บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.13
0.01 (7.14%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4870 out_tok=3151 at=2026-07-25T17:20:22 -->
# GJS Q1/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 74% รับราคาขายเฉลี่ย HRC พุ่งแรง
## รายได้-กำไรโตตามราคาขาย HRC ที่สูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบก็ปรับตัวสูงตาม
บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GJS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 5,066 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% และมีกำไรสุทธิ 471 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบก็ปรับตัวสูงขึ้นตามเช่นกัน ซึ่งฝ่ายจัดการได้ระบุถึงแนวโน้มธุรกิจที่ต้องจับตาปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็ก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GJS ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) ที่สูงขึ้นถึง 36%** เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายเติบโต 45% มาอยู่ที่ 5,066 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 74% เป็น 471 ล้านบาท แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 50% จากราคาเศษเหล็กและวัสดุสิ้นเปลืองที่สูงขึ้น แต่การปรับขึ้นของราคาขายก็สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ดี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของราคาขาย HRC เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลก โดยเฉพาะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างรัสเซีย-ยูเครน การปิดเมืองในจีนที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและราคาเหล็กปรับตัวสูงขึ้น ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 36% ประกอบกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 7% เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้จากการขายเติบโต ในขณะที่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 50% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาเศษเหล็กและวัสดุสิ้นเปลือง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาขาย HRC จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่นในไตรมาสนี้ แต่ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงความไม่แน่นอนของแนวโน้มธุรกิจที่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน การปิดเมืองในจีน และแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและอุปสงค์ในอนาคต นอกจากนี้ ข้อมูลจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (ISIT) ชี้ว่าการบริโภคในประเทศโดยรวมของผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อนลดลง 23% ในไตรมาส 1 ปี 2565 เทียบกับปีก่อน แม้ว่าปริมาณการผลิตของบริษัทจะเพิ่มขึ้น แต่การบริโภคที่ลดลงอาจเป็นแรงกดดันต่อราคาขายในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายพุ่ง 45% YoY:** อยู่ที่ 5,066 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ย HRC ที่เพิ่มขึ้น 36% และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 7%
* **กำไรสุทธิเติบโต 74% YoY:** อยู่ที่ 471 ล้านบาท ได้รับแรงหนุนจากราคาขายที่สูงขึ้น แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นตาม
* **ต้นทุนขายเพิ่ม 50% YoY:** สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของราคาเศษเหล็กและวัสดุสิ้นเปลือง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง:** จำนวน 149 ล้านบาท ลดลง 8 ล้านบาท จากการลดลงของค่าใช้จ่ายโครงการจ่ายผลตอบแทนแบบจูงใจ
* **ภาระต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** เหลือเพียง 1 ล้านบาท จาก 55 ล้านบาทในปีก่อน หลังบริษัทได้ชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวทั้งหมดแล้ว
* **หนี้สินรวมลดลงอย่างมาก:** อยู่ที่ 976 ล้านบาท จาก 783 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GJS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 5,066 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีรายได้ 3,496 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้เป็นผลมาจากการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ย HRC ถึง 36% ประกอบกับการขายที่เพิ่มขึ้น 7% ในขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 4,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาเศษเหล็กและวัสดุสิ้นเปลือง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 15% เป็น 46 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนดีเซล ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 8 ล้านบาท มาอยู่ที่ 149 ล้านบาท จากการลดลงของค่าใช้จ่ายโครงการจ่ายผลตอบแทนแบบจูงใจและค่าใช้จ่ายจากการตัดจำหน่ายเครื่องจักรเก่า
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อผลประกอบการคือการพลิกจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 53 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นกำไร 3 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ประกอบกับการลดลงอย่างมากของต้นทุนทางการเงินเหลือเพียง 1 ล้านบาท จาก 55 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากบริษัทได้ชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวทั้งหมดแล้ว ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 74% มาอยู่ที่ 471 ล้านบาท จาก 270 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การที่รัฐบาลกำลังเปิดภาคการท่องเที่ยวแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งอาจส่งผลดีต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์เหล็กในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวทั้งหมด ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเศษเหล็กและวัสดุสิ้นเปลืองที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดันต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอก:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน การปิดเมืองในจีน และแรงกดดันเงินเฟ้อ อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและอุปสงค์ในอุตสาหกรรมเหล็ก
* **การบริโภคในประเทศที่ลดลง:** การบริโภคผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศลดลง 23% ในไตรมาส 1 ปี 2565 อาจส่งผลกดดันต่อปริมาณการขายและราคาขายในอนาคต
* **การนำเข้าที่ลดลง:** การนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนลดลง 34% อาจสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ชะลอตัว หรือการปรับตัวของผู้ผลิตในประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขาย HRC:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการปรับขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางอุปสงค์ในประเทศที่ลดลง
* **ทิศทางราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเศษเหล็กและวัสดุสิ้นเปลือง จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนและ GPM อย่างไร
* **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และสถานการณ์โควิดในจีน จะส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและอุปสงค์เหล็กในระยะยาวอย่างไร
* **ปริมาณการขาย:** จะสามารถรักษาการเติบโตของปริมาณการขายได้หรือไม่ ท่ามกลางการบริโภคในประเทศที่ลดลง
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การลดลงของสินค้าคงเหลือ 411 ล้านบาท สอดคล้องกับภาพรวมอุปสงค์หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณการผลิต HRC เพิ่มขึ้น 14 พันตัน เมื่อเทียบกับข้อมูลการผลิตภายในประเทศโดยรวมที่ลดลง 72 พันตัน หรือ 10% ซึ่งอาจบ่งชี้ว่า GJS มีการบริหารจัดการการผลิตที่ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับภาพรวมอุตสาหกรรม
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 7% และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 36% บ่งชี้ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทในตลาด
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเศษเหล็กและวัสดุสิ้นเปลืองปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 50%
* **GPM:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น แต่การปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยทำให้กำไรขั้นต้นยังคงเติบโตได้ 16%
* **ส่งออก:** ปริมาณการส่งออก HRC ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 84% ในไตรมาส 1 ปี 2565 เทียบกับปีก่อน
* **ค่าเงิน:** บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 3 ล้านบาทในไตรมาสนี้ พลิกจากขาดทุน 53 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทได้ชำระคืนหนี้เงินกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หมดแล้ว
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 411 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 17,285 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 663 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 21% ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,060 ล้านบาท หักลบกับการลดลงของสินค้าคงเหลือ 411 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 1% ส่วนใหญ่จากการลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์อันเนื่องมาจากค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 976 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 192 ล้านบาท หรือ 24% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น และเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 16,309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 471 ล้านบาท หรือ 3% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับกำไรสุทธิที่บริษัททำได้ในไตรมาสนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 0.06 เท่า (หนี้สินรวม 976 ล้านบาท / ส่วนของผู้ถือหุ้น 16,309 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากการดำเนินงานโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,060 ล้านบาท บ่งชี้ว่าบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
GJS ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 74% เป็น 471 ล้านบาท "หัวใจกำไร" มาจากการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ย HRC ที่สูงถึง 36% ซึ่งสามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นได้ แม้ว่าแนวโน้มอุปสงค์ในประเทศจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและความไม่แน่นอนต่างๆ แต่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ดี เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการให้แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ในตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GJS ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,934.02
ล้านบาท
↑ 14.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-64.01
ล้านบาท
↓ 77.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-2.18
%
กำไรสุทธิ
-180.31
ล้านบาท
↓ 52.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.15
%
D/E Ratio
0.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,934
↑ + 14.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-64
↓ -77.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-180
↓ -52.3%
YoY
D/E Ratio
0.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GJS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.05
ROE (%)
-9.65
ROA (%)
-8.58
Book Value/หุ้น
0.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GJS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+807
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-997
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GJS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
806.85
-215.55%
|
-698.29
+8.21%
|
-645.32
-71.56%
|
-2,269.30
+252.52%
|
-643.73
+3,638.27%
|
-17.22
-76.70%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-996.60
-147.07%
|
2,117.10
+885.57%
|
214.81
+119.15%
|
98.02
+581.17%
|
14.39
-112.79%
|
-112.54
+510.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.98
+26.27%
|
2.36
-14.18%
|
2.75
-155.67%
|
-4.94
-99.61%
|
-1,265.34
+574.09%
|
-187.71
+232.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-186.78
-113.14%
|
1,421.18
-432.23%
|
-427.77
-79.72%
|
-2,109.22
+305.35%
|
-520.34
+63.91%
|
-317.46
+113.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
664.96
-70.29%
|
2,238.46
+1.05%
|
2,215.29
+176.75%
|
800.47
+650.98%
|
106.59
-74.86%
|
424.06
+110.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,097.65
+65.07%
|
664.96
-70.29%
|
2,238.46
+1.05%
|
2,215.29
+176.75%
|
800.47
+650.98%
|
106.59
-74.86%
|