บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
6.05
+0.05 (+0.83%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก ได้รับงานโครงการขนาดใหญ่มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาทเข้ามาหลายโครงการ เริ่มมีสัดส่วนงานโครงการที่มีภาครัฐ เป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น โครงการขนาดใหญ่เหล่านี้มีระยะเวลาดําเนินโครงการเฉลี่ย 3-5 ปี
นับว่าเป็นรายได้ที่สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทเป็นต้นมา แม้ว่าอัตรากําไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน
ณ สิ้นปี 2564 กลุ่มบริษัทฯมีมูลค่า backlog ระยะยาวสูงสุดถึง 5 ปี เป็นจํานวน รวม 6,384 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3726 out_tok=2168 at=2026-07-25T21:33:46 -->
# MFEC พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มเล็กน้อย Q3/64 รับรายได้โรงแรม-อสังหาฯ ฟื้น
## รายได้รวมโต 63 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มตาม ส่งผลขาดทุนสุทธิเพิ่ม 4 ล้านบาท เทียบปีก่อน
บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิ 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 275 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 63 ล้านบาท เป็นผลจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ แต่ค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้นตามกัน ส่งผลให้ภาพรวมผลขาดทุนสุทธิปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ MFEC ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของรายได้ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มกลับมาดีขึ้น** โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 63 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวมที่สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น** ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4 ล้านบาท เป็น 279 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ:
* **รายได้จากกิจการโรงแรม** เพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท เป็นผลจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงแรมในลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากจากการระบาดของโควิด-19 ในปีก่อน และการเปิดดำเนินการโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์
* **รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์** เพิ่มขึ้น 34 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากโครงการแคสเซียและอังสนา บีฟร้อนท์
ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจาก:
* **ต้นทุนของกิจการโรงแรม** เพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นและโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย** เพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท เนื่องจากการออกแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้นตามรายได้อสังหาริมทรัพย์
นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 7 ล้านบาท จากผลกำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) แต่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการปรับลดสินทรัพย์ทางการเงินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง** ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากกิจการโรงแรมค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และมีรายได้จากธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ที่จะสามารถรับรู้ได้ในอนาคตอีก 2,706 ล้านบาท (หากไม่มีการยกเลิก) ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับรายได้ และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** ขาดทุนสุทธิ 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท YoY
* **รายได้รวมเติบโต:** รายได้รวม 3 เดือน เพิ่มขึ้น 63 ล้านบาท YoY
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว:** รายได้จากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท YoY จากการดำเนินงานที่ดีขึ้นในลากูน่า ภูเก็ต และภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์
* **อสังหาริมทรัพย์รับรู้รายได้เพิ่ม:** รายได้จากพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 34 ล้านบาท YoY จากโครงการแคสเซียและอังสนา บีฟร้อนท์
* **ค่าใช้จ่ายรวมปรับเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท YoY สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมดีขึ้น:** เพิ่มขึ้น 7 ล้านบาท จากผลกำไรของ บมจ. ไทยวา
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 275 ล้านบาท แม้ว่ารายได้รวมจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 63 ล้านบาท เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากกิจการโรงแรมและกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวม 48 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนของกิจการโรงแรมและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นตามรายได้และกิจกรรมส่งเสริมการขาย ส่งผลให้ภาพรวมผลขาดทุนสุทธิปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การเปิดดำเนินการโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของรายได้จากกิจการโรงแรม เป็นสัญญาณบวกต่อธุรกิจโรงแรม
* **Backlog ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** มีรายได้จากธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ที่รอรับรู้ในอนาคตอีก 2,706 ล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ต่อเนื่อง
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) ช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่ หรือมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ โดยเฉพาะต้นทุนโรงแรมและค่าใช้จ่ายในการขาย อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้:** การปรับลดสินทรัพย์ทางการเงินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และกำไรทางภาษีที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจโรงแรมภายใต้สถานการณ์โควิด-19 และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว
* การรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่รอรับรู้ในอนาคต และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่นๆ เพื่อควบคุมผลขาดทุน
* ผลกระทบจากการปรับปรุงรายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีต่อผลประกอบการในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
เอกสารที่ได้รับเป็นข้อมูลของบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักในกลุ่มเทคโนโลยี แต่เนื้อหาที่ให้มากลับเป็นข้อมูลทางการเงินของธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เป็นส่วนใหญ่ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรายได้ recurring/subscription, R&D, product mix, ลูกค้าหลัก, margin หรือการขยายตลาด/พาร์ทเนอร์ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยีโดยตรง
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่มี สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:
* **รายได้รวม:** เพิ่มขึ้น 63 ล้านบาท YoY โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์
* **อัตรากำไร:** ไม่ได้ระบุอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) หรืออัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ชัดเจนสำหรับแต่ละกลุ่มธุรกิจ แต่ระบุว่าต้นทุนของกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นตามรายได้ และต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นตามรายได้เช่นกัน
* **การบริหารต้นทุน:** มีการบริหารจัดการต้นทุนที่ส่งผลให้ต้นทุนรวมของกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น โดยมีการชดเชยกันระหว่างต้นทุนการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นกับการลดลงของต้นทุนการขายที่พักตากอากาศ
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการทำแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้นตามรายได้อสังหาริมทรัพย์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของยอดเงินกู้ยืมคงเหลือในงวดปัจจุบัน
## สรุปท้าย
MFEC ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับสถานการณ์ที่รายได้รวมฟื้นตัวจากธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกันส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้จะมีโอกาสจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและ backlog อสังหาริมทรัพย์ แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19 และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MFEC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,856.32
ล้านบาท
↑ 8.7% YoY
กำไรขั้นต้น
344.25
ล้านบาท
↑ 25.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.55
%
กำไรสุทธิ
58.73
ล้านบาท
↑ 10.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.16
%
D/E Ratio
1.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,856
↑ + 8.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
344
↑ + 25.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
59
↑ + 10.2%
YoY
D/E Ratio
1.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MFEC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.54
ROE (%)
9.05
ROA (%)
4.98
Book Value/หุ้น
6.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MFEC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+672
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-105
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MFEC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
671.65
+81.08%
|
370.91
-6.39%
|
396.23
-5.69%
|
420.14
+156.57%
|
163.75
-129.74%
|
-550.66
-331.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-104.95
-230.75%
|
80.27
-106.41%
|
-1,252.88
+6,341.54%
|
-19.45
-133.79%
|
57.56
+284.25%
|
14.98
-289.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-67.82
-83.97%
|
-423.10
-157.47%
|
736.18
-624.64%
|
-140.32
+214.69%
|
-44.59
-124.38%
|
182.93
+74.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
498.87
+1,677.24%
|
28.07
-123.30%
|
-120.46
-145.38%
|
265.44
+50.20%
|
176.72
-151.22%
|
-344.99
-202.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
199.32
-22.22%
|
256.26
-9.12%
|
281.97
+98.79%
|
141.84
-18.49%
|
174.02
+5.06%
|
165.64
-49.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
615.74
+208.92%
|
199.32
-22.22%
|
256.26
-9.12%
|
281.97
+98.79%
|
141.84
-18.49%
|
174.02
-6.04%
|