บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
4.16
+0.08 (+1.96%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3404 out_tok=1938 at=2026-07-25T17:24:07 -->
# HFT กำไรสุทธิ Q1/2565 ลดลง 27% รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้จากการขายเติบโต 23% สวนทางกำไรขั้นต้นหด เหตุปรับราคาขายตามต้นทุนไม่ทัน
บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 925.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 26.99% มาอยู่ที่ 98.72 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.15 บาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ HFT ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าการปรับขึ้นราคาขายสินค้า** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีก็ตาม โดยกำไรสุทธิลดลง 26.99% YoY มาอยู่ที่ 98.72 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.12% ในปีก่อน เหลือเพียง 16.34%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ความต้องการของตลาดที่สูงขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นปัจจัยหนุนให้ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 23.04% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ประสบปัญหาในการปรับขึ้นราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 35.66% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมาก จาก 24.12% เหลือ 16.34% การที่ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้จากการขาย ทำให้กำไรขั้นต้นหดตัว 16.66% และส่งผลต่อเนื่องไปยังกำไรสุทธิที่ลดลง 26.99%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทฯ ปรับขึ้นราคาขาย "ช้ากว่า" ราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะยังคงสูงต่อเนื่อง หรือบริษัทฯ จะสามารถปรับราคาขายให้ทันกับต้นทุนได้ในอนาคตหรือไม่ ปัจจัยนี้จึงยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายเติบโต 23.04% YoY** เป็น 925.37 ล้านบาท จากความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิลดลง 26.99% YoY** อยู่ที่ 98.72 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวแรง** จาก 24.12% เหลือ 16.34%
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 35.66% YoY** เนื่องจากราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น
* **กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานลดลง** จาก 0.21 บาท เหลือ 0.15 บาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 925.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.28 ล้านบาท หรือ 23.04% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ที่ 752.09 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 203.50 ล้านบาท หรือ 35.66% มาอยู่ที่ 774.18 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 30.22 ล้านบาท หรือ 16.66% มาอยู่ที่ 151.19 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.12% เหลือ 16.34% EBITDA ลดลง 18.14% มาอยู่ที่ 150.86 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 36.49 ล้านบาท หรือ 26.99% มาอยู่ที่ 98.72 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 17.98% เหลือ 10.67% กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานลดลงจาก 0.21 บาท เหลือ 0.15 บาท
## โอกาส
* **ความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนการเติบโตของรายได้จากการขาย
* **ศักยภาพการผลิต:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การที่บริษัทยังคงมีคำสั่งซื้อและสามารถผลิตสินค้าได้ตามความต้องการของตลาด แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการการผลิต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การที่ราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและบริษัทฯ ไม่สามารถปรับราคาขายตามได้ทัน เป็นความเสี่ยงสำคัญที่กดดันอัตรากำไร
* **การแข่งขันด้านราคา:** การปรับราคาขายสินค้าอาจเผชิญกับการแข่งขันจากผู้ผลิตรายอื่น
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การนำเข้าวัตถุดิบอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ทิศทางราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนและอัตรากำไรในอนาคต
* **ความสามารถในการปรับราคาขาย:** การที่บริษัทฯ จะสามารถปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงไปได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** มาตรการของบริษัทฯ ในการควบคุมและลดผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ปริมาณคำสั่งซื้อ:** แนวโน้มของความต้องการในตลาดและปริมาณคำสั่งซื้อในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 HFT เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้ว่าปริมาณการขาย (Utilization) จะได้รับแรงหนุนจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นก็ตาม การที่บริษัทฯ ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาขายสินค้าได้ทันท่วงที ทำให้ GPM ลดลงอย่างมากจาก 24.12% เหลือ 16.34% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory) และการวางแผนการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ (Order Book) ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบดูจะเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นมากกว่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด)
## สรุปท้าย
HFT ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายได้ถึง 23.04% จากความต้องการของตลาดที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันหลักคือการพุ่งขึ้นของราคาวัตถุดิบที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และบริษัทฯ ไม่สามารถปรับราคาขายตามได้ทัน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินว่าบริษัทฯ จะสามารถฟื้นฟูกำไรกลับมาได้หรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HFT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
750.84
ล้านบาท
↓ 12.3% YoY
กำไรขั้นต้น
121.73
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.21
%
กำไรสุทธิ
83.07
ล้านบาท
↓ 45.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.06
%
D/E Ratio
0.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
751
↓ -12.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
122
↓ -18%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
83
↓ -45.6%
YoY
D/E Ratio
0.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.11
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.52
Book Value/หุ้น
5.68
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-23
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-31
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-22.53
-93.47%
|
-344.85
+100.76%
|
-171.77
-157.17%
|
300.43
+215.88%
|
95.11
-83.34%
|
571.03
+466.89%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-31.24
-84.79%
|
-205.40
-258.77%
|
129.37
+6.10%
|
121.93
+56.14%
|
78.09
-176.31%
|
-102.33
+31.14%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
229.53
-40.02%
|
382.69
+54.52%
|
247.66
+132.70%
|
106.43
-51.41%
|
219.05
-192.52%
|
-236.76
-6,622.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
175.76
-204.89%
|
-167.57
-181.64%
|
205.26
-61.18%
|
528.79
+34.81%
|
392.24
+69.11%
|
231.94
+781.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,231.79
+8.13%
|
1,139.13
+18.16%
|
964.08
+43.28%
|
672.85
-28.91%
|
946.51
+32.00%
|
717.07
+53.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,340.94
+8.86%
|
1,231.79
+8.13%
|
1,139.13
+18.16%
|
964.08
+43.28%
|
672.85
-28.91%
|
946.51
+32.00%
|