บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
13.80
+0.40 (+2.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4630 out_tok=2617 at=2026-07-25T06:10:38 -->
# ICHI กำไร Q2/2566 พุ่ง 67.6% รับยอดขายใน-ต่างประเทศโตแกร่ง
## รายได้รวมโต 25.6% จากตลาดชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่ หนุน GPM ดีขึ้น
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 255.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายรวม 2,029.7 ล้านบาท เติบโต 25.6% จากการขยายตัวของตลาดชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่ในประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวของยอดขายต่างประเทศและการรับจ้างผลิต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ ICHI ในไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 67.6% มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ** โดยรายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 25.6% เป็น 2,029.7 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงจาก 82.0% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 77.0% ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจาก 9.4% เป็น 12.6%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของรายได้** มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ:
* **ยอดขายในประเทศ:** เพิ่มขึ้น 26.0% ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกลุ่มตลาดชาพร้อมดื่ม และการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี
* **ยอดขายต่างประเทศ:** เพิ่มขึ้น 22.5% ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า และการเติบโตของธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM)
**การบริหารต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ** เกิดจาก:
* **Economy of Scale:** การผลิตสินค้าที่มากขึ้นตามความต้องการของตลาด ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง
* **การปรับสูตร:** การปรับสูตรลดน้ำตาลในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ ช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบบางส่วน
* **ราคาวัตถุดิบบางส่วนลดลง:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการจัดจำหน่ายต่อยอดขายปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 4.6% เป็น 5.5% เนื่องจากมีการใช้งบประมาณทางการตลาดเพิ่มขึ้นสำหรับสินค้าใหม่
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าลดลง 13.6 ล้านบาท เนื่องจากมีการใช้งบสื่อสารทางการตลาดและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในอินโดนีเซีย แต่ผลกระทบดังกล่าวถูกหักล้างด้วยการเติบโตของรายได้และการบริหารต้นทุนที่ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยสนับสนุนคือ:
* **การเติบโตของตลาดชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่:** ฝ่ายจัดการระบุว่ายอดขายในประเทศเติบโตจากการขยายตัวของกลุ่มตลาดนี้และสินค้าใหม่ ซึ่งหากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ยังคงได้รับการตอบรับที่ดี จะเป็นแรงส่งต่อเนื่อง
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและธุรกิจ OEM:** การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการรับจ้างผลิตเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลดีต่อยอดขายต่างประเทศในระยะต่อไป
* **Economy of Scale และการบริหารต้นทุน:** การผลิตที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการตลาดและการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ เป็นกลยุทธ์ที่สามารถสร้างผลต่อเนื่องได้หากยังคงรักษาประสิทธิภาพไว้ได้
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันด้านราคาในตลาดต่างประเทศและการใช้งบการตลาดสำหรับสินค้าใหม่ อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 67.6% YoY** แตะ 255.6 ล้านบาท จาก 152.5 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q2/2566 เติบโต 25.6% YoY** แตะ 2,029.7 ล้านบาท จาก 1,616.5 ล้านบาท
* **ยอดขายในประเทศโต 26.0%** จากตลาดชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่
* **ยอดขายต่างประเทศโต 22.5%** จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจคู่ค้าและธุรกิจ OEM
* **อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง** จาก 82.0% เหลือ 77.0% หนุน GPM
* **อัตรากำไรสุทธิ Q2/2566 อยู่ที่ 12.6%** เพิ่มขึ้นจาก 9.4% ในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าลดลง** 13.6 ล้านบาท จากการแข่งขันและค่าใช้จ่ายการตลาดในอินโดนีเซีย
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2566:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 2,029.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 ที่มีรายได้ 1,616.5 ล้านบาท โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 26.0% และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 22.5% ต้นทุนขายอยู่ที่ 1,563.7 ล้านบาท คิดเป็น 77.0% ของรายได้ ลดลงจาก 82.0% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น กำไรสุทธิอยู่ที่ 255.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.6% จาก 152.5 ล้านบาทในปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิ 12.6% เทียบกับ 9.4% ในปีก่อน
**งวด 6 เดือน ปี 2566:** รายได้จากการขายรวม 3,862.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.3% จาก 3,058.8 ล้านบาทในปีก่อน โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 27.8% และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 13.1% ต้นทุนขายคิดเป็น 78.1% ของรายได้ ลดลงจาก 83.5% ในปีก่อน กำไรสุทธิรวม 477.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.1% จาก 256.5 ล้านบาทในปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิ 12.4% เทียบกับ 8.4% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่:** การขยายตัวของตลาดในประเทศและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขาย
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า:** ส่งผลดีต่อการส่งออกและการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ
* **ธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM):** การขยายฐานลูกค้า OEM เป็นอีกช่องทางในการเพิ่มรายได้และใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิต
* **Economy of Scale:** การผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
* **การปรับสูตรผลิตภัณฑ์:** การปรับสูตรลดน้ำตาลสามารถตอบสนองเทรนด์สุขภาพและอาจช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบบางส่วน
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคาในตลาดต่างประเทศ:** อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรจากการขายในต่างประเทศ
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันราคาวัตถุดิบบางส่วนลดลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในอนาคต
* **ต้นทุนการตลาดที่เพิ่มขึ้น:** การใช้งบประมาณทางการตลาดสำหรับสินค้าใหม่ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น
* **การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอินโดนีเซีย:** ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การตอบรับของสินค้าใหม่:** ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ใหม่จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของยอดขายในประเทศ
* **แนวโน้มยอดขายต่างประเทศ:** การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า และการขยายฐานลูกค้า OEM จะส่งผลต่อรายได้ในส่วนนี้
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต:** การรักษา Economy of Scale และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
* **กลยุทธ์การตลาดและการแข่งขัน:** การใช้งบการตลาดที่เพิ่มขึ้น และการรับมือกับการแข่งขันในตลาดต่างๆ
* **ผลประกอบการของกิจการร่วมค้าในอินโดนีเซีย:** การแข่งขันด้านราคาและค่าใช้จ่ายการตลาดจะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาวัตถุดิบบางส่วนปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลักในอนาคต
**Volume:** ยอดขายในประเทศและต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่
**GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการลดลงของอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ ซึ่งเป็นผลมาจาก Economy of Scale และการปรับสูตรผลิตภัณฑ์
**ช่องทางขาย:** การเติบโตของยอดขายในประเทศมาจากตลาดชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่ ขณะที่ยอดขายต่างประเทศได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและธุรกิจ OEM
**สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อกสินค้า
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเติบโต 22.5% จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า และการรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของตลาดส่งออก
**ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรง แต่การผลิตที่มากขึ้นตามความต้องการของตลาด (Economy of Scale) เป็นปัจจัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน
## สรุปท้าย
ICHI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 67.6% จากการเติบโตของรายได้ทั้งในและต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ผลักดันอัตรากำไรสุทธิให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากการแข่งขันในตลาดต่างประเทศและต้นทุนการตลาดที่เพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มการเติบโตของตลาดชาพร้อมดื่มและสินค้าใหม่ รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ICHI ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
1,949.32
ล้านบาท
↓ 3.6% YoY
กำไรขั้นต้น
457.03
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.45
%
กำไรสุทธิ
316.91
ล้านบาท
↑ 53.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.26
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,949
↓ -3.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
457
↓ -7.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
317
↑ + 53.6%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ICHI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
23.37
ROA (%)
21.66
Book Value/หุ้น
4.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ICHI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-866
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ICHI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-866.01
-2,251.58%
|
40.25
-105.30%
|
-759.87
+1.74%
|
-746.84
-5.10%
|
-786.97
+20.30%
|
-654.19
-2,270.50%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.64
-91.43%
|
147.41
-83.55%
|
896.11
+1,739.68%
|
48.71
-113.38%
|
-363.94
+147.85%
|
-146.84
-27.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
658.90
-644.91%
|
-120.92
-165.67%
|
184.13
-72.03%
|
658.27
-41.11%
|
1,117.88
+26.33%
|
884.86
-218.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-57.87
-80.62%
|
-298.61
-196.43%
|
309.68
-640.36%
|
-57.31
+73.51%
|
-33.03
-152.00%
|
63.52
+42.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
420.72
-23.42%
|
549.36
+238.65%
|
162.22
+292.78%
|
41.30
+131.11%
|
17.87
-81.71%
|
97.68
-14.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
231.63
-44.94%
|
420.72
-23.42%
|
549.36
+238.65%
|
162.22
+292.78%
|
41.30
+131.11%
|
17.87
-81.71%
|