บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
4.16
+0.08 (+1.96%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3617 out_tok=2486 at=2026-07-25T17:33:48 -->
# HFT Q3/2564 กำไรสุทธิหด 33.49% รับต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าขนส่งพุ่ง
## รายได้ลด 2% เหตุลูกค้าอาเซียนล็อกดาวน์ ขณะที่ 9 เดือนแรกโต 28% จากการบริหารงานมีประสิทธิภาพ
บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 92.21 ล้านบาท ลดลง 33.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงเล็กน้อย 2.03% แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2564 ยังคงเติบโตได้ดี โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.70%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ HFT ในไตรมาส 3 ปี 2564 ลดลง 33.49% มาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 29.65% แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงเพียง 2.03% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบเป็นผลมาจากอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลกที่ผันผวน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ยังส่งผลให้ค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้โดยตรง และส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยตรง
ในส่วนของรายได้ที่ลดลง 2.03% นั้น เกิดจากลูกค้ากลุ่มอาเซียนที่ประสบปัญหาการปิดประเทศ (ล็อกดาวน์) ทำให้คำสั่งซื้อชะลอตัวลง
อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.70% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย ประกอบกับการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพของทีมผู้บริหาร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะถัดไป
แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งจะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แต่การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มดีขึ้น ประกอบกับการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ ทำให้คาดการณ์ได้ว่าผลประกอบการในภาพรวมของ 9 เดือนแรกยังคงเติบโตได้ดี และมีโอกาสที่ปัจจัยกดดันในไตรมาส 3 จะคลี่คลายลงในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 ลดลง 33.49%** อยู่ที่ 92.21 ล้านบาท จาก 138.65 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q3/2564 ลดลง 2.03%** อยู่ที่ 770.03 ล้านบาท จาก 785.99 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้น Q3/2564 ลดลง 29.65%** อยู่ที่ 131.00 ล้านบาท จาก 186.05 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น** เป็นปัจจัยหลักกดดันอัตรากำไร
* **ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโตดี** กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.70% อยู่ที่ 351.55 ล้านบาท
* **รายได้ 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 28.04%** อยู่ที่ 2,355.60 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 770.03 ล้านบาท ลดลง 15.96 ล้านบาท หรือ 2.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีสาเหตุหลักมาจากลูกค้ากลุ่มอาเซียนที่ประสบปัญหาการปิดประเทศ ทำให้คำสั่งซื้อชะลอตัวลง
ขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 639.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.09 ล้านบาท หรือ 6.52% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 55.05 ล้านบาท หรือ 29.65% YoY อยู่ที่ 131.00 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 23.7% ใน Q3/2563 มาอยู่ที่ 17.0% ใน Q3/2564
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 180.00 ล้านบาท ลดลง 33.78% YoY
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 92.21 ล้านบาท ลดลง 46.44 ล้านบาท หรือ 33.49% YoY กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.14 บาท
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 2,355.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 515.60 ล้านบาท หรือ 28.04% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มดีขึ้น ประกอบกับการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ
กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรก อยู่ที่ 351.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80.50 ล้านบาท หรือ 29.70% YoY กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.53 บาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19:** เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดดีขึ้น การเดินทางและการค้าขายระหว่างประเทศจะกลับมาคึกคักขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อของ HFT
* **ประสิทธิภาพการบริหารงาน:** การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการ 9 เดือนแรก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวและควบคุมต้นทุนได้ดี
* **การขยายตลาดในอนาคต:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลกระทบจากลูกค้าอาเซียน แต่การมีฐานลูกค้าที่หลากหลายจะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ยางพารา อาจผันผวนตามอุปสงค์-อุปทานในตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและส่งออกสินค้า
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดกลับมารุนแรงอีกครั้ง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิต การขนส่ง และอุปสงค์ของลูกค้า
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การดำเนินธุรกิจที่มีการนำเข้า-ส่งออก อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (ยางพารา) และค่าขนส่งในไตรมาสถัดไป
* การกลับมาของคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มอาเซียน หลังสถานการณ์การเดินทางคลี่คลาย
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน
* การปรับตัวของบริษัทฯ ต่อความผันผวนของตลาดโลกและปัจจัยภายนอก
* ผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2564 และแนวโน้มปี 2565
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่จากรายได้ที่ลดลงเล็กน้อย อาจบ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตอาจทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การที่ลูกค้าอาเซียนชะลอคำสั่งซื้อ ส่งผลให้รายได้ในไตรมาสนี้ลดลง
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นและ GPM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 23.7% ใน Q3/2563 มาอยู่ที่ 17.0% ใน Q3/2564
* **การส่งออก:** ได้รับผลกระทบจากลูกค้ากลุ่มอาเซียนปิดประเทศ
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล งบกระแสเงินสด หรืออัตราส่วนทางการเงินอื่นๆ เช่น D/E Ratio, Net Debt, Cash Flow from Operations, Investing, Financing จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
HFT ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จะได้รับผลกระทบจากลูกค้าอาเซียนที่ชะลอคำสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพและการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 หนุนผลประกอบการ 9 เดือนแรกให้ยังคงเติบโตได้ดี นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนและกำลังซื้อของตลาดในระยะถัดไป เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการของบริษัทฯ ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HFT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
750.84
ล้านบาท
↓ 12.3% YoY
กำไรขั้นต้น
121.73
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.21
%
กำไรสุทธิ
83.07
ล้านบาท
↓ 45.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.06
%
D/E Ratio
0.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
751
↓ -12.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
122
↓ -18%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
83
↓ -45.6%
YoY
D/E Ratio
0.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.11
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.52
Book Value/หุ้น
5.68
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-23
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-31
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-22.53
-93.47%
|
-344.85
+100.76%
|
-171.77
-157.17%
|
300.43
+215.88%
|
95.11
-83.34%
|
571.03
+466.89%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-31.24
-84.79%
|
-205.40
-258.77%
|
129.37
+6.10%
|
121.93
+56.14%
|
78.09
-176.31%
|
-102.33
+31.14%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
229.53
-40.02%
|
382.69
+54.52%
|
247.66
+132.70%
|
106.43
-51.41%
|
219.05
-192.52%
|
-236.76
-6,622.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
175.76
-204.89%
|
-167.57
-181.64%
|
205.26
-61.18%
|
528.79
+34.81%
|
392.24
+69.11%
|
231.94
+781.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,231.79
+8.13%
|
1,139.13
+18.16%
|
964.08
+43.28%
|
672.85
-28.91%
|
946.51
+32.00%
|
717.07
+53.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,340.94
+8.86%
|
1,231.79
+8.13%
|
1,139.13
+18.16%
|
964.08
+43.28%
|
672.85
-28.91%
|
946.51
+32.00%
|