บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
4.16
+0.08 (+1.96%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3409 out_tok=2360 at=2026-07-25T17:14:25 -->
# HFT ปี 2564 กำไรสุทธิโต 11.70% รับยอดขายพุ่ง แต่กำไรขั้นต้นหด เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง
## รายได้รวมโต 28.59% สวนทางกำไรขั้นต้นลดลง 3.4 จุด สัญญาณต้นทุนวัตถุดิบกดดัน
บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยมีรายได้จากการขายรวม 3,426.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.59% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าต้นทุนขายจะปรับสูงขึ้น 34.27% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 682.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.93% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.31% เหลือ 19.93% อย่างไรก็ตาม ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิได้ 460.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ HFT ในปี 2564 คือ **การเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งสามารถชดเชยแรงกดดันจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ได้ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายโดยรวมของทีมบริหารยังคงมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของยอดขาย** เป็นผลมาจากความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมโดยรวม และความสามารถของบริษัทฯ ในการตอบสนองต่อคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม **ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยต้นทุนหลักในการผลิตสินค้า ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น ทำให้ลดลงจาก 23.31% ในปีก่อนหน้า เหลือ 19.93% ในปี 2564 แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 34.27% แต่การบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพของทีมบริหาร ทำให้บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ และรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้ที่ 11.70%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากเอกสารที่ระบุว่า "ความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น" อาจเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจโลกและภาคอุตสาหกรรม ในขณะที่ "ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น" เป็นแนวโน้มที่ยังคงเป็นความท้าทายสำหรับผู้ผลิตในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม การที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาการเติบโตของกำไรได้ในปี 2564 เป็นสัญญาณที่ดี แต่ความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและกลยุทธ์การบริหารจัดการของบริษัทฯ ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2564 เติบโต 28.59%** แตะ 3,426.80 ล้านบาท จากความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 11.70%** เป็น 460.88 ล้านบาท แม้เผชิญต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 23.31% เหลือ 19.93% เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **กำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2564 อยู่ที่ 0.70 บาท** เพิ่มขึ้น 11.11% จาก 0.63 บาทในปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานของบริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยในปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 3,426.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 761.97 ล้านบาท หรือ 28.59% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (2,664.83 ล้านบาท) การเติบโตนี้เป็นผลมาจากความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 700.26 ล้านบาท หรือ 34.27% จาก 2,043.59 ล้านบาท เป็น 2,743.85 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.31% ในปีก่อนหน้า เหลือ 19.93% ในปี 2564 แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 61.71 ล้านบาท เป็น 682.95 ล้านบาท EBITDA เพิ่มขึ้น 11.53% เป็น 661.81 ล้านบาท และท้ายที่สุด บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิได้ 460.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.26 ล้านบาท หรือ 11.70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (412.62 ล้านบาท) โดยมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.70 บาท เพิ่มขึ้น 11.11%
## โอกาส
* **ความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น:** บ่งชี้ถึงศักยภาพในการเติบโตของอุตสาหกรรมที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่ ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถของทีมบริหารในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายโดยรวม แม้เผชิญกับแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น:** เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น และอาจกดดันความสามารถในการทำกำไรในอนาคตหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้
* **ความไม่แน่นอนของสภาวะตลาด:** ความต้องการของตลาดที่สูงขึ้นอาจไม่ยั่งยืน และขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ยางพารา และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุน:** มาตรการที่บริษัทฯ จะนำมาใช้เพื่อลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ทิศทางความต้องการของตลาด:** สัญญาณบ่งชี้ว่าความต้องการที่สูงขึ้นในปี 2564 จะต่อเนื่องหรือไม่
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถของบริษัทฯ ในการปรับราคาขายสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 28.59% บ่งชี้ว่าบริษัทฯ มีการผลิตและส่งมอบสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจหมายถึงการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคำสั่งซื้อล่วงหน้า (Order Book) โดยตรง แต่การกล่าวถึง "ความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น" อาจสะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่ออัตรากำไรขั้นต้น โดยเอกสารระบุว่าราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.31% ในปี 2563 เป็น 19.93% ในปี 2564 ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก หรือผลกระทบจากตลาดต่างประเทศโดยตรง
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ต่อผลประกอบการ
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาเป็นเพียงการสรุปผลการดำเนินงานประจำปี 2564 และไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
HFT ในปี 2564 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายได้อย่างน่าประทับใจถึง 28.59% จากความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงเหลือ 19.93% แต่ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ยังคงสามารถผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตได้ 11.70% อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวนและความไม่แน่นอนของสภาวะตลาดเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดในรอบการดำเนินงานถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HFT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
750.84
ล้านบาท
↓ 12.3% YoY
กำไรขั้นต้น
121.73
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.21
%
กำไรสุทธิ
83.07
ล้านบาท
↓ 45.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.06
%
D/E Ratio
0.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
751
↓ -12.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
122
↓ -18%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
83
↓ -45.6%
YoY
D/E Ratio
0.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.11
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.52
Book Value/หุ้น
5.68
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-23
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-31
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-22.53
-93.47%
|
-344.85
+100.76%
|
-171.77
-157.17%
|
300.43
+215.88%
|
95.11
-83.34%
|
571.03
+466.89%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-31.24
-84.79%
|
-205.40
-258.77%
|
129.37
+6.10%
|
121.93
+56.14%
|
78.09
-176.31%
|
-102.33
+31.14%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
229.53
-40.02%
|
382.69
+54.52%
|
247.66
+132.70%
|
106.43
-51.41%
|
219.05
-192.52%
|
-236.76
-6,622.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
175.76
-204.89%
|
-167.57
-181.64%
|
205.26
-61.18%
|
528.79
+34.81%
|
392.24
+69.11%
|
231.94
+781.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,231.79
+8.13%
|
1,139.13
+18.16%
|
964.08
+43.28%
|
672.85
-28.91%
|
946.51
+32.00%
|
717.07
+53.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,340.94
+8.86%
|
1,231.79
+8.13%
|
1,139.13
+18.16%
|
964.08
+43.28%
|
672.85
-28.91%
|
946.51
+32.00%
|