บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.39
0.01 (0.71%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นมีปัจจัยหลักมาจาก รายได้รวมเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้จากธุรกิจด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) มีการขยายตัวสูงสุดโดย เพิ่มขึ้นถึง 60.92 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.3
ธุรกิจด้านวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) เพิ่มขึ้น 59.22 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 77.3
ธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเริ่มจัดตั้งเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล เติบโต เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ โดยมียอดขายและบริการรวม 13.37 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 11.89 ล้านบาทหรือ 800.4% เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทางบริษัทมีความมั่นใจว่าการเติบโตของยอดขายและบริการจะเป็นไปอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการให้บริการแบบครบวงจรเพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้แก่ลูกค้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8888 out_tok=3489 at=2026-07-25T17:38:51 -->
# IIG โชว์รายได้ Q3/65 พุ่ง 43.3% กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกโต 26.1% รับแรงหนุนธุรกิจ CRM-ERP
## รายได้รวม 9 เดือนแรกทะลุ 700 ล้านบาท เติบโต 43.1% จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มธนาคาร ประกัน และพลังงาน ขณะที่ค่าใช้จ่ายพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการกระทบกำไรไตรมาส 3 เล็กน้อย
บริษัท ไอแอนด์ไอกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IIG รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีรายได้รวม 707.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) และธุรกิจวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ในหลากหลายอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับงวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ 71.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ IIG ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายและการให้บริการ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ CRM และ ERP ที่เพิ่มขึ้นถึง 42.7%** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 43.1% แม้ว่ากำไรสุทธิหลังหักภาษีจะลดลง 24.9% ในไตรมาส 3/2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เมื่อพิจารณางวด 9 เดือนแรก กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ 26.1%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในกลุ่มธุรกิจ CRM และ ERP มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคาร บริษัทประกันชีวิตและประกันภัย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่ IIG สามารถเข้าไปให้บริการออกแบบ ติดตั้ง พัฒนา และสนับสนุนระบบได้เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากการอนุญาตให้เช่าใช้ระบบซอฟต์แวร์ (Subscription):** ในกลุ่ม CRM (Salesforce) มีการเติบโต 20.6% และในกลุ่ม ERP (Oracle On Cloud) มีการเติบโตจากการอนุญาตให้เช่าใช้งานระบบซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **รายได้จากการให้บริการหลังการติดตั้ง:** มีการเติบโตสูงในกลุ่ม CRM (เพิ่มขึ้น 85.1%) และ ERP (เพิ่มขึ้น 74.77 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการใช้บริการสนับสนุนและดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการ:** มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 71.0% เป็น 74.6% ในงวด 9 เดือนแรก ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น และต้นทุนค่าสิทธิใบอนุญาตโปรแกรมที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง
* **ค่าใช้จ่ายพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการ:** ในไตรมาส 3/2565 มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One Time Expense) ประมาณ 3 ล้านบาท จากการเข้าซื้อกิจการกลุ่มบริษัท แลนซิ่ง (Lansing) ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรในไตรมาส 3 แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงถึงประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:
* **การเติบโตของรายได้จากธุรกิจ CRM และ ERP:** ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าใหม่และการให้บริการสนับสนุนหลังการติดตั้ง
* **การสะสมฐานลูกค้า:** การที่บริษัทฯ มีการสะสมฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในส่วนของ ERP On Cloud จะช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ที่มั่นคง
* **แผนการขยายธุรกิจ:** การวางแผนขยายธุรกิจด้านการให้บริการจัดหาบุคลากรในส่วนงานสารสนเทศ โดยมีแผนควบรวมกิจการกับกลุ่มบริษัท แลนซิ่ง (Lansing) ซึ่งได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นแล้ว จะเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารค่าใช้จ่าย:** แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่การที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลง แสดงถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากรักษาแนวโน้มนี้ได้ จะส่งผลดีต่อกำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 43.1%** แตะ 707.88 ล้านบาท จาก 494.54 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิหลังภาษี 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 26.1%** เป็น 71.25 ล้านบาท จาก 56.49 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจ CRM และ ERP เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก:** รายได้จาก CRM เติบโต 48.0% และ ERP เติบโต 63.6% ในงวด 9 เดือนแรก
* **รายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 3/2565 เติบโต 43.3%** แตะ 246.59 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิหลังภาษีไตรมาส 3/2565 ลดลง 24.9%** อยู่ที่ 18.31 ล้านบาท จาก 24.38 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 50.4%** ในงวด 9 เดือนแรก เป็น 528.26 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากต้นทุนแรงงานและค่าสิทธิใบอนุญาตที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.0%** ในงวด 9 เดือนแรก เป็น 87.74 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการประมาณ 3 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัท ไอแอนด์ไอกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 707.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มธุรกิจ CRM และ ERP ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรขั้นต้น (ไม่รวมรายได้อื่น) เพิ่มขึ้น 23.2% เป็น 170.71 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า (50.4%) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 28.0% เป็น 24.1% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.0% โดยมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการรวมอยู่ด้วย ทำให้กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเพิ่มขึ้น 27.5% เป็น 91.88 ล้านบาท เมื่อหักต้นทุนทางการเงินและภาษีแล้ว กำไรสุทธิหลังภาษีสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 71.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 250.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่กำไรสุทธิหลังภาษีลดลง 24.9% มาอยู่ที่ 18.31 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 59.5% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 53.1% ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการ
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ CRM และ ERP:** ยังคงเป็นโอกาสสำคัญจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย และการให้บริการสนับสนุนหลังการติดตั้งที่เพิ่มขึ้น
* **การขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการ:** การควบรวมกับกลุ่มบริษัท แลนซิ่ง (Lansing) จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจจัดหาบุคลากรด้านสารสนเทศ
* **รายได้ประจำ (Recurring Revenue):** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการอนุญาตให้เช่าใช้ระบบซอฟต์แวร์ (Subscription) จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับรายได้ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลง แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะต้นทุนแรงงานและค่าสิทธิใบอนุญาตที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถผลักภาระให้ลูกค้าได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** การแข่งขันที่สูงอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่:** แม้จะมีการขยายฐานลูกค้า แต่การมีลูกค้ารายใหญ่ที่มีสัดส่วนรายได้สูง อาจเป็นความเสี่ยงหากลูกค้ารายนั้นลดการใช้บริการ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าสิทธิใบอนุญาตโปรแกรม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของรายได้ในกลุ่ม CRM และ ERP:** ติดตามการขยายฐานลูกค้าใหม่และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการสนับสนุน
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** จับตาดูว่าบริษัทฯ จะสามารถควบคุมต้นทุนแรงงานและค่าสิทธิใบอนุญาตได้หรือไม่ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความคืบหน้าของการควบรวมกิจการกับ Lansing:** ผลกระทบต่อรายได้และกำไรของธุรกิจจัดหาบุคลากร
* **สัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Revenue):** ติดตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการอนุญาตให้เช่าใช้ระบบซอฟต์แวร์
* **ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษ:** ประเมินว่ากำไรจะกลับมาฟื้นตัวได้ตามปกติหลังหักค่าใช้จ่าย One Time Expense ในไตรมาส 3/65 หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**รายได้จากการขายและการให้บริการ:** ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้จากการขายและการให้บริการเติบโตอย่างโดดเด่น 42.7% มาอยู่ที่ 698.97 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากธุรกิจ CRM (54.8%) และ ERP (39.2%) ซึ่งทั้งสองธุรกิจมีการเติบโตสูงถึง 48.0% และ 63.6% ตามลำดับ การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการให้บริการลูกค้าใหม่ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ธนาคาร ประกันชีวิต/ประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน
**รายได้ประจำ vs ไม่ประจำ:** สัดส่วนรายได้ประจำอยู่ที่ 39.7% และรายได้ไม่ประจำอยู่ที่ 59.1% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 โดยทั้งสองประเภทรายได้มีการเติบโตที่ดี โดยรายได้ไม่ประจำเติบโต 59.4% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการใหม่ๆ ที่บริษัทฯ ประมูลได้
**ต้นทุนขายและบริการ:** มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 74.6% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 จาก 71.0% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น และต้นทุนค่าสิทธิใบอนุญาตโปรแกรมที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 23.0% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เป็น 87.74 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการประมาณ 3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลง 2.0% แสดงถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
**R&D และ Product Mix:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย R&D หรือการเปลี่ยนแปลง Product Mix ที่ชัดเจน นอกเหนือจากการเติบโตของ CRM และ ERP
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,068.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้ตามสัญญาให้บริการที่ยังไม่ได้เรียกเก็บ รวม 277.45 ล้านบาท และค่าลิขสิทธิ์จ่ายล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 37.13 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 483.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.9% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น 76.15 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 84.79 ล้านบาท และรายได้จากการอนุญาตให้เช่าใช้ระบบซอฟต์แวร์และบริการสนับสนุนรับล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 65.81 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 585.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 71.25 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลจ่าย 40 ล้านบาท
**เครดิตเทอมและระยะเวลาการเก็บหนี้:** เครดิตเทอมลูกค้าอยู่ระหว่าง 30-120 วัน โดยส่วนใหญ่คือ 30 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 ระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 61 วัน เพิ่มขึ้น 5 วันจากสิ้นปี 2564 เนื่องจากมีรายได้ค้างรับที่อยู่ระหว่างการเรียกเก็บเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
IIG โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 43.1% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 26.1% เป็นผลจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจ CRM และ ERP ที่ขยายฐานลูกค้าใหม่ในหลากหลายอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของรายได้ และค่าใช้จ่ายพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการในไตรมาส 3 ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าจะมีโอกาสในการเติบโตต่อเนื่องจากการขยายธุรกิจและการควบรวมกิจการ แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงขึ้นและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IIG ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
195.04
ล้านบาท
↓ 31.9% YoY
กำไรขั้นต้น
31.26
ล้านบาท
↓ 44.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.03
%
กำไรสุทธิ
-201.96
ล้านบาท
↓ 5658.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-103.54
%
D/E Ratio
3.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
195
↓ -31.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
31
↓ -44.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-202
↓ -5658.9%
YoY
D/E Ratio
3.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IIG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.08
ROE (%)
-92.26
ROA (%)
-27.26
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IIG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+256
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IIG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.46
-49.38%
|
-58.20
+448.02%
|
-10.62
-109.20%
|
115.44
+100.77%
|
57.50
+615.17%
|
8.04
-82.84%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
256.28
+5,698.19%
|
4.42
-84.82%
|
29.11
+224.16%
|
8.98
-54.04%
|
19.54
-285.57%
|
-10.53
-186.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-89.40
-156.94%
|
157.00
-266.88%
|
-94.08
-268.48%
|
55.84
+240.07%
|
16.42
-87.05%
|
126.80
-496.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
49.87
-51.69%
|
103.22
-236.57%
|
-75.58
+70.38%
|
-44.36
-147.47%
|
93.45
-24.83%
|
124.31
+358.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
79.25
-4.75%
|
83.20
-27.32%
|
114.47
-28.21%
|
159.45
+0.28%
|
159.00
+358.35%
|
34.69
+358.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
24.43
-62.71%
|
65.51
-13.32%
|
75.58
-33.97%
|
114.47
-28.21%
|
159.45
+0.28%
|
159.00
+358.35%
|