บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
13.80
+0.40 (+2.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4496 out_tok=2357 at=2026-07-25T18:29:55 -->
# ICHI กำไร Q3/2564 โต 4.3% รับยอดขายในประเทศฟื้น แม้ส่งออกหด
## รายได้รวมลดลงเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิยังเติบโตได้ จากการบริหารต้นทุนและส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 128.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายรวมจะลดลง 5.2% เป็น 1,158.9 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงเล็กน้อย และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ ICHI ในไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตได้ 4.3% มาจาก **การบริหารต้นทุนขายที่ลดลงเล็กน้อย** ประกอบกับ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะปรับตัวลดลง 5.2% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การบริหารต้นทุนขาย:** แม้รายได้จากการขายจะลดลง แต่ต้นทุนขายของบริษัทฯ ในไตรมาส 3/2564 เท่ากับ 925.9 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายที่ 79.9% ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 80.3% ในปีก่อน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิตได้ดีขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า:** ส่วนนี้มีการเติบโตที่โดดเด่น โดยในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 8.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0 ล้านบาท จาก 7.9 ล้านบาทในปีก่อน และสำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้นถึง 13.5 ล้านบาท เป็น 31.1 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นอัตลักษณ์ไทยที่ประสบความสำเร็จ และการปรับแผนธุรกิจในประเทศอินโดนีเซียที่ทำให้การกระจายสินค้าดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าประสบความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นอัตลักษณ์ไทย ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถต่อยอดได้ และการปรับแผนธุรกิจในอินโดนีเซียที่ทำให้การกระจายสินค้าดีขึ้น ก็เป็นสัญญาณบวกสำหรับการเติบโตในอนาคต ส่วนการบริหารต้นทุนขายนั้น แม้จะลดลงเล็กน้อย แต่ก็แสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่น่าจะรักษาไว้ได้ในระดับหนึ่ง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต:** กำไรสุทธิไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 128.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% YoY แม้รายได้รวมลดลง
* **รายได้รวมหดตัว:** รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 1,158.9 ล้านบาท ลดลง 5.2% YoY โดยยอดขายในประเทศลดลง 2.9% และต่างประเทศลดลง 17.1%
* **ยอดขายในประเทศทรงตัว:** ยอดขายในประเทศลดลง 2.9% เป็นผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 และมาตรการล็อคดาวน์
* **ยอดขายต่างประเทศร่วง:** ยอดขายจากต่างประเทศลดลง 17.1% จากผลกระทบ COVID-19 และมาตรการล็อคดาวน์ในประเทศคู่ค้า
* **ต้นทุนขายคุมได้:** อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 80.3% เป็น 79.9%
* **ส่วนแบ่งกำไรโตเด่น:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 1.0 ล้านบาทในไตรมาส 3 และ 13.5 ล้านบาทในงวด 9 เดือน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,158.9 ล้านบาท ลดลง 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายในประเทศลดลง 2.9% และยอดขายจากต่างประเทศลดลง 17.1% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และมาตรการล็อคดาวน์ที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีขึ้น ทำให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 80.3% เป็น 79.9% ประกอบกับการที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 128.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 3,939.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 12.6% แต่ยอดขายจากต่างประเทศลดลง 37.0% กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนอยู่ที่ 414.1 ล้านบาท ลดลง 4.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 431.5 ล้านบาท
## โอกาส
* **ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นอัตลักษณ์ไทย:** ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านี้เป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายในอนาคต
* **การปรับแผนธุรกิจในอินโดนีเซีย:** การกระจายสินค้าที่ดีขึ้นและการประสบความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดอินโดนีเซีย เป็นโอกาสในการเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายที่ลดลงเล็กน้อย แสดงถึงโอกาสในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอน ทั้งในประเทศและประเทศคู่ค้า ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **มาตรการล็อคดาวน์:** มาตรการล็อคดาวน์ที่เข้มงวดในประเทศและประเทศคู่ค้า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อช่องทางการจัดจำหน่ายและการเข้าถึงผู้บริโภค
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การลดลงของยอดขายต่างประเทศอาจมีความเชื่อมโยงกับอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในประเทศและต่างประเทศในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19
* ความสำเร็จและแผนการขยายตลาดของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นอัตลักษณ์ไทย
* ผลการดำเนินงานและการกระจายสินค้าในตลาดอินโดนีเซีย
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* การเปลี่ยนแปลงของมาตรการภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม COVID-19 และการเปิดประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่ม แต่การที่อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อย บ่งชี้ว่าบริษัทฯ อาจมีการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดี หรือมีส่วนผสมของต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
* **Volume:** ยอดขายในประเทศลดลง 2.9% และยอดขายต่างประเทศลดลง 17.1% สะท้อนถึงปริมาณการขายที่ลดลงในภาพรวม โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้น (คำนวณจากรายได้ - ต้นทุนขาย / รายได้) มีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อยจากการลดลงของอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขาย
* **ช่องทางขาย:** ผลกระทบจากมาตรการล็อคดาวน์ส่งผลต่อช่องทางการขาย โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายจากต่างประเทศลดลง 17.1% บ่งชี้ถึงผลกระทบจากปัจจัยภายนอกในตลาดคู่ค้า ซึ่งอาจรวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 2.9 ล้านบาทใน Q3/2563 เป็น 0.6 ล้านบาทใน Q3/2564 และจาก 12.0 ล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 2563 เป็น 2.1 ล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 2564 เนื่องจากมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
## สรุปท้าย
ICHI สามารถพลิกสถานการณ์จากรายได้รวมที่ลดลงในไตรมาส 3 ปี 2564 ให้มีกำไรสุทธิเติบโตได้ 4.3% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ และการเติบโตอย่างโดดเด่นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า ซึ่งเป็นผลมาจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จและแผนธุรกิจที่ปรับปรุงในตลาดต่างประเทศ แม้ความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 และมาตรการล็อคดาวน์ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน แต่แนวโน้มการเติบโตจากผลิตภัณฑ์ใหม่และตลาดอินโดนีเซีย ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการฟื้นตัวและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ICHI ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
1,949.32
ล้านบาท
↓ 3.6% YoY
กำไรขั้นต้น
457.03
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.45
%
กำไรสุทธิ
316.91
ล้านบาท
↑ 53.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.26
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,949
↓ -3.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
457
↓ -7.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
317
↑ + 53.6%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ICHI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
23.37
ROA (%)
21.66
Book Value/หุ้น
4.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ICHI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-866
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ICHI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-866.01
-2,251.58%
|
40.25
-105.30%
|
-759.87
+1.74%
|
-746.84
-5.10%
|
-786.97
+20.30%
|
-654.19
-2,270.50%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.64
-91.43%
|
147.41
-83.55%
|
896.11
+1,739.68%
|
48.71
-113.38%
|
-363.94
+147.85%
|
-146.84
-27.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
658.90
-644.91%
|
-120.92
-165.67%
|
184.13
-72.03%
|
658.27
-41.11%
|
1,117.88
+26.33%
|
884.86
-218.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-57.87
-80.62%
|
-298.61
-196.43%
|
309.68
-640.36%
|
-57.31
+73.51%
|
-33.03
-152.00%
|
63.52
+42.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
420.72
-23.42%
|
549.36
+238.65%
|
162.22
+292.78%
|
41.30
+131.11%
|
17.87
-81.71%
|
97.68
-14.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
231.63
-44.94%
|
420.72
-23.42%
|
549.36
+238.65%
|
162.22
+292.78%
|
41.30
+131.11%
|
17.87
-81.71%
|