บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
4.16
+0.08 (+1.96%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4044 out_tok=2157 at=2026-08-05T13:09:08 -->
# HFT กำไร Q2/2569 พุ่ง 86.8% รับผลบวกค่าเงิน-ภาษี
## รายได้โต 3.47% ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากอัตราแลกเปลี่ยนและประโยชน์ภาษี
บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 48.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 86.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและการรับประโยชน์ทางภาษี ขณะที่รายได้จากการขายเติบโต 3.47%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ HFT ในไตรมาส 2 ปี 2569 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 86.80% มาจาก **ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** และ **การรับประโยชน์ทางภาษี** ซึ่งเป็นปัจจัยพิเศษที่ส่งผลบวกต่อบรรทัดล่างสุดอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนพลิกจากขาดทุน 29.24 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นกำไร 13.15 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีลดลง 15.63 ล้านบาท จากการได้รับประโยชน์ยกเว้นภาษีตามโครงการ BOI
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ความผันผวนของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการ โดยการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯ ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงค่างบดุลและรายการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ การได้รับประโยชน์ยกเว้นภาษีตามโครงการ BOI ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายภาษีลงอย่างมาก ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตเพียง 3.47% และต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.79% ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 12.85% เป็น 14.26%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรในไตรมาสนี้ ได้แก่ ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและประโยชน์ทางภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยที่ **มีลักษณะครั้งคราว** และไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับเดียวกันในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นอยู่กับความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ส่วนประโยชน์ทางภาษีจากโครงการ BOI ก็มีระยะเวลาจำกัด ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามผลประกอบการจากการดำเนินงานหลักของบริษัท เช่น รายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 86.80%** แตะ 48.12 ล้านบาทใน Q2/2569 จาก 25.76 ล้านบาทใน Q2/2568
* **รายได้จากการขายเติบโต 3.47%** อยู่ที่ 693.69 ล้านบาท จาก 670.44 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น** อยู่ที่ 14.26% จาก 12.85%
* **EBITDA เพิ่มขึ้น 66.33%** เป็น 93.91 ล้านบาท
* **ปัจจัยหนุนหลัก:** กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 13.15 ล้านบาท (พลิกจากขาดทุน) และประโยชน์ทางภาษี 15.63 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT มีรายได้จากการขายรวม 693.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 670.44 ล้านบาท ต้นทุนขายอยู่ที่ 594.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.79% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 14.84% เป็น 98.91 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.26% จาก 12.85% ในปีก่อน
EBITDA เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 66.33% มาอยู่ที่ 93.91 ล้านบาท จาก 56.46 ล้านบาทในปีก่อน โดยกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 48.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 86.80% เมื่อเทียบกับ 25.76 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 0.07 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.04 บาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรม:** หากอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยางของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี
* **การขยายตลาด:** การมองหาโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและตลาดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยเพิ่มรายได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวก แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคายางธรรมชาติและวัตถุดิบอื่นๆ ที่ใช้ในการผลิต อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง อาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณคำสั่งซื้อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าของโครงการ BOI และผลกระทบต่อภาระภาษี
* ปริมาณคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบยางธรรมชาติ
* การเปลี่ยนแปลงของราคาขายผลิตภัณฑ์ (ASP)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 2 ปี 2569 HFT แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้จากการขายที่ 3.47% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ยางที่ยังคงมีอยู่ แม้จะไม่ได้หวือหวามากนัก แต่อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจาก 12.85% เป็น 14.26% บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต หรืออาจมีการปรับราคาขายผลิตภัณฑ์ (ASP) ที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด
การที่ EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 66.33% แสดงให้เห็นถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดี และความสามารถในการสร้างกำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรสุทธิก้าวกระโดดอย่างแท้จริงในไตรมาสนี้ คือ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** ที่พลิกจากขาดทุนจำนวนมากในปีก่อนมาเป็นกำไร และ **การลดลงของค่าใช้จ่ายภาษี** จากประโยชน์ BOI ซึ่งเป็นปัจจัยพิเศษที่ต้องพิจารณาแยกออกจากการดำเนินงานปกติ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
HFT ในไตรมาส 2 ปี 2569 ประสบความสำเร็จในการสร้างกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 86.80% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและการรับประโยชน์ทางภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยพิเศษที่ส่งผลบวกอย่างมากต่อบรรทัดล่างสุด แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตในระดับปานกลาง แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดียังคงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรตระหนักว่าปัจจัยบวกด้านอัตราแลกเปลี่ยนและภาษีมีลักษณะครั้งคราว และควรให้ความสำคัญกับแนวโน้มการดำเนินงานหลักของบริษัท รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินและราคาวัตถุดิบในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HFT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
750.84
ล้านบาท
↓ 12.3% YoY
กำไรขั้นต้น
121.73
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.21
%
กำไรสุทธิ
83.07
ล้านบาท
↓ 45.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.06
%
D/E Ratio
0.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
751
↓ -12.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
122
↓ -18%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
83
↓ -45.6%
YoY
D/E Ratio
0.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.11
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.52
Book Value/หุ้น
5.68
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-23
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-31
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-22.53
-93.47%
|
-344.85
+100.76%
|
-171.77
-157.17%
|
300.43
+215.88%
|
95.11
-83.34%
|
571.03
+466.89%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-31.24
-84.79%
|
-205.40
-258.77%
|
129.37
+6.10%
|
121.93
+56.14%
|
78.09
-176.31%
|
-102.33
+31.14%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
229.53
-40.02%
|
382.69
+54.52%
|
247.66
+132.70%
|
106.43
-51.41%
|
219.05
-192.52%
|
-236.76
-6,622.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
175.76
-204.89%
|
-167.57
-181.64%
|
205.26
-61.18%
|
528.79
+34.81%
|
392.24
+69.11%
|
231.94
+781.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,231.79
+8.13%
|
1,139.13
+18.16%
|
964.08
+43.28%
|
672.85
-28.91%
|
946.51
+32.00%
|
717.07
+53.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,340.94
+8.86%
|
1,231.79
+8.13%
|
1,139.13
+18.16%
|
964.08
+43.28%
|
672.85
-28.91%
|
946.51
+32.00%
|