บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.13
0.01 (7.14%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5055 out_tok=2511 at=2026-07-25T15:08:43 -->
# GJS พลิกขาดทุนหนักปี 65 สู่กำไร 3,178 ล้านบาท จากการด้อยค่าสินทรัพย์-รายได้อื่น
## รายได้จากการขายหดตัว แต่กำไรสุทธิฟื้นตัวโดดเด่น หลังบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ครั้งใหญ่
บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GJS รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3,107 ล้านบาทในปี 2564 มามีกำไรสุทธิ 3,178 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างสายการผลิตชุบสังกะสีจำนวน 3,617 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายปรับตัวลดลงตามภาวะอุตสาหกรรม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ GJS พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3,107 ล้านบาทในปี 2564 มามีกำไรสุทธิ 3,178 ล้านบาทในปี 2565 คือ **การบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์จำนวน 3,617 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการตัดสินใจไม่ดำเนินการต่อกับสายการผลิตชุบสังกะสีที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการได้จ้างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสายการผลิตชุบสังกะสีที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง พบว่าการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อให้แล้วเสร็จนั้นมีมูลค่าสูงอย่างมีนัยสำคัญ และยังมีความเสี่ยงด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความเสถียรในการดำเนินงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูง เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าการลงทุนเพิ่มเติมไม่เหมาะสม จึงตัดสินใจบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ ในปี 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลการดำเนินงานจากการดำเนินงานปกติ พบว่า **รายได้จากการขายลดลง 1,004 ล้านบาท (หรือ 5.45%) มาอยู่ที่ 17,403 ล้านบาท** โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณการขายที่ลดลง 7% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 2% แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณที่ลดลงได้ ประกอบกับต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 22% เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 2,822 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ เช่น การลดลงของกำไรสุทธิจากการตัดจำหน่ายหนี้สินที่หมดอายุความจาก 279 ล้านบาทในปี 2564 เหลือ 43 ล้านบาทในปี 2565 และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงจาก 110 ล้านบาท เหลือ 6 ล้านบาท รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมากจาก 139 ล้านบาท เหลือ 3 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การพลิกมีกำไรสุทธิในปี 2565 เป็นผลมาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ ซึ่งเป็นรายการพิเศษและไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต การดำเนินงานปกติของบริษัทฯ ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากภาวะตลาดที่ลดลง ต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 3,178 ล้านบาทในปี 2565** จากขาดทุน 3,107 ล้านบาทในปี 2564
* **บันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 3,617 ล้านบาท** จากการตัดสินใจไม่เดินหน้าสายการผลิตชุบสังกะสี
* **รายได้จากการขายลดลง 5.45%** มาอยู่ที่ 17,403 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณขายลดลง 7%
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 22%** จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 2,822 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 134 ล้านบาท** จากการลดลงของโครงการจ่ายผลตอบแทนแบบจูงใจ
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1%** มาอยู่ที่ 792 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 20% จากผลขาดทุนสุทธิ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 17,403 ล้านบาท ลดลง 5.45% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มี 18,407 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่ลดลง 7% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้น 2% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 22% จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 2,822 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในขณะที่กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 3,178 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 3,107 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์จำนวน 3,617 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ว่าราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ได้ใช้มาตรการตอบโต้เพื่อผ่านพ้นสถานการณ์และทำให้ธุรกิจมีความยั่งยืนยิ่งขึ้น
* **การลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** การชำระคืนเงินกู้ระยะยาวสกุลเงินตราต่างประเทศและการลดลงของ Standby Letter of Credit ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินลงอย่างมาก
## ความเสี่ยง
* **ภาวะตลาดเหล็กที่ยากลำบาก:** ความต้องการของตลาดในประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (16% ใน Q4/65 และ 17% ทั้งปี) ประกอบกับความตึงเครียดทางการเมืองและแรงกดดันเงินเฟ้อ ส่งผลให้สภาพแวดล้อมการดำเนินงานมีความท้าทาย
* **ต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูง:** ราคาเศษเหล็ก ค่าไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
* **การด้อยค่าสินทรัพย์:** การตัดสินใจไม่เดินหน้าสายการผลิตชุบสังกะสีสะท้อนถึงความไม่แน่นอนและความเสี่ยงในการลงทุนในโครงการใหม่ๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการบริโภคผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กรีดร้อน:** ติดตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและตลาดโลก
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** กลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการรับมือกับราคาที่ผันผวน
* **การดำเนินงานของสายการผลิตหลัก:** ประสิทธิภาพและอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate)
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยตรง แต่ระบุว่าการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนลดลง 35 พันตัน และยอดขายลดลง 49 พันตัน เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ถึงการผลิตที่ลดลงตามสภาวะตลาด
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book ในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบ (เศษเหล็ก) ที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 22% และส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 2,822 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปริมาณการขายที่ลดลง
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกในเอกสาร
* **ค่าเงิน:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทฯ ได้ชำระคืนเงินกู้สกุลเงินตราต่างประเทศครบถ้วนแล้ว
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 572 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 3,128 ล้านบาท (19%) มาอยู่ที่ 13,495 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 3,960 ล้านบาท (ส่วนใหญ่มาจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 3,617 ล้านบาท) และสินค้าคงเหลือลดลง 572 ล้านบาท ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 1,415 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท (1%) มาอยู่ที่ 792 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียน 642 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียน 149 ล้านบาท มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในรายการต่างๆ เช่น เจ้าหนี้การค้าลดลง และเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 3,136 ล้านบาท (20%) มาอยู่ที่ 12,703 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2565 (ก่อนรายการด้อยค่าสินทรัพย์)
## สรุปท้าย
GJS พลิกมีกำไรสุทธิในปี 2565 จากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานจากการดำเนินงานปกติยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดที่ซบเซา ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและลดภาระทางการเงิน แต่ความเสี่ยงจากสภาวะอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GJS ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
2,934.02
ล้านบาท
↑ 14.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-64.01
ล้านบาท
↓ 77.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-2.18
%
กำไรสุทธิ
-180.31
ล้านบาท
↓ 52.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.15
%
D/E Ratio
0.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,934
↑ + 14.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-64
↓ -77.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-180
↓ -52.3%
YoY
D/E Ratio
0.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GJS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.05
ROE (%)
-9.65
ROA (%)
-8.58
Book Value/หุ้น
0.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GJS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+807
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-997
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GJS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
806.85
-215.55%
|
-698.29
+8.21%
|
-645.32
-71.56%
|
-2,269.30
+252.52%
|
-643.73
+3,638.27%
|
-17.22
-76.70%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-996.60
-147.07%
|
2,117.10
+885.57%
|
214.81
+119.15%
|
98.02
+581.17%
|
14.39
-112.79%
|
-112.54
+510.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.98
+26.27%
|
2.36
-14.18%
|
2.75
-155.67%
|
-4.94
-99.61%
|
-1,265.34
+574.09%
|
-187.71
+232.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-186.78
-113.14%
|
1,421.18
-432.23%
|
-427.77
-79.72%
|
-2,109.22
+305.35%
|
-520.34
+63.91%
|
-317.46
+113.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
664.96
-70.29%
|
2,238.46
+1.05%
|
2,215.29
+176.75%
|
800.47
+650.98%
|
106.59
-74.86%
|
424.06
+110.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,097.65
+65.07%
|
664.96
-70.29%
|
2,238.46
+1.05%
|
2,215.29
+176.75%
|
800.47
+650.98%
|
106.59
-74.86%
|