บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
13.80
+0.40 (+2.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4307 out_tok=2615 at=2026-07-25T17:47:13 -->
# ICHI กำไรสุทธิ Q2/2565 ลดลง 7.1% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ฉุด GPM หด
## รายได้รวมโต 8.3% แต่ต้นทุนขายพุ่ง 12.9% กดดันอัตรากำไรสุทธิ
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 1,616.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายในประเทศที่เติบโต 11.4% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 7.1% มาอยู่ที่ 152.6 ล้านบาท จาก 164.3 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ ICHI ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของราคาน้ำมัน** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เอกสารระบุชัดเจนว่า ต้นทุนขายของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 1,325.3 ล้านบาท คิดเป็น 82.0% ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นจาก 78.7% ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการที่ **ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน** ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการผลิตและขนส่ง การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายนี้ส่งผลให้ GPM ลดลง แม้ว่ายอดขายในประเทศจะเติบโตได้ดีถึง 11.4% ก็ตาม นอกจากนี้ ยอดขายจากต่างประเทศยังลดลง 11.5% จากผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ซึ่งเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากเอกสารที่ระบุว่า "บริษัทฯ มีอัตราส่วนต้นทุนขายเพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากผลกระทบของราคาน้ำมันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา" แสดงให้เห็นว่าปัจจัยนี้เริ่มส่งผลตั้งแต่ช่วงต้นปี และยังคงมีผลต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลคาดการณ์แนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนที่ชัดเจนสำหรับช่วงเวลาถัดไป จึงยังคงต้องจับตาดูว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ได้อย่างไร หรือจะสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้มากน้อยเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม Q2/2565 เติบโต 8.3% YoY** แตะ 1,616.5 ล้านบาท โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 11.4% แต่ยอดขายต่างประเทศลดลง 11.5%
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 ลดลง 7.1% YoY** อยู่ที่ 152.6 ล้านบาท จาก 164.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดัน** จากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 82.0% ของรายได้ จาก 78.7% ในปีก่อน
* **ต้นทุนขาย Q2/2565 เพิ่มขึ้น 12.9% YoY** เป็น 1,325.3 ล้านบาท จากผลกระทบราคาวัตถุดิบและน้ำมัน
* **ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหารต่อยอดขายลดลง** จากการปรับกลยุทธ์ส่งเสริมการขายและควบคุมค่าใช้จ่าย
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 6.0 ล้านบาท** จากการปรับแผนธุรกิจในอินโดนีเซียและผลิตภัณฑ์ใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 1,616.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดขายในประเทศที่เติบโต 11.4% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 12.9% เป็น 1,325.3 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายปรับเพิ่มขึ้นจาก 78.7% เป็น 82.0% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากผลกระทบราคาน้ำมัน ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่าต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายจะลดลงจากการปรับกลยุทธ์ก็ตาม ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 152.6 ล้านบาท ลดลง 7.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 3,058.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 14.2% แต่ยอดขายต่างประเทศลดลง 16.8% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 14.1% เป็น 2,555.3 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 83.5% จาก 80.6% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 256.4 ล้านบาท ลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายในประเทศ:** ยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 11.4% ในไตรมาส 2 และ 14.2% ในงวด 6 เดือน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในตลาดหลัก
* **ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นอัตลักษณ์ไทย:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (เพิ่มขึ้น 22.4 ล้านบาทใน 6 เดือน) จากการปรับแผนธุรกิจในอินโดนีเซียและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จ บ่งชี้ถึงศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศด้วยผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง
* **การบริหารจัดการต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหาร:** การปรับแนวทางการจัดทำรายการส่งเสริมการขายและการควบคุมค่าใช้จ่าย ทำให้สัดส่วนต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อกำไรได้บางส่วน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากราคายังคงอยู่ในระดับสูง
* **ภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า:** ยอดขายจากต่างประเทศที่ลดลง 11.5% ในไตรมาส 2 และ 16.8% ในงวด 6 เดือน สะท้อนถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของยอดขายในตลาดส่งออก
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอำนาจในการตั้งราคา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงานในไตรมาสถัดไป และกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ
* ทิศทางยอดขายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการฟื้นตัวของตลาดส่งออก
* ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ใหม่และแผนการขยายตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย
* การปรับกลยุทธ์การส่งเสริมการขายและการบริหารค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
* ผลประกอบการของกิจการร่วมค้า และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในไตรมาส 2 ปี 2565 ICHI เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขาย (COGS to Sales) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 78.7% ในปีก่อน เป็น 82.0% ในไตรมาสนี้ แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถเพิ่มยอดขายในประเทศได้ถึง 11.4% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิลดลง 7.1% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงสามารถควบคุมต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายได้ดีขึ้น โดยลดลงจาก 6.0% และ 2.9% ในปีก่อน เป็น 4.6% และ 2.7% ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้ายังคงเป็นปัจจัยบวก โดยเพิ่มขึ้น 6.0 ล้านบาทในไตรมาสนี้ จากการปรับแผนธุรกิจในอินโดนีเซียและการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดไตรมาส 2 ปี 2565 โดยตรง
## สรุปท้าย
ICHI ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายในประเทศจะยังคงเติบโตได้ดีก็ตาม แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายดำเนินงานและได้รับปัจจัยบวกจากส่วนแบ่งกำไรในกิจการร่วมค้า แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัทฯ ในระยะต่อไป รวมถึงการฟื้นตัวของยอดขายในตลาดส่งออก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ICHI ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
1,949.32
ล้านบาท
↓ 3.6% YoY
กำไรขั้นต้น
457.03
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.45
%
กำไรสุทธิ
316.91
ล้านบาท
↑ 53.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.26
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,949
↓ -3.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
457
↓ -7.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
317
↑ + 53.6%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ICHI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
23.37
ROA (%)
21.66
Book Value/หุ้น
4.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ICHI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-866
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ICHI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-866.01
-2,251.58%
|
40.25
-105.30%
|
-759.87
+1.74%
|
-746.84
-5.10%
|
-786.97
+20.30%
|
-654.19
-2,270.50%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.64
-91.43%
|
147.41
-83.55%
|
896.11
+1,739.68%
|
48.71
-113.38%
|
-363.94
+147.85%
|
-146.84
-27.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
658.90
-644.91%
|
-120.92
-165.67%
|
184.13
-72.03%
|
658.27
-41.11%
|
1,117.88
+26.33%
|
884.86
-218.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-57.87
-80.62%
|
-298.61
-196.43%
|
309.68
-640.36%
|
-57.31
+73.51%
|
-33.03
-152.00%
|
63.52
+42.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
420.72
-23.42%
|
549.36
+238.65%
|
162.22
+292.78%
|
41.30
+131.11%
|
17.87
-81.71%
|
97.68
-14.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
231.63
-44.94%
|
420.72
-23.42%
|
549.36
+238.65%
|
162.22
+292.78%
|
41.30
+131.11%
|
17.87
-81.71%
|