากร ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 18% แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีก็ตาม อย่างไรก็ตาม Backlog ที่แข็งแกร่งและการคาดการณ์ว่าโครงการ SI จะสามารถส่งมอบได้ทันภายในสิ้นปีนี้ เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสถัดไป การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรในขณะที่ยังคงรักษาการเติบโตของธุรกิจคลาวด์จะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MFEC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,856.32
ล้านบาท
↑ 8.7% YoY
กำไรขั้นต้น
344.25
ล้านบาท
↑ 25.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.55
%
กำไรสุทธิ
58.73
ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.16
%
D/E Ratio
1.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,856
↑ + 8.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
344
↑ + 25.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
59
↑ + 10.2%
YoY
D/E Ratio
1.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MFEC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.54
ROE (%)
9.05
ROA (%)
4.98
Book Value/หุ้น
6.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MFEC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+672
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-105
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MFEC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
671.65
+81.08%
|
370.91
-6.39%
|
396.23
-5.69%
|
420.14
+156.57%
|
163.75
-129.74%
|
-550.66
-331.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-104.95
-230.75%
|
80.27
-106.41%
|
-1,252.88
+6,341.54%
|
-19.45
-133.79%
|
57.56
+284.25%
|
14.98
-289.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-67.82
-83.97%
|
-423.10
-157.47%
|
736.18
-624.64%
|
-140.32
+214.69%
|
-44.59
-124.38%
|
182.93
+74.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
498.87
+1,677.24%
|
28.07
-123.30%
|
-120.46
-145.38%
|
265.44
+50.20%
|
176.72
-151.22%
|
-344.99
-202.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
199.32
-22.22%
|
256.26
-9.12%
|
281.97
+98.79%
|
141.84
-18.49%
|
174.02
+5.06%
|
165.64
-49.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
615.74
+208.92%
|
199.32
-22.22%
|
256.26
-9.12%
|
281.97
+98.79%
|
141.84
-18.49%
|
174.02
-6.04%
|