บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
13.80
+0.40 (+2.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4573 out_tok=3299 at=2026-07-25T16:03:56 -->
# ICHI กำไร Q3/2566 พุ่ง 70.7% รับยอดขายในประเทศโตแรง-ต้นทุนลด
## รายได้-กำไร ICHI เติบโตโดดเด่นใน Q3/2566 จากการขยายตัวของตลาดชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่ ขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลงช่วยหนุนมาร์จิ้น
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 328.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ICHI ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะในประเทศ ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้จากการขายเติบโตโดดเด่น:**
* **ยอดขายในประเทศ:** เพิ่มขึ้นถึง 26.9% ในไตรมาส 3/2566 และ 27.5% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 โดยมีแรงหนุนหลักจากการเติบโตของกลุ่มตลาดชาพร้อมดื่มและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
* **ยอดขายต่างประเทศ:** เพิ่มขึ้น 4.5% ในไตรมาส 3/2566 และ 10.2% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า และการรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ปี 2566
* **ภาพรวม:** รายได้จากการขายรวมในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 2,076.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.8% YoY และในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 5,938.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% YoY
2. **ต้นทุนขายลดลงและบริหารจัดการได้ดี:**
* **อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้:** ลดลงจาก 80.5% ในไตรมาส 3/2565 มาอยู่ที่ 74.8% ในไตรมาส 3/2566 และจาก 82.5% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มาอยู่ที่ 76.9% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566
* **ปัจจัยสนับสนุน:** การลดลงของอัตราส่วนต้นทุนขายเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่
* **Economy of Scale:** การผลิตสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาด ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง
* **การปรับสูตร:** การปรับสูตรการลดน้ำตาลในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ ช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบบางส่วน
* **ราคาวัตถุดิบบางส่วนปรับลดลง:** เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิต
3. **การบริหารค่าใช้จ่าย:**
* **ต้นทุนการจัดจำหน่าย:** แม้จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยต่อยอดขาย (จาก 4.4% เป็น 4.7% ในงวด 9 เดือน) เนื่องจากมีการใช้งบการตลาดสำหรับสินค้าใหม่ แต่โดยรวมยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** มีสัดส่วนลดลงเล็กน้อยต่อยอดขาย (จาก 2.5% เป็น 1.7% ใน Q3 และจาก 2.6% เป็น 2.0% ในงวด 9 เดือน) สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่าย
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:
* **การเติบโตของตลาดชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการเติบโตของกลุ่มตลาดชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ยังคงได้รับความนิยมและมีศักยภาพในการเติบโตต่อไป
* **การขยายตลาด OEM:** การรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการผลิตและศักยภาพในการขยายฐานลูกค้า
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ว่าราคาวัตถุดิบบางส่วนจะปรับตัวลดลง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่การที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนผ่าน Economy of Scale และการปรับสูตรผลิตภัณฑ์ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนได้ในระยะยาว
* **การแข่งขันในอินโดนีเซีย:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แต่หากบริษัทฯ สามารถปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับการแข่งขันได้ ก็อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในอนาคตได้น้อยลง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและการแข่งขันในตลาดต่างประเทศยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 70.7% YoY:** อยู่ที่ 328.0 ล้านบาท จาก 192.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q3/2566 โต 24.8% YoY:** อยู่ที่ 2,076.6 ล้านบาท จาก 1,664.2 ล้านบาท
* **ยอดขายในประเทศเติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 26.9% ใน Q3/2566 จากกลุ่มชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่
* **ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง:** จาก 80.5% ใน Q3/2565 เป็น 74.8% ใน Q3/2566 จาก Economy of Scale, การปรับสูตร และราคาวัตถุดิบบางส่วนลดลง
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 โต 79.5% YoY:** อยู่ที่ 805.3 ล้านบาท จาก 448.7 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าลดลง:** ใน Q3/2566 อยู่ที่ 1.6 ล้านบาท จาก 21.0 ล้านบาท YoY เนื่องจากมีการใช้งบการตลาดและการแข่งขันราคาในอินโดนีเซีย
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยมีรายได้จากการขายรวม 2,076.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 26.9% จากการขยายตัวของกลุ่มตลาดชาพร้อมดื่มและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 4.5% จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าและการรับจ้างผลิตสินค้า (OEM)
ต้นทุนขายในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 1,554.0 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ที่ 74.8% ซึ่งลดลงจาก 80.5% ในปีก่อน ปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนขายลดลง ได้แก่ การผลิตสินค้าที่มากขึ้นตามความต้องการของตลาด (Economy of Scale) การปรับสูตรลดน้ำตาลในบางผลิตภัณฑ์ และราคาวัตถุดิบบางส่วนที่ปรับตัวลดลง
ต้นทุนการจัดจำหน่ายต่อยอดขายลดลงเล็กน้อยจาก 4.4% เป็น 4.0% ในไตรมาส 3/2566 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายก็ลดลงเช่นกัน จาก 2.5% เป็น 1.7%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 21.0 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 เหลือเพียง 1.6 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 เนื่องจากมีการใช้งบการตลาดและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในประเทศอินโดนีเซีย
ผลประกอบการโดยรวมส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 70.7% YoY อยู่ที่ 328.0 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 15.8% เพิ่มขึ้นจาก 11.5% ในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 5,938.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% YoY และมีกำไรสุทธิ 805.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.5% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 13.6%
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดชาพร้อมดื่ม:** ตลาดชาพร้อมดื่มยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมและตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและสร้างรายได้ใหม่
* **การขยายตลาด OEM:** การรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์อื่น ๆ เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตที่มีอยู่
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้า:** การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศสะท้อนถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายตลาดส่งออก
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตผ่าน Economy of Scale และการปรับสูตรผลิตภัณฑ์ ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคาในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย ที่ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ว่าในไตรมาสนี้ราคาวัตถุดิบบางส่วนจะลดลง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การเปลี่ยนแปลงความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่รวดเร็ว อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าในอนาคต
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม:** ตลาดเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในประเทศและต่างประเทศ:** การเติบโตของยอดขายในแต่ละช่องทางจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่:** ความสำเร็จของสินค้าใหม่ที่เปิดตัวในอนาคต
* **กลยุทธ์การแข่งขันในตลาดอินโดนีเซีย:** บริษัทฯ จะมีแนวทางรับมือกับการแข่งขันด้านราคาอย่างไร
* **ทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น น้ำตาล, ใบชา, และบรรจุภัณฑ์
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ความสามารถในการรักษาอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ให้อยู่ในระดับต่ำ
* **การใช้จ่ายงบการตลาด:** การใช้งบประมาณทางการตลาดสำหรับสินค้าใหม่และแคมเปญต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในไตรมาส 3 ปี 2566 ICHI แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดในประเทศที่มียอดขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคและการตอบสนองด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตรงจุด โดยเฉพาะกลุ่มชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี
การบริหารจัดการต้นทุนถือเป็นจุดเด่นสำคัญ การที่อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการใช้ประโยชน์จาก Economy of Scale ที่เพิ่มขึ้นจากการผลิตที่มากขึ้น รวมถึงการปรับสูตรผลิตภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนน้ำตาล ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพของผู้บริโภคด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น ราคาวัตถุดิบบางส่วนที่ปรับลดลง ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น แต่ก็เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามความผันผวนในระยะยาว
ในส่วนของตลาดต่างประเทศ การเติบโตของยอดขาย OEM และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าเป็นสัญญาณที่ดี แต่การแข่งขันด้านราคาในบางตลาด เช่น อินโดนีเซีย ยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
ICHI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ที่น่าประทับใจ ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 70% จากการขับเคลื่อนของยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่งและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จ ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความท้าทายจากการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ แต่ศักยภาพในการเติบโตของตลาดชาพร้อมดื่มและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ทำให้ ICHI ยังคงมีโอกาสในการสร้างผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มยอดขายในแต่ละช่องทาง กลยุทธ์การแข่งขัน และทิศทางราคาวัตถุดิบเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ICHI ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
1,949.32
ล้านบาท
↓ 3.6% YoY
กำไรขั้นต้น
457.03
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.45
%
กำไรสุทธิ
316.91
ล้านบาท
↑ 53.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.26
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,949
↓ -3.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
457
↓ -7.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
317
↑ + 53.6%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ICHI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
23.37
ROA (%)
21.66
Book Value/หุ้น
4.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ICHI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-866
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ICHI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-866.01
-2,251.58%
|
40.25
-105.30%
|
-759.87
+1.74%
|
-746.84
-5.10%
|
-786.97
+20.30%
|
-654.19
-2,270.50%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.64
-91.43%
|
147.41
-83.55%
|
896.11
+1,739.68%
|
48.71
-113.38%
|
-363.94
+147.85%
|
-146.84
-27.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
658.90
-644.91%
|
-120.92
-165.67%
|
184.13
-72.03%
|
658.27
-41.11%
|
1,117.88
+26.33%
|
884.86
-218.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-57.87
-80.62%
|
-298.61
-196.43%
|
309.68
-640.36%
|
-57.31
+73.51%
|
-33.03
-152.00%
|
63.52
+42.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
420.72
-23.42%
|
549.36
+238.65%
|
162.22
+292.78%
|
41.30
+131.11%
|
17.87
-81.71%
|
97.68
-14.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
231.63
-44.94%
|
420.72
-23.42%
|
549.36
+238.65%
|
162.22
+292.78%
|
41.30
+131.11%
|
17.87
-81.71%
|