HPF
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
HPF
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเหมราชอินดัสเตรียล
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
6.15
0.05 (0.81%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20277 out_tok=2995 at=2026-07-25T06:09:18 --> # ไทยยูเนี่ยน Q2/2566 กำไรสุทธิหด 36.7% รับผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน-Dilution ITC ## รายได้รวมวูบ 12.6% แต่กำไรจากการดำเนินงานโต 8.2% ฝ่ายจัดการเร่งมาตรการคุมต้นทุน-บริหารค่าใช้จ่าย บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,029 ล้านบาท ลดลง 36.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ากำไรจากการดำเนินงานจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.2% สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานปกติ เช่น ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เครดิตภาษีที่ลดลง และ Dilution effect จากบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของไทยยูเนี่ยนในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจากปัจจัยที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ แม้ว่ายอดขายจะลดลง 12.6% แต่กำไรจากการดำเนินงานกลับเติบโตได้ 8.2% ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ยังคงแข็งแกร่ง ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงคือ **รายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 250 ล้านบาท** (เทียบกับกำไร 498 ล้านบาทในปีก่อน) **เครดิตภาษีเงินได้ที่ลดลง 198 ล้านบาท** (เทียบกับ 346 ล้านบาทในปีก่อน) และ **Dilution effect จากบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) จำนวน 289 ล้านบาท** ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง แม้ว่าจะมีส่วนช่วยชดเชยจากส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจ Red Lobster ที่ลดลง และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เกิดจากการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง การป้องกันความเสี่ยงที่ขาดทุนมากขึ้น และการขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมหาเงิน * **เครดิตภาษีเงินได้ลดลง:** เป็นผลมาจากการลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากการดำเนินงานของ Red Lobster * **Dilution effect จาก ITC:** การที่บริษัทฯ มีสัดส่วนการถือหุ้นใน ITC เพิ่มขึ้นเป็น 78.82% ส่งผลให้เกิด Dilution effect ต่อกำไรต่อหุ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ปัจจัยเหล่านี้ **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** โดยเฉพาะผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและเครดิตภาษีเงินได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและผลประกอบการของบริษัทย่อยในแต่ละช่วงเวลา ส่วน Dilution effect จาก ITC นั้น จะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของ ITC เอง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ดำเนินมาตรการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 36.7% YoY:** อยู่ที่ 1,029 ล้านบาท จากผลกระทบรายการที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานปกติ * **ยอดขายรวมลดลง 12.6% YoY:** อยู่ที่ 34,057 ล้านบาท สาเหตุหลักจากปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก และรายได้ค่าขนส่งที่ลดลง * **กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 8.2% YoY:** อยู่ที่ 1,800 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 19.7% * **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 16.9%:** แต่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า * **กระแสเงินสดอิสระกลับมาเป็นบวก:** อยู่ที่ 3,300 ล้านบาท จากการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่ดีขึ้น * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 0.64 เท่า:** อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 34,057 ล้านบาท ลดลง 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่สูงในปีก่อน ปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก และรายได้จากค่าขนส่งที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปมีการเติบโตเล็กน้อย 1% โดยเฉพาะในยุโรปและตลาดในประเทศ กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 5,748 ล้านบาท ลดลง 12.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวอยู่ที่ 16.9% แต่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบคือปริมาณขายที่ลดลงในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะปลาทูน่า ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 2,577 ล้านบาท ลดลง 9.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่หากพิจารณาจากกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) อยู่ที่ 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ถึง 19.7% โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,029 ล้านบาท ลดลง 36.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เครดิตภาษีเงินได้ที่ลดลง และ Dilution effect ของบริษัท ITC ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนด้วยส่วนแบ่งขาดทุนจาก Red Lobster ที่ลดลง และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป:** โดยเฉพาะในตลาดยุโรปและตลาดในประเทศ ซึ่งมีราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น * **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น:** แม้จะมียอดขายลดลง แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากราคาวัตถุดิบที่ลดลง โดยเฉพาะราคากุ้ง * **การปรับกลยุทธ์ของ Red Lobster:** มีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการปรับราคาขายและต้นทุนที่ลดลง ส่งผลให้ส่วนแบ่งขาดทุนลดลง และคาดว่าจะยกเลิกสัญญาค้ำประกันได้ภายในเดือนกันยายน 2566 * **การลงทุนในธุรกิจ FoodTech:** ผ่าน Corporate Venture Capital (CVC) เพื่อสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่งและยั่งยืน * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่:** เช่น สลัดทูน่าจากพืชภายใต้แบรนด์ John West และผลิตภัณฑ์ Active pro Tuna Salad ของ MAREBLU ## ความเสี่ยง * **กำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วโลกาอ่อนแอลง:** จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและราคาสินค้าที่สูงขึ้น * **อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงอยู่ในระดับสูง:** แม้เงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่ราคาอาหารและพลังงานยังคงผันผวน * **ความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทาน:** และความไม่แน่นอนของการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลก * **ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน:** โดยเฉพาะราคาปลาทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง * **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ที่อาจส่งผลต่อกำไรของบริษัทฯ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มยอดขายและปริมาณการขาย:** ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาปลาทูน่า และการหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือก * **ผลประกอบการของ Red Lobster:** และการบรรลุเป้าหมายการพลิกฟื้นธุรกิจ * **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** และผลกระทบต่อกำไรสุทธิ * **การดำเนินงานตามกลยุทธ์ SeaChange® 2030:** และเป้าหมายด้านความยั่งยืน * **การลงทุนในโครงการ CAPEX:** โดยเฉพาะโรงงานผลิตอาหารพร้อมรับประทานและโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อาหารและเครื่องดื่ม) **ยอดขาย:** ยอดขายรวมลดลง 12.6% YoY เป็น 34,057 ล้านบาท โดยธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปเติบโตเล็กน้อย 1.3% YoY เป็น 17,136 ล้านบาท จากราคาขายที่สูงขึ้น แม้ปริมาณขายจะลดลงชั่วคราว ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นลดลง 17.3% YoY เป็น 11,493 ล้านบาท จากราคาและปริมาณขายที่ลดลง ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงลดลงมากถึง 41.8% YoY เป็น 3,169 ล้านบาท จากการระบายสต็อกของลูกค้า ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่นๆ ลดลง 16.0% YoY เป็น 2,260 ล้านบาท จากความต้องการซื้อที่ชะลอตัว **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ทรงตัวที่ 16.9% YoY แต่ดีขึ้น QoQ ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป GPM อยู่ที่ 19.9% เพิ่มขึ้นจากราคาขายและสัดส่วนสินค้าที่ดีขึ้น ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น GPM เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่ 9.6% จากราคาวัตถุดิบที่ลดลง โดยเฉพาะกุ้ง ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง GPM อยู่ที่ 20.2% ลดลงจากปีก่อนเนื่องจากปริมาณขายลดลงและต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่นๆ GPM ลดลงที่ 25.7% จากการปรับสัดส่วนการขาย **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A):** ลดลง 19.7% YoY เป็น 3,971 ล้านบาท คิดเป็น 11.7% ของยอดขาย ลดลงจาก 12.7% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนค่าขนส่งที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ **ผลประกอบการ Red Lobster:** ส่วนแบ่งขาดทุนลดลงอย่างมากเหลือ 137 ล้านบาท (เทียบกับ 283 ล้านบาทในปีก่อน) โดยส่วนแบ่งขาดทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ 94 ล้านบาท (เทียบกับ 281 ล้านบาทในปีก่อน) ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การพลิกฟื้นที่เริ่มเห็นผล ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **สินทรัพย์รวม:** อยู่ที่ 182,343 ล้านบาท ใกล้เคียงกับสิ้นปี 2565 โดยมีลูกหนี้การค้าลดลง และเงินสดลดลงจากการลงทุนในเงินฝากประจำ **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 4.8% เป็น 99,003 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อหนุนเงินทุนหมุนเวียน **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 5.4% เป็น 83,341 ล้านบาท จากโครงการซื้อหุ้นคืนและการจ่ายปันผล **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (D/E):** อยู่ที่ 0.64 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.57 เท่า ณ สิ้นปี 2565 **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดอิสระในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 กลับมาเป็นบวกที่ 3,125 ล้านบาท จากการลดลงของเงินทุนหมุนเวียนสุทธิในยุโรปและสหรัฐอเมริกา เงินสดสุทธิที่ใช้ในกิจกรรมการลงทุนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนระยะสั้นและตราสารหนี้ ## สรุปท้าย ไทยยูเนี่ยนในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและ Dilution effect จาก ITC อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากกำไรจากการดำเนินงานที่เติบโต และอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัว โอกาสในการฟื้นตัวยังคงมีอยู่จากการเติบโตของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป และการปรับกลยุทธ์ในธุรกิจอื่นๆ แต่ความเสี่ยงจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HPF ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
83.75 ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
83.52 ล้านบาท
↑ 4.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.73 %
กำไรสุทธิ
65.66 ล้านบาท
↑ 6.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
78.40 %
D/E Ratio
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
84
↑ + 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
84
↑ + 4.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
66
↑ + 6.3% YoY
D/E Ratio

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HPF

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
83.75
+3.94%
80.57
+9.06%
73.88
+8.52%
68.08
+10.02%
61.88
-73.64%
234.76
+39.99%
กำไรขั้นต้น
83.52
+4.13%
80.21
+9.08%
73.53
+8.52%
67.75
+10.43%
61.35
-73.45%
231.07
+47.67%
ค่าใช้จ่ายรวม
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กำไรสุทธิ
65.66
+6.28%
61.78
+12.09%
55.12
+4.84%
52.57
+11.19%
47.28
-73.38%
177.64
+41.47%
กำไรต่อหุ้น
0.14
+6.87%
0.13
+11.97%
0.12
+4.46%
0.11
+10.89%
0.10
-73.28%
0.38
+41.57%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-0.08
-300.00%
-0.02
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROA(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/E
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV
0.56
+1.82%
0.55
-17.91%
0.67
+34.00%
0.50
+2.04%
0.49
-7.55%
0.53
+6.00%
BV
9.21
+0.33%
9.18
+0.66%
9.12
-2.15%
9.32
-0.21%
9.34
+1.41%
9.21
-6.97%
YIELD(%)
10.23
+93.38%
5.29
-26.32%
7.18
-16.99%
8.65
+7.72%
8.03
+42.63%
5.63
-16.84%
ราคาหุ้น
5.20
+2.97%
5.05
+8.84%
4.64
-1.28%
4.70
+1.73%
4.62
-4.94%
4.86
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
99.73
+0.19%
99.54
+0.02%
99.52
99.52
+0.37%
99.15
+0.73%
98.43
+5.49%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตรากำไรสุทธิ(%)
78.40
+2.24%
76.68
+2.79%
74.60
-3.39%
77.22
+1.06%
76.41
+0.98%
75.67
+1.06%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
9.23

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HPF

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
4,435.76
+0.46%
4,415.64
+0.70%
4,385.15
-0.24%
4,395.62
-1.41%
4,458.68
-0.21%
4,468.25
+1.00%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
102.79
+0.23%
102.55
+12.38%
91.25
+10.35%
82.70
+3.45%
79.94
-8.96%
87.80
+3.73%
รวมส่วนของเจ้าของ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-129
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HPF

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-129.38
-8.80%
-141.86
-28.36%
-198.01
+28.59%
-153.99
+62.32%
-94.87
-182.18%
115.44
+394.18%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
125.02
+13.68%
109.98
+5.88%
103.87
+10.50%
94.00
+119.78%
42.77
-122.20%
-192.70
+324.82%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-4.35
-86.35%
-31.87
-66.15%
-94.14
+56.93%
-59.99
+358.29%
-13.09
-83.06%
-77.26
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
37.62
-4.54%
39.41
+46.29%
26.94
-38.21%
43.60
-25.51%
58.53
-56.90%
135.79
+8.75%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
30.92
-17.81%
37.62
-4.54%
39.41
+65.94%
23.75
-45.53%
0.00
0.00