บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.39
0.01 (0.71%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นมีปัจจัยหลักมาจาก รายได้รวมเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้จากธุรกิจด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) มีการขยายตัวสูงสุดโดย เพิ่มขึ้นถึง 60.92 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.3
ธุรกิจด้านวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) เพิ่มขึ้น 59.22 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 77.3
ธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเริ่มจัดตั้งเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล เติบโต เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ โดยมียอดขายและบริการรวม 13.37 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 11.89 ล้านบาทหรือ 800.4% เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทางบริษัทมีความมั่นใจว่าการเติบโตของยอดขายและบริการจะเป็นไปอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการให้บริการแบบครบวงจรเพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้แก่ลูกค้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7707 out_tok=2939 at=2026-07-25T17:05:14 -->
# IIG โชว์รายได้ปี 65 พุ่ง 38.5% รับแรงหนุนธุรกิจ CRM-ERP ดันกำไรสุทธิโต 7.8%
## รายได้รวมโต 39.3% จากธุรกิจหลัก CRM-ERP หนุนกำไรสุทธิโตต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนบริการปรับขึ้นตามการเติบโต
บริษัท ไอแอนด์ไอกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IIG รายงานผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 961.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้ในกลุ่มธุรกิจบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) และการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ส่งผลให้กำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 85.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% เมื่อเทียบกับปี 2564 ฝ่ายบริหารชี้แจงว่าการเติบโตของรายได้หลักเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ แม้ต้นทุนขายและบริการจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ IIG ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ในกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) และการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP)** โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 39.3% (271.30 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 961.59 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิหลังหักภาษีปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.8% (6.19 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 85.56 ล้านบาท แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะปรับตัวสูงขึ้น 48.4% ตามการเติบโตของรายได้ แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมกลับมีประสิทธิภาพดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในกลุ่ม CRM มาจากรายได้ค่าเช่าใช้ซอฟต์แวร์ (Subscription) ที่เพิ่มขึ้น 21.3% และรายได้จากการให้บริการติดตั้งและดูแลรักษาระบบที่เพิ่มขึ้นถึง 70.2% จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มธนาคาร ประกันชีวิต ประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน
ส่วนธุรกิจ ERP เติบโตจากการให้บริการติดตั้งและดูแลรักษาระบบที่เพิ่มขึ้น 82.58 ล้านบาทจากลูกค้ารายใหม่ในธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ และรายได้ค่าเช่าใช้ซอฟต์แวร์ Oracle ที่เพิ่มขึ้น 24.11 ล้านบาท จากการขยายฐานลูกค้า ERP On Cloud
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 48.4% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ (38.5%) เป็นผลมาจากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นในโครงการขนาดใหญ่ที่ซับซ้อน และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้นต่อต้นทุนค่าสิทธิใบอนุญาตโปรแกรม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.8% ส่วนหนึ่งมาจากการเข้าซื้อกิจการ Lansing ซึ่งมีค่าใช้จ่าย One Time Expense ประมาณ 3 ล้านบาท แต่หากพิจารณาในสัดส่วนต่อรายได้รวม กลับลดลง 1.6% แสดงถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของรายได้ในกลุ่ม CRM และ ERP ที่มาจากการขยายฐานลูกค้าใหม่และการให้บริการหลังการติดตั้ง รวมถึงการสะสมฐานลูกค้า ERP On Cloud ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การควบรวมกิจการกับกลุ่มบริษัท Lansing ที่แล้วเสร็จเมื่อต้นปี 2566 จะช่วยเสริมศักยภาพในการให้บริการจัดหาบุคลากรด้านสารสนเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางการเติบโตในอนาคต แม้ว่าต้นทุนแรงงานและอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายโดยรวมยังคงมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 39.3%** แตะ 961.59 ล้านบาท จาก 690.29 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรสุทธิหลังหักภาษีปี 2565 เพิ่มขึ้น 7.8%** อยู่ที่ 85.56 ล้านบาท จาก 79.37 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้ธุรกิจ CRM เติบโต 41.7%** และ **ERP เติบโต 55.3%** เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 48.4%** สูงกว่ารายได้เล็กน้อย จากต้นทุนแรงงานและผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลง** แสดงถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการ แม้มีค่าใช้จ่ายจากการเข้าซื้อกิจการ
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 43.0%** จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้ตามสัญญาให้บริการ
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 121.3%** ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัท ไอแอนด์ไอกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 947.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 129.6% ส่งผลให้รายได้รวมอยู่ที่ 961.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 48.4% เป็น 731.86 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 27.7% เป็น 22.5% ของรายได้รวม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.8% เป็น 119.21 ล้านบาท ทำให้กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเพิ่มขึ้น 9.6% เป็น 110.52 ล้านบาท เมื่อหักต้นทุนทางการเงินและภาษีแล้ว กำไรสุทธิหลังภาษีอยู่ที่ 85.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ CRM และ ERP:** การขยายฐานลูกค้าใหม่และการให้บริการที่เพิ่มขึ้นในสองกลุ่มธุรกิจหลักนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ต่อเนื่อง
* **การควบรวมกิจการ:** การเข้าซื้อกิจการกลุ่มบริษัท Lansing จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจจัดหาบุคลากรด้านสารสนเทศ และเปิดโอกาสในการขยายบริการ
* **การขยายบริการด้าน CEM และ Digital Marketing:** แม้ปัจจุบันรายได้ส่วนนี้ลดลง แต่บริษัทฯ อยู่ระหว่างการสรรหาบุคลากรเพิ่มเติมเพื่อขยายบริการในอนาคต
* **การเติบโตของรายได้ประจำ:** แม้สัดส่วนรายได้ประจำจะลดลงเล็กน้อย แต่การเติบโต 26.1% แสดงถึงการมีรายได้ที่มั่นคงจากสัญญาบริการระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนแรงงานและอัตราแลกเปลี่ยน:** ต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นในโครงการที่ซับซ้อน และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าสิทธิใบอนุญาตโปรแกรม
* **การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่:** แม้จะมีการขยายฐานลูกค้า แต่การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ในบางกลุ่มธุรกิจอาจเป็นความเสี่ยงหากลูกค้าเหล่านั้นมีการเปลี่ยนแปลงความต้องการ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** การแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและอัตรากำไร
* **การบริหารจัดการลูกหนี้:** ระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 12 วัน อาจส่งผลต่อสภาพคล่องหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของรายได้จากธุรกิจ CRM และ ERP ในไตรมาสถัดไป:** จะยังคงรักษาอัตราการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลกระทบจากการควบรวมกิจการ Lansing:** จะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรตามที่คาดหวังได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนแรงงานและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** จะมีมาตรการรับมืออย่างไรเพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุน
* **ความคืบหน้าในการขยายบริการด้าน CEM และ Digital Marketing:** การสรรหาบุคลากรและการกลับมาเติบโตของรายได้ในส่วนนี้
* **การบริหารจัดการระยะเวลาการเก็บหนี้:** จะสามารถลดระยะเวลาการเก็บหนี้ให้กลับสู่ระดับปกติได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**รายได้จากการขายและการให้บริการ:** เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 38.5% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจ CRM ที่เติบโต 41.7% และ ERP ที่เติบโต 55.3% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการโซลูชันด้านการบริหารลูกค้าและการจัดการทรัพยากรองค์กรที่ยังคงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการให้บริการติดตั้งและดูแลรักษาระบบหลังการขายที่เติบโตโดดเด่นในทั้งสองกลุ่มธุรกิจนี้ แสดงถึงความสามารถของ IIG ในการส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าและสร้างรายได้ต่อเนื่อง
**รายได้ประจำและไม่ประจำ:** สัดส่วนรายได้ไม่ประจำเพิ่มขึ้นเป็น 58.1% จาก 54.3% ในปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการใหม่ๆ ในกลุ่ม CRM และ ERP แม้รายได้ประจำจะเติบโต 26.1% แต่สัดส่วนลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การเติบโตของทั้งสองประเภทรายได้บ่งชี้ถึงการขยายตัวของธุรกิจโดยรวม
**ต้นทุนขายและบริการ:** อัตราต้นทุนขายและบริการต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 71.4% เป็น 76.1% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้เล็กน้อย ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นในโครงการที่ซับซ้อน และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อต้นทุนค่าสิทธิใบอนุญาตโปรแกรม ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** แม้จะมีการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจากการเข้าซื้อกิจการ แต่เมื่อพิจารณาในสัดส่วนต่อรายได้รวม กลับลดลง แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้
**การวิเคราะห์และจัดการข้อมูล (iiG Data) และบริการจัดหาบุคลากร:** รายได้ในสองส่วนนี้ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าอยู่ระหว่างการนำเสนองานเพิ่มเติมและวางแผนขยายธุรกิจตามลำดับ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 สินทรัพย์รวมของ IIG เพิ่มขึ้น 43.0% เป็น 1,139.86 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้ตามสัญญาให้บริการที่ยังไม่ได้เรียกเก็บ ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 121.3% เป็น 537.85 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8.7% เป็น 602.01 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากกำไรเบ็ดเสร็จรวมหักลบด้วยเงินปันผลจ่าย
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการใช้เงินกู้ยืมเพื่อสนับสนุนการเติบโตและการเข้าซื้อกิจการ
ระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 12 วัน เป็น 68 วัน เนื่องจากมีรายได้ค้างรับตามสัญญาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการรับงานที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
IIG แสดงผลประกอบการปี 2565 ที่น่าประทับใจ โดยมีรายได้รวมเติบโต 39.3% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7.8% จากแรงหนุนหลักของธุรกิจ CRM และ ERP การเติบโตนี้เกิดขึ้นแม้ต้นทุนขายและบริการจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ การเข้าซื้อกิจการ Lansing เป็นอีกก้าวสำคัญที่คาดว่าจะเสริมศักยภาพในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนแรงงาน อัตราแลกเปลี่ยน และการบริหารจัดการลูกหนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต่อเนื่องของการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IIG ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
195.04
ล้านบาท
↓ 31.9% YoY
กำไรขั้นต้น
31.26
ล้านบาท
↓ 44.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.03
%
กำไรสุทธิ
-201.96
ล้านบาท
↓ 5658.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-103.54
%
D/E Ratio
3.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
195
↓ -31.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
31
↓ -44.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-202
↓ -5658.9%
YoY
D/E Ratio
3.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IIG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.08
ROE (%)
-92.26
ROA (%)
-27.26
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IIG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+256
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IIG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.46
-49.38%
|
-58.20
+448.02%
|
-10.62
-109.20%
|
115.44
+100.77%
|
57.50
+615.17%
|
8.04
-82.84%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
256.28
+5,698.19%
|
4.42
-84.82%
|
29.11
+224.16%
|
8.98
-54.04%
|
19.54
-285.57%
|
-10.53
-186.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-89.40
-156.94%
|
157.00
-266.88%
|
-94.08
-268.48%
|
55.84
+240.07%
|
16.42
-87.05%
|
126.80
-496.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
49.87
-51.69%
|
103.22
-236.57%
|
-75.58
+70.38%
|
-44.36
-147.47%
|
93.45
-24.83%
|
124.31
+358.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
79.25
-4.75%
|
83.20
-27.32%
|
114.47
-28.21%
|
159.45
+0.28%
|
159.00
+358.35%
|
34.69
+358.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
24.43
-62.71%
|
65.51
-13.32%
|
75.58
-33.97%
|
114.47
-28.21%
|
159.45
+0.28%
|
159.00
+358.35%
|