MFEC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MFEC
บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
6.15
0.05 (0.81%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก ได้รับงานโครงการขนาดใหญ่มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาทเข้ามาหลายโครงการ เริ่มมีสัดส่วนงานโครงการที่มีภาครัฐ เป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น โครงการขนาดใหญ่เหล่านี้มีระยะเวลาดําเนินโครงการเฉลี่ย 3-5 ปี นับว่าเป็นรายได้ที่สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทเป็นต้นมา แม้ว่าอัตรากําไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ณ สิ้นปี 2564 กลุ่มบริษัทฯมีมูลค่า backlog ระยะยาวสูงสุดถึง 5 ปี เป็นจํานวน รวม 6,384 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12847 out_tok=2479 at=2026-07-27T10:53:55 --> # SCGP กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 19% รับแรงหนุนรายได้โต 38% จากการขยายธุรกิจ ## รายได้และกำไรโตต่อเนื่องตามคาด ฝ่ายบริหารชี้การควบรวมกิจการและดีมานด์สินค้าอุปโภคบริโภคเป็นปัจจัยหลัก บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้จากการขาย 29,895 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 2,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากการขยายธุรกิจทั้งภายในและภายนอก รวมถึงการเติบโตของความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดโลก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SCGP ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPC) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการ (M&P) และการเติบโตจากภายใน (Organic growth) ประกอบกับความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก **1) หัวใจคืออะไร** หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 38% YoY** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 19% YoY แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวที่ 21% แต่ EBITDA margin ลดลงจาก 23% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 19% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งได้ชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนไปได้มาก **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** การเติบโตของรายได้มาจากสองปัจจัยหลัก คือ: * **การขยายธุรกิจแบบ Inorganic Growth:** การเข้าซื้อกิจการ SOVI และ Go-Pak ในช่วงก่อนหน้า รวมถึงการประกาศเข้าถือหุ้น 75% ในกลุ่มบริษัท Intan Group ผู้นำบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกในอินโดนีเซีย และ 85% ใน Deltalab ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ในยุโรปในช่วงไตรมาสนี้ ได้เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายและฐานลูกค้า * **การเติบโตจากภายใน (Organic Growth):** การขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารในไทยและเวียดนาม รวมถึงการตอบสนองความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศ และการฟื้นตัวของการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป นอกจากนี้ สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FC) ยังมีผลประกอบการที่โดดเด่น โดยรายได้เพิ่มขึ้น 43% YoY และ EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 645% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหาร ความต้องการเยื่อกระดาษที่เพิ่มขึ้น และการปรับตัวของราคาเยื่อกระดาษ **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ COVID-19 จะยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในบางภูมิภาค แต่ภาคอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยังคงมีความสำคัญต่อการบริโภคในอาเซียน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอเมริกาเหนือและยุโรปจะช่วยหนุนการส่งออกได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าระวางเรือ พลังงาน และวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่ง SCGP ได้วางแผนบริหารจัดการต้นทุนและหาแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลายเพื่อลดผลกระทบ ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขาย Q2/64 เติบโต 38% YoY แตะ 29,895 ล้านบาท** จากการขยายธุรกิจและการฟื้นตัวของอุปสงค์ * **กำไรสุทธิ Q2/64 เพิ่มขึ้น 19% YoY เป็น 2,263 ล้านบาท** แม้ EBITDA margin จะลดลงเล็กน้อย * **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FC) โชว์ผลงานโดดเด่น** รายได้โต 43% YoY และ EBITDA โต 645% YoY * **การเข้าซื้อกิจการใหม่ 2 แห่งในอินโดนีเซียและสเปน** ตอกย้ำกลยุทธ์ Inorganic Growth และการขยายสู่ตลาดใหม่ * **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร แต่บริษัทมีกลยุทธ์บริหารจัดการวัตถุดิบ * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 1.2 เท่า ในปีก่อน เหลือ 0.6 เท่า ในไตรมาสนี้ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2564 SCGP มีรายได้จากการขายรวม 57,148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY และมีกำไรสุทธิ 4,398 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 8% ในขณะที่ไตรมาส 2 ปี 2564 รายได้จากการขายอยู่ที่ 29,895 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% YoY และกำไรสุทธิ 2,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการขยายธุรกิจทั้งแบบ M&P และ Organic Growth รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการส่งออก ## โอกาส * **การขยายธุรกิจผ่าน M&P:** การเข้าซื้อกิจการ Intan Group ในอินโดนีเซีย และ Deltalab ในยุโรป จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในตลาดใหม่และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ * **การเติบโตจากภายใน:** การขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารในไทยและเวียดนาม รวมถึงการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก * **การปรับกลยุทธ์สู่บรรจุภัณฑ์อาหาร:** สายธุรกิจเยื่อและกระดาษมีการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเพื่อเร่งขยายสัดส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหาร ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** การเติบโตของภาคการบริโภคในสหรัฐอเมริกาและยุโรป หนุนการส่งออกของ SCGP ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าระวางเรือที่สูง:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรจากการผลิต * **ความผันผวนของสถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่ในบางภูมิภาคอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการบริโภค * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงมีผลกระทบต่อผลประกอบการ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การบูรณาการกิจการที่เข้าซื้อมาใหม่:** ประสิทธิภาพในการผนึกกำลังและสร้าง Synergy จาก Intan Group และ Deltalab * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการบริหารจัดการแหล่งวัตถุดิบ * **การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหาร:** การขยายสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้ และผลตอบรับจากตลาด * **ความคืบหน้าโครงการขยายกำลังการผลิต:** การเดินหน้าตามแผนและผลตอบรับเชิงพาณิชย์ * **แนวโน้มค่าระวางเรือและราคาวัตถุดิบ:** ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) * **การขยายธุรกิจแบบ M&P:** SCGP ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ M&P อย่างต่อเนื่อง โดยการเข้าซื้อ Intan Group ในอินโดนีเซียเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในตลาดบรรจุภัณฑ์กระดาษ และการเข้าซื้อ Deltalab ในสเปน เป็นการก้าวเข้าสู่ตลาดวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพ * **การเติบโตจากภายใน:** การลงทุนขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารในไทยและเวียดนาม รวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์และกระดาษบรรจุภัณฑ์ในหลายประเทศ สะท้อนการตอบสนองต่อดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น * **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหารในสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ แสดงให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์เพื่อมุ่งเน้นธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง * **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ต้นทุนการผลิตจะสูงขึ้น แต่ SCGP มีการบริหารจัดการแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลาย และการผนึกความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานเพื่อลดผลกระทบ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 SCGP มีสินทรัพย์รวม 187,061 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 54% ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 71,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น 6% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.2 เท่า เป็น 0.6 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 0.9 เท่า ลดลงจาก 3.1 เท่า ในปีก่อน ในส่วนของกระแสเงินสด จากกิจกรรมดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 3,352 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนสูงถึง 19,130 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นและเงินลงทุนเพื่อซื้อกิจการ ## สรุปท้าย SCGP ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการท่ามกลางความท้าทาย โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจทั้งภายในและภายนอก ควบคู่ไปกับการตอบสนองต่อดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก แม้ต้นทุนการผลิตที่สูงจะเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร แต่การเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ และการปรับกลยุทธ์ธุรกิจจะช่วยสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต ขณะที่ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลดสัดส่วนหนี้สิน จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงานต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MFEC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,856.32 ล้านบาท
↑ 8.7% YoY
กำไรขั้นต้น
344.25 ล้านบาท
↑ 25.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.55 %
กำไรสุทธิ
58.73 ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.16 %
D/E Ratio
1.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,856
↑ + 8.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
344
↑ + 25.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
59
↑ + 10.2% YoY
D/E Ratio
1.54

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MFEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,856.32
+8.65%
1,708.49
-12.05%
1,942.56
+36.21%
1,426.20
-15.02%
1,678.34
-16.46%
2,009.14
+69.73%
กำไรขั้นต้น —
344.25
+25.09%
275.21
+9.13%
252.19
+12.35%
224.46
-25.42%
300.98
-1.35%
305.11
-0.24%
ค่าใช้จ่ายรวม —
242.18
+7.60%
225.07
-20.38%
282.68
+57.86%
179.08
+4.48%
171.41
-15.48%
202.81
+27.74%
กำไรสุทธิ —
58.73
+10.25%
53.27
+524.01%
8.54
-91.21%
97.12
-4.32%
101.50
-12.53%
116.05
-7.28%
กำไรต่อหุ้น —
0.13
+9.92%
0.12
+536.84%
0.02
-91.36%
0.22
-4.35%
0.23
-12.55%
0.26
-7.39%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
18.55
+15.15%
16.11
+24.11%
12.98
-17.53%
15.74
-12.21%
17.93
+18.04%
15.19
-41.22%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.05
-0.91%
13.17
-9.48%
14.55
+15.84%
12.56
+23.02%
10.21
+1.19%
10.09
-24.76%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.16
+1.28%
3.12
+609.09%
0.44
-93.54%
6.81
+12.56%
6.05
+4.67%
5.78
-45.32%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
+100.00%
-42.06
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
9.05
-14.54%
10.59
-64.51%
29.84
+155.26%
11.69
-11.44%
13.20
+0.84%
13.09
+73.61%
ROA(%) —
4.98
-3.49%
5.16
-55.17%
11.51
+138.80%
4.82
-23.49%
6.30
-13.93%
7.32
+71.03%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.54
-6.10%
1.64
-13.23%
1.89
-7.80%
2.05
+13.26%
1.81
+9.70%
1.65
+19.57%
P/E —
10.43
-23.92%
13.71
+274.59%
3.66
-74.51%
14.36
-18.69%
17.66
+110.74%
8.38
P/BV —
0.89
-14.42%
1.04
-7.14%
1.12
-37.08%
1.78
-29.92%
2.54
+117.09%
1.17
+39.29%
BV —
5.76
-1.54%
5.85
-1.85%
5.96
+33.63%
4.46
+3.96%
4.29
+4.89%
4.09
+4.87%
YIELD(%) —
9.71
+48.02%
6.56
+8.97%
6.02
+19.68%
5.03
+37.06%
3.67
-49.66%
7.29
+19.51%
ราคาหุ้น —
5.15
-15.57%
6.10
-8.27%
6.65
-16.35%
7.95
-27.06%
10.90
+127.08%
4.80
+46.34%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.54
ROE (%)
9.05
ROA (%)
4.98
Book Value/หุ้น
5.77

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MFEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
4,991.97
-7.42%
5,392.00
-8.48%
5,891.71
+11.41%
5,288.09
+12.61%
4,696.05
+9.58%
4,285.34
+43.22%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,652.66
+6.72%
1,548.57
+3.91%
1,490.36
+50.85%
987.95
+2.85%
960.53
+14.53%
838.66
+23.69%
รวมสินทรัพย์ —
6,644.63
-4.26%
6,940.58
-5.98%
7,382.07
+17.62%
6,276.04
+10.95%
5,656.58
+10.39%
5,124.01
+39.62%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
3,571.40
-8.76%
3,914.33
-11.67%
4,431.25
+12.11%
3,952.67
+18.01%
3,349.52
+15.44%
2,901.48
+77.28%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
462.33
+15.07%
401.78
+2.11%
393.50
+48.18%
265.55
-9.47%
293.32
+1.14%
290.00
+64.59%
รวมหนี้สิน —
4,033.73
-6.54%
4,316.11
-10.54%
4,824.74
+14.38%
4,218.21
+15.79%
3,642.84
+14.14%
3,191.49
+76.04%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,610.90
-0.52%
2,624.47
+2.63%
2,557.33
+24.27%
2,057.83
+2.19%
2,013.74
+4.20%
1,932.52
+4.06%
D/E —
1.54
1.64
1.89
2.05
1.81
1.65
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
9.05
10.59
29.84
11.69
13.20
13.09
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.98
5.16
11.51
4.82
6.30
7.32
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.40
1.38
1.33
1.34
1.40
1.48
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.65
0.60
0.53
0.52
0.59
0.75
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
95.74
108.77
0.00
0.00
131.31
138.27
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
13.99
10.92
0.00
0.00
32.46
60.47
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
67.09
73.87
0.00
0.00
107.19
107.46
วงจรเงินสด —
42.63
45.83
0.00
0.00
56.57
91.27
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+672
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-105
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MFEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
671.65
+81.08%
370.91
-6.39%
396.23
-5.69%
420.14
+156.57%
163.75
-129.74%
-550.66
-331.12%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-104.95
-230.75%
80.27
-106.41%
-1,252.88
+6,341.54%
-19.45
-133.79%
57.56
+284.25%
14.98
-289.38%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-67.82
-83.97%
-423.10
-157.47%
736.18
-624.64%
-140.32
+214.69%
-44.59
-124.38%
182.93
+74.77%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
498.87
+1,677.24%
28.07
-123.30%
-120.46
-145.38%
265.44
+50.20%
176.72
-151.22%
-344.99
-202.98%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
199.32
-22.22%
256.26
-9.12%
281.97
+98.79%
141.84
-18.49%
174.02
+5.06%
165.64
-49.19%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
615.74
+208.92%
199.32
-22.22%
256.26
-9.12%
281.97
+98.79%
141.84
-18.49%
174.02
-6.04%