บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.39
0.01 (0.71%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นมีปัจจัยหลักมาจาก รายได้รวมเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้จากธุรกิจด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) มีการขยายตัวสูงสุดโดย เพิ่มขึ้นถึง 60.92 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.3
ธุรกิจด้านวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) เพิ่มขึ้น 59.22 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 77.3
ธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเริ่มจัดตั้งเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล เติบโต เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ โดยมียอดขายและบริการรวม 13.37 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 11.89 ล้านบาทหรือ 800.4% เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทางบริษัทมีความมั่นใจว่าการเติบโตของยอดขายและบริการจะเป็นไปอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการให้บริการแบบครบวงจรเพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้แก่ลูกค้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9196 out_tok=3126 at=2026-07-25T16:59:13 -->
# IIG พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/66 สู่กำไร 18.31 ล้านบาท รับแรงหนุนรายได้จัดหาบุคลากร IT พุ่ง
## รายได้รวม Q3/66 ทรงตัว แต่กำไรสุทธิฟื้นตัวแรง จากการควบรวมกิจการและรายได้บุคลากร IT ที่เติบโตสูง
บริษัท ไอแอนด์ไอกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IIG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 18.31 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 51.74 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย 1.5% อยู่ที่ 246.27 ล้านบาท โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการจัดหาบุคลากรด้านไอที และการรับรู้รายได้จากการควบรวมกิจการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ IIG พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากรทางด้านระบบงานสารสนเทศ (IT Staffing)** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 1,171.3% ในไตรมาส 3 และ 1,104.3% ในงวด 9 เดือน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยนี้ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ ในงวด 9 เดือน เติบโตเล็กน้อย 0.4% เป็น 702.04 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากธุรกิจหลักอย่าง CRM และ ERP จะปรับตัวลดลงอย่างมากก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากธุรกิจ IT Staffing เป็นผลโดยตรงจากการ **ควบรวมกิจการบริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนสซิสเต็มส์ จำกัด** ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2566 ธุรกิจนี้กลายเป็นส่วนสำคัญของรายได้รวม โดยคิดเป็น 28.3% ของรายได้จากการขายและการให้บริการในงวด 9 เดือน และ 29.7% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
ในทางกลับกัน รายได้จากธุรกิจ CRM ลดลง 23.9% ในงวด 9 เดือน และ 28.3% ในไตรมาส 3 เนื่องจากรายได้จากการให้บริการออกแบบ ติดตั้ง และสนับสนุนระบบ CRM ลดลง แม้ว่ารายได้จากค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ Salesforce จะเพิ่มขึ้นก็ตาม เช่นเดียวกับรายได้จากธุรกิจ ERP ที่ลดลง 40.4% ในงวด 9 เดือน และ 35.7% ในไตรมาส 3 จากการลดลงของรายได้จากการให้บริการติดตั้งและสนับสนุนระบบ ERP แม้ว่ารายได้จาก ERP On Cloud จะเพิ่มขึ้นก็ตาม
นอกจากนี้ ต้นทุนขายและบริการในงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้นถึง 36.6% เป็น 721.86 ล้านบาท คิดเป็น 101.4% ของรายได้รวม ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่ 74.6% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากความท้าทายในการบริหารโครงการขนาดใหญ่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 62.1% เป็น 142.22 ล้านบาท หรือ 20.0% ของรายได้รวม จากการควบรวมกิจการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาการบริหารต้นทุนและรายได้จากธุรกิจหลัก** การเติบโตของรายได้จากธุรกิจ IT Staffing ที่เกิดจากการควบรวมกิจการมีแนวโน้มที่จะเป็นรายได้ประจำและต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่ากำลังดำเนินงานให้แล้วเสร็จสำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะส่งมอบได้ภายในสิ้นปี 2566 ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้ในไตรมาส 4 นอกจากนี้ การลดลงของรายได้จากธุรกิจ CRM และ ERP ซึ่งเป็นธุรกิจหลักเดิม อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** งวด 9 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 131.27 ล้านบาท พลิกเป็นกำไรสุทธิ 18.31 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566
* **รายได้รวมทรงตัว:** งวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวม 711.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% YoY ขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2566 รายได้รวม 246.27 ล้านบาท ลดลง 1.5% YoY
* **IT Staffing โตแรง:** รายได้จากธุรกิจจัดหาบุคลากร IT พุ่ง 1,104.3% (9 เดือน) และ 1,171.3% (ไตรมาส 3) จากการควบรวมกิจการ
* **CRM/ERP ลดลง:** รายได้จากธุรกิจ CRM ลดลง 23.9% (9 เดือน) และ 28.3% (ไตรมาส 3), ERP ลดลง 40.4% (9 เดือน) และ 35.7% (ไตรมาส 3)
* **ต้นทุนพุ่ง:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 36.6% (9 เดือน) เป็น 101.4% ของรายได้รวม
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 62.1% (9 เดือน) จากการควบรวมกิจการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 711.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 702.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% เป็นผลหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากกลุ่มบริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนสซิสเต็มส์ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิหลังหักภาษี 131.27 ล้านบาท ลดลง 284.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากรายได้ของการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจด้าน CRM และ ERP ที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อพิจารณาเฉพาะไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 246.27 ล้านบาท ลดลง 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 244.01 ล้านบาท ลดลง 1.1% เป็นผลมาจากความท้าทายในการทำงานในโครงการขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 18.31 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 51.74 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ IT Staffing:** การควบรวมกิจการบริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนสซิสเต็มส์ จำกัด ทำให้บริษัทฯ มีรายได้ประจำจากธุรกิจจัดหาบุคลากร IT ที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
* **การขยายธุรกิจ MarTech และ CEM:** รายได้จากบริการที่ปรึกษาด้านการวางแผนกลยุทธ์แบรนด์ การสร้างและบริหารประสบการณ์ลูกค้า (CEM) และการตลาดดิจิทัล (MarTech) มีการเติบโตสูงถึง 109.1% ในงวด 9 เดือน โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าธนาคาร โรงพยาบาล และยา
* **รายได้จาก Subscription:** รายได้จากการอนุญาตให้เช่าใช้ระบบซอฟต์แวร์ (Subscription) จาก Salesforce และ ERP On Cloud มีการเติบโต ซึ่งเป็นรายได้ที่มีความสม่ำเสมอ
## ความเสี่ยง
* **การลดลงของรายได้ธุรกิจหลัก:** รายได้จากธุรกิจ CRM และ ERP ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของบริษัทฯ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้ในระยะยาวหากไม่สามารถชดเชยได้
* **ต้นทุนขายและบริการที่สูงขึ้น:** ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (36.6% ใน 9 เดือน) และคิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ (101.4%) เป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความท้าทายในการบริหารโครงการ:** ความท้าทายในการบริหารโครงการขนาดใหญ่ส่งผลต่อการรับรู้รายได้และอาจกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **การทดสอบการด้อยค่าของค่าความนิยม:** แม้ปัจจุบันจะยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่การมีค่าความนิยม (Goodwill) จำนวนมากจากการควบรวมกิจการ (552.58 ล้านบาท ณ 30 ก.ย. 66) อาจมีความเสี่ยงหากผลประกอบการของบริษัทย่อยไม่เป็นไปตามคาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การส่งมอบโครงการขนาดใหญ่:** ความคืบหน้าและการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2566
* **การฟื้นตัวของรายได้ CRM/ERP:** กลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการเพิ่มรายได้จากธุรกิจ CRM และ ERP ที่ปัจจุบันปรับตัวลดลง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมและลดต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มสูงขึ้น
* **การเติบโตของรายได้ MarTech/CEM:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของธุรกิจที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์แบรนด์และประสบการณ์ลูกค้า
* **ผลประกอบการของบริษัทที่ควบรวม:** การดำเนินงานและผลประกอบการของบริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนสซิสเต็มส์ จำกัด หลังการควบรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**Product Mix และ Recurring Revenue:** โครงสร้างรายได้ของ IIG มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จากธุรกิจจัดหาบุคลากร IT (IT Staffing) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายได้ประจำ (Recurring Revenue) มีการเติบโตสูงมากจากการควบรวมกิจการ คิดเป็น 28.3% ของรายได้รวมในงวด 9 เดือน ในขณะที่รายได้จากธุรกิจ CRM และ ERP ซึ่งเดิมเป็นรายได้หลัก มีสัดส่วนลดลงอย่างมาก โดยรายได้จากการให้บริการ (Project-based) ในกลุ่มนี้ลดลง แต่รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (Subscription) ยังคงเติบโต แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ
**ลูกค้าหลัก:** เอกสารไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าหลักโดยตรง แต่กล่าวถึงการให้บริการด้าน MarTech และ CEM ที่ได้รับการตอบรับดีจากกลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจโรงพยาบาล และธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายยา ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ
**Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการ โดยในงวด 9 เดือน บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นติดลบ 19.82 ล้านบาท หรือ -2.8% ของรายได้รวม เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 170.71 ล้านบาท หรือ 24.1% ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
**การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** การควบรวมกิจการบริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนสซิสเต็มส์ จำกัด ถือเป็นการขยายธุรกิจที่สำคัญ การเติบโตของรายได้ MarTech และ CEM บ่งชี้ถึงการขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,576.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าความนิยม (Goodwill) 300.86 ล้านบาท จากการรวมกิจการ และลูกหนี้ตามสัญญาให้บริการที่ยังไม่ได้เรียกเก็บเพิ่มขึ้น 41.89 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 789.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.9% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 217.16 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 786.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.5% จากสิ้นปี 2565 เป็นผลส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญจากการควบรวมกิจการ
ระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 71 วัน เพิ่มขึ้น 3 วันจาก 69 วัน ณ สิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
IIG พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ธุรกิจจัดหาบุคลากร IT ซึ่งเป็นผลจากการควบรวมกิจการ แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัวและธุรกิจหลักอย่าง CRM/ERP จะปรับตัวลดลงก็ตาม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนขายและบริการส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามควบคู่ไปกับการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ และการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IIG ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
195.04
ล้านบาท
↓ 31.9% YoY
กำไรขั้นต้น
31.26
ล้านบาท
↓ 44.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.03
%
กำไรสุทธิ
-201.96
ล้านบาท
↓ 5658.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-103.54
%
D/E Ratio
3.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
195
↓ -31.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
31
↓ -44.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-202
↓ -5658.9%
YoY
D/E Ratio
3.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IIG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.08
ROE (%)
-92.26
ROA (%)
-27.26
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IIG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+256
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IIG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.46
-49.38%
|
-58.20
+448.02%
|
-10.62
-109.20%
|
115.44
+100.77%
|
57.50
+615.17%
|
8.04
-82.84%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
256.28
+5,698.19%
|
4.42
-84.82%
|
29.11
+224.16%
|
8.98
-54.04%
|
19.54
-285.57%
|
-10.53
-186.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-89.40
-156.94%
|
157.00
-266.88%
|
-94.08
-268.48%
|
55.84
+240.07%
|
16.42
-87.05%
|
126.80
-496.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
49.87
-51.69%
|
103.22
-236.57%
|
-75.58
+70.38%
|
-44.36
-147.47%
|
93.45
-24.83%
|
124.31
+358.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
79.25
-4.75%
|
83.20
-27.32%
|
114.47
-28.21%
|
159.45
+0.28%
|
159.00
+358.35%
|
34.69
+358.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
24.43
-62.71%
|
65.51
-13.32%
|
75.58
-33.97%
|
114.47
-28.21%
|
159.45
+0.28%
|
159.00
+358.35%
|