บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
4.16
+0.08 (+1.96%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12869 out_tok=3208 at=2026-07-25T06:08:44 -->
# HFT Q2/66 กำไรสุทธิหด 3.6% รับแรงกดดันต้นทุน-ค่าไฟฟ้าพุ่ง แม้รายได้รวมโต 2.5%
## รายได้รวม HFT Q2/66 เติบโต 2.5% แต่กำไรสุทธิลดลง 3.6% จากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ขณะที่ธุรกิจค้าส่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ HFT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 121,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3.6% มาอยู่ที่ 1,516 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการลงทุนในระบบออนไลน์และขายนอกร้าน ขณะที่ธุรกิจค้าส่งยังคงเติบโตได้ดี แต่ธุรกิจค้าปลีกเผชิญแรงกดดันจากยอดขายที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ HFT ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 3.6% YoY มาอยู่ที่ 1,516 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 2.5% มาอยู่ที่ 121,612 ล้านบาท มาจาก **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น และการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจออนไลน์และขายนอกร้าน (Omni Channel)** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและ EBITDA โดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันหลักในทั้งสองกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าส่ง มีต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 19.4% YoY สาเหตุหลักมาจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามอัตราค่าไฟต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น และกลุ่มธุรกิจค้าปลีกก็เผชิญต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นเช่นกัน
* **การลงทุนใน Omni Channel:** บริษัทฯ มีการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบออนไลน์และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของ Omni Channel ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าส่งที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในธุรกิจออนไลน์และการขายนอกร้าน
* **การปรับแผนและลดชั่วโมงบริการในกลุ่มค้าปลีก:** แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกมีรายได้จากการขายลดลง 3.3% YoY และ SSSG หดตัว 2.9% เนื่องจากมีการปรับแผนการดำเนินงาน รวมถึงการลดชั่วโมงการให้บริการในบางสาขา และการพิจารณาหยุดให้บริการสาขาขนาดเล็กที่อยู่ในทำเลที่ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์
* **กำไรสุทธิที่ลดลงของกลุ่มค้าส่ง:** แม้รายได้เติบโต แต่กำไรสุทธิของกลุ่มค้าส่งลดลง 19.6% YoY สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่สืบเนื่องจากการลงทุนในระบบงานของธุรกิจออนไลน์และการขายนอกร้าน ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการปรับโครงสร้างเงินลงทุนของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก
* **รายการพิเศษ:** หากไม่รวมรายการตัดจ่ายค่าธรรมเนียมและขาดทุนจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดจำนวน 185 ล้านบาท (สุทธิภาษี) กำไรสุทธิจะเติบโต 8.1% แสดงให้เห็นว่าผลการดำเนินงานหลักยังคงมีแนวโน้มที่ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะแรงกดดันจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการลงทุนใน Omni Channel ที่คาดว่าจะสร้างการเติบโตในระยะยาว นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างเงินกู้ยืมจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายในครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 เติบโต 2.5% YoY:** อยู่ที่ 121,612 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 115,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3%
* **กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 3.6% YoY:** อยู่ที่ 1,516 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิจะเติบโต 8.1%
* **กลุ่มค้าส่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก:** รายได้จากการขายเติบโต 7.4% YoY จากยอดขายสาขาเดิมและการเติบโตของธุรกิจต่างประเทศ
* **กลุ่มค้าปลีกเผชิญแรงกดดัน:** รายได้จากการขายลดลง 3.3% YoY และ SSSG หดตัว 2.9% จากการปรับแผนและลดชั่วโมงบริการ
* **ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่าย Omni Channel เพิ่มขึ้น:** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและ EBITDA โดยรวม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 121,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 115,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% การเติบโตหลักมาจากกลุ่มธุรกิจค้าส่งที่เพิ่มขึ้น 7.4% จากยอดขายภายในสาขา การขายออนไลน์และขายนอกร้าน รวมถึงการเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกมีรายได้จากการขายลดลง 3.3% จากการปรับแผนการดำเนินงานและลดชั่วโมงบริการในบางสาขา
กำไรขั้นต้นจากการขายอยู่ที่ 15,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 13.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 13.7% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มธุรกิจค้าส่งที่ลดลงเล็กน้อยเป็น 9.8% จาก 9.9%
EBITDA อยู่ที่ 8,003 ล้านบาท ลดลง 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 6.6% ของรายได้รวม
กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,516 ล้านบาท ลดลง 3.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการตัดจ่ายค่าธรรมเนียมและขาดทุนจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดจำนวน 185 ล้านบาท (สุทธิภาษี) กำไรสุทธิจะเติบโต 8.1%
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 241,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% และมีกำไรสุทธิ 3,682 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6%
## โอกาส
* **การเติบโตของ Omni Channel:** บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน Omni Channel เป็น 15-20% ของยอดขายรวมภายในปี 2567 ผ่านการขยายสาขาหลากหลายรูปแบบ การพัฒนาระบบออนไลน์ และการนำเสนอสินค้าและโปรโมชันเฉพาะบุคคล
* **การปรับปรุงศูนย์การค้าสู่ SMART Community Center:** การพลิกโฉมสาขาเดิมให้เป็นศูนย์รวมการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในแต่ละพื้นที่ จะช่วยดึงดูดลูกค้าและเพิ่มรายได้ค่าเช่าและบริการ
* **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** ธุรกิจแม็คโครต่างประเทศมีการเติบโตในทุกประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายฐานรายได้
* **การลดภาระดอกเบี้ย:** การปรับโครงสร้างเงินกู้ยืมจะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายในครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกำไร
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่ออัตรากำไรของทั้งสองกลุ่มธุรกิจ
* **การแข่งขันด้านราคา:** โดยเฉพาะในธุรกิจฟูดเซอร์วิสที่ต้องเผชิญการแข่งขันเพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การนิยมซื้อสินค้าใกล้ที่อยู่อาศัยมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายในบางพื้นที่
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าไฟฟ้า:** ผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าการลงทุน Omni Channel:** ประสิทธิภาพของการลงทุนและการตอบรับจากลูกค้า
* **ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก:** การฟื้นตัวของยอดขาย SSSG และการบริหารจัดการสาขา
* **การเติบโตของธุรกิจค้าส่งในต่างประเทศ:** ศักยภาพในการขยายตลาดและสร้างรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนโดยรวม:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก HFT ได้รับผลกระทบจากปัจจัยมหภาคและพฤติกรรมผู้บริโภคโดยตรง
* **Utilization:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการขายในกลุ่มค้าส่ง (7.4%) และการเปิดสาขาใหม่ (9 สาขาในกลุ่มค้าส่ง, 92 สาขาเปิดใหม่และ 188 สาขาปิดในกลุ่มค้าปลีก) บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการพื้นที่ขายและการดำเนินงานที่ยังคงมีการขยายตัวเพื่อรองรับความต้องการ
* **Order Book:** ไม่ได้มีการระบุถึง Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายภายในสาขา (SSSG 6.0% ในกลุ่มค้าส่ง) และการขยายช่องทางออนไลน์/ขายนอกร้าน สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มค้าส่งลดลงเล็กน้อยจากปัจจัยการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจฟูดเซอร์วิส และการบริหารจัดการสินค้าอาหารสดที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจแม็คโครประเทศไทย บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนสินค้า
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายโดยรวมลดลงเล็กน้อย (13.5% จาก 13.7%) โดยกลุ่มค้าส่ง GPM ลดลง (9.8% จาก 9.9%) ขณะที่กลุ่มค้าปลีก GPM ทรงตัว (18.0%)
* **การส่งออก:** ไม่ได้มีการระบุการส่งออกโดยตรง แต่ธุรกิจแม็คโครต่างประเทศมีการเติบโตในทุกประเทศ ซึ่งถือเป็นการขยายตลาดในต่างแดน
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงรายการขาดทุนจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนด ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แต่การปรับโครงสร้างเงินกู้ยืมเป็นสกุลเงินบาทจะช่วยลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคต
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 519,577 ล้านบาท ลดลง 5.3% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 67.5% เนื่องจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมและดอกเบี้ย รวมถึงการลงทุนในสาขาใหม่และระบบออนไลน์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 228,666 ล้านบาท ลดลง 11.3% จากสิ้นปี 2565 จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวของกลุ่มค้าปลีก
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 290,911 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.0%
สำหรับงบกระแสเงินสด 6 เดือนแรกปี 2566 เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,560 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 8,053 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นและรายการพิเศษ เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 6,953 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อการลงทุนก่อสร้างสาขาใหม่และพัฒนาระบบออนไลน์ เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 21,136 ล้านบาท เป็นการจ่ายคืนเงินกู้ยืม ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นงวดคงเหลือ 13,053 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจกำไรของ HFT ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นและการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ Omni Channel** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 3.6% แม้รายได้รวมจะเติบโต 2.5% โดยกลุ่มค้าส่งยังคงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ แต่ก็เผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในขณะที่กลุ่มค้าปลีกยังคงเผชิญความท้าทายจากยอดขายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายธุรกิจในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว และการปรับโครงสร้างหนี้จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายในครึ่งปีหลังเป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HFT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
750.84
ล้านบาท
↓ 12.3% YoY
กำไรขั้นต้น
121.73
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.21
%
กำไรสุทธิ
83.07
ล้านบาท
↓ 45.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.06
%
D/E Ratio
0.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
751
↓ -12.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
122
↓ -18%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
83
↓ -45.6%
YoY
D/E Ratio
0.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.11
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.52
Book Value/หุ้น
5.68
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-23
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-31
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HFT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-22.53
-93.47%
|
-344.85
+100.76%
|
-171.77
-157.17%
|
300.43
+215.88%
|
95.11
-83.34%
|
571.03
+466.89%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-31.24
-84.79%
|
-205.40
-258.77%
|
129.37
+6.10%
|
121.93
+56.14%
|
78.09
-176.31%
|
-102.33
+31.14%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
229.53
-40.02%
|
382.69
+54.52%
|
247.66
+132.70%
|
106.43
-51.41%
|
219.05
-192.52%
|
-236.76
-6,622.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
175.76
-204.89%
|
-167.57
-181.64%
|
205.26
-61.18%
|
528.79
+34.81%
|
392.24
+69.11%
|
231.94
+781.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,231.79
+8.13%
|
1,139.13
+18.16%
|
964.08
+43.28%
|
672.85
-28.91%
|
946.51
+32.00%
|
717.07
+53.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,340.94
+8.86%
|
1,231.79
+8.13%
|
1,139.13
+18.16%
|
964.08
+43.28%
|
672.85
-28.91%
|
946.51
+32.00%
|