บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
13.80
+0.40 (+2.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4503 out_tok=2507 at=2026-07-27T09:57:06 -->
# ICHI กำไร Q2/2564 พุ่ง 10% รับยอดขายในประเทศโตแรง สวนทางส่งออกหด
## รายได้ในประเทศฟื้นตัวดันกำไรสุทธิโต 10% YoY ขณะที่ยอดขายต่างประเทศเผชิญแรงกดดันจาก COVID-19
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 164.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่ง แม้ว่ายอดขายจากต่างประเทศจะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ชี้แจงถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมผลประกอบการของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งปีแรก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
เลนส์ sector: ราคาวัตถุดิบ/สินค้า, volume, GPM, ช่องทางขาย, สต็อก, อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก, ฤดูกาลผลิต
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ICHI ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในประเทศที่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายต่างประเทศที่ลดลงได้** ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 9.0% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10.0%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 21.9% ในไตรมาส 2/2564 เป็นผลมาจากการปรับแผนธุรกิจและการกระจายสินค้าที่ดีขึ้น ประกอบกับการประสบความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอัตลักษณ์ไทย ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในตลาดภายในประเทศได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 7.2 ล้านบาท หรือ 514.3% จาก 1.4 ล้านบาท เป็น 8.6 ล้านบาท เนื่องจากการปรับแผนธุรกิจในประเทศอินโดนีเซียทำให้การกระจายสินค้าได้ดียิ่งขึ้น และประสบความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นอัตลักษณ์ไทย ปัจจัยเหล่านี้ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวมให้เติบโตได้
อย่างไรก็ตาม ยอดขายจากต่างประเทศกลับลดลงถึง 35.0% ในไตรมาส 2/2564 เนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ในประเทศคู่ค้า ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ฝ่ายจัดการต้องบริหารจัดการ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ายอดขายในประเทศจะแสดงแนวโน้มที่ดีและมีโอกาสต่อเนื่องจากการปรับแผนธุรกิจและการตอบรับผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากและอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายส่งออกในระยะต่อไป การฟื้นตัวของยอดขายต่างประเทศจึงยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 9.0% YoY:** อยู่ที่ 1,492.7 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 21.9%
* **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10.0% YoY:** อยู่ที่ 164.3 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 11.0%
* **ยอดขายต่างประเทศหดตัว 35.0%:** เป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศคู่ค้า
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าพุ่งสูง:** เพิ่มขึ้น 514.3% เป็น 8.6 ล้านบาท จากการปรับแผนธุรกิจและการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่ในอินโดนีเซีย
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการคงที่:** อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 78.7% และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงเล็กน้อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,492.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.0% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,370.0 ล้านบาท โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 21.9% ขณะที่ยอดขายจากต่างประเทศลดลง 35.0% ต้นทุนขายอยู่ที่ 1,174.8 ล้านบาท คิดเป็น 78.7% ของรายได้จากการขาย ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 78.5% ต้นทุนการจัดจำหน่ายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5.3% เป็น 6.0% และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 3.0% เป็น 2.9% ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.7 ล้านบาท เหลือ 0.6 ล้านบาท เนื่องจากเงินกู้ยืมระยะยาวลดลง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 1.4 ล้านบาท เป็น 8.6 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2564 เท่ากับ 164.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.0% จาก 149.3 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 2,780.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% จาก 2,655.4 ล้านบาทในปี 2563 โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 20.5% และยอดขายต่างประเทศลดลง 43.1% อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 80.6% จาก 79.4% ต้นทุนการจัดจำหน่ายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 5.5% จาก 5.1% และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงเป็น 2.8% จาก 3.2% ต้นทุนทางการเงินลดลงเหลือ 1.5 ล้านบาท จาก 9.0 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้นเป็น 22.2 ล้านบาท จาก 9.8 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 7.3% อยู่ที่ 285.9 ล้านบาท จาก 308.5 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดในประเทศ:** การปรับแผนธุรกิจและการตอบรับที่ดีต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดภายในประเทศเป็นโอกาสสำคัญในการรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** การปรับแผนธุรกิจในประเทศอินโดนีเซียและการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ หากสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดได้
* **การบริหารต้นทุน:** การลดลงของต้นทุนทางการเงินจากการชำระคืนเงินกู้ยืมเป็นปัจจัยบวกต่อผลกำไร
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายในต่างประเทศ และอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศได้
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงผลกระทบโดยตรง แต่ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนอาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม:** ตลาดเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงเครื่องดื่มทางเลือกอื่นๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายต่างประเทศ:** การฟื้นตัวหรือการปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากผลกระทบ COVID-19
* **การตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่:** ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดในประเทศและต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ผลกระทบต่อ GPM หากราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น
* **การดำเนินงานของกิจการร่วมค้า:** การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจในต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **Volume การขาย:** ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 21.9% บ่งชี้ถึงปริมาณการขายที่เติบโตได้ดี สวนทางกับยอดขายต่างประเทศที่ลดลง 35.0% ซึ่งอาจเกิดจากปริมาณการขายที่ลดลงตามไปด้วย
* **GPM (อัตรากำไรขั้นต้น):** อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขาย (Cost of Goods Sold to Sales Ratio) อยู่ที่ 78.7% ในไตรมาส 2/2564 ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 78.5% และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 80.6% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 จาก 79.4% ในปีก่อน บ่งชี้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นอาจทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย
* **ช่องทางขาย:** การปรับแผนธุรกิจและการกระจายสินค้าที่ดีขึ้นในประเทศและอินโดนีเซียเป็นปัจจัยบวกต่อการเพิ่มยอดขาย
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสต็อกในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศลดลง 35.0% สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ในต่างประเทศ ซึ่งอาจรวมถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนด้วย
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/2564 และงวด 6 เดือนแรกปี 2564 เนื่องจากมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
ICHI ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ 10.0% จากการขับเคลื่อนของยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่งและการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากยอดขายต่างประเทศที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อการส่งออกและกำลังซื้อในระยะต่อไป การบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการขยายตลาดในประเทศจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของบริษัทฯ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ICHI ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
1,949.32
ล้านบาท
↓ 3.6% YoY
กำไรขั้นต้น
457.03
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.45
%
กำไรสุทธิ
316.91
ล้านบาท
↑ 53.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.26
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,949
↓ -3.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
457
↓ -7.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
317
↑ + 53.6%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ICHI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
23.37
ROA (%)
21.66
Book Value/หุ้น
4.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ICHI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-866
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ICHI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-866.01
-2,251.58%
|
40.25
-105.30%
|
-759.87
+1.74%
|
-746.84
-5.10%
|
-786.97
+20.30%
|
-654.19
-2,270.50%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.64
-91.43%
|
147.41
-83.55%
|
896.11
+1,739.68%
|
48.71
-113.38%
|
-363.94
+147.85%
|
-146.84
-27.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
658.90
-644.91%
|
-120.92
-165.67%
|
184.13
-72.03%
|
658.27
-41.11%
|
1,117.88
+26.33%
|
884.86
-218.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-57.87
-80.62%
|
-298.61
-196.43%
|
309.68
-640.36%
|
-57.31
+73.51%
|
-33.03
-152.00%
|
63.52
+42.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
420.72
-23.42%
|
549.36
+238.65%
|
162.22
+292.78%
|
41.30
+131.11%
|
17.87
-81.71%
|
97.68
-14.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
231.63
-44.94%
|
420.72
-23.42%
|
549.36
+238.65%
|
162.22
+292.78%
|
41.30
+131.11%
|
17.87
-81.71%
|