บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.13
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4313 out_tok=2346 at=2026-07-27T09:41:18 -->
# GJS พลิกกำไร Q2/2564 โตแรง รับราคาขายเหล็กพุ่ง-ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
## รายได้-กำไร GJS Q2/64 พุ่งแรง หลังราคาขายเฉลี่ยเหล็ก HRC พลิกฟื้นกว่า 82% ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก
บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GJS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 789 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 179 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 62.6% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กที่เริ่มฟื้นตัวจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการก่อสร้าง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GJS ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเฉลี่ยเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน** ส่งผลให้รายได้จากการขายพุ่งสูงขึ้นถึง 4,702 ล้านบาท จาก 2,752 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และพลิกกลับมามีกำไรขั้นต้น 1,122 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 83 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ราคาขายเฉลี่ย HRC ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากนั้น เป็นผลมาจาก **ความต้องการเหล็กที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก** ซึ่งสะท้อนจากปริมาณการบริโภคเหล็กแผ่นรีดร้อนโดยรวมที่เพิ่มขึ้นถึง 62.6% ในไตรมาส 2 ปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าปริมาณขาย HRC ของบริษัทจะลดลงเล็กน้อย (จาก 184 พันตัน เป็น 172 พันตัน) เนื่องจากปัญหาการส่งออกที่ล่าช้า แต่การผลิตกลับเพิ่มขึ้น (จาก 170 พันตัน เป็น 190 พันตัน) แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการกำลังการผลิตที่สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่ราคาขายปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยถึง 26% เนื่องจากราคาเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีราคาสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลกเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน** ฝ่ายจัดการระบุว่าตลาดมีการปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากความต้องการเพิ่มขึ้นในไตรมาสปัจจุบัน ซึ่งเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเหล็กในระยะสั้น โดยเฉพาะการชะลอตัวของภาคการก่อสร้าง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลต่อปริมาณขายและราคาขายในไตรมาสถัดไปหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** GJS กลับมามีกำไรสุทธิ 789 ล้านบาท ใน Q2/2564 จากที่ขาดทุน 179 ล้านบาทใน Q2/2563
* **รายได้โตแรง:** รายได้จากการขายพุ่ง 62.6% YoY เป็น 4,702 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ย HRC ที่เพิ่มขึ้น 82%
* **กำไรขั้นต้นฟื้น:** อัตรากำไรขั้นต้นพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1,122 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของราคาขายที่สูงกว่าต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 26% YoY ตามราคาเศษเหล็กในตลาดโลก
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 103 ล้านบาท YoY ส่วนใหญ่จากโครงการจ่ายผลตอบแทนแบบจูงใจ
* **ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน:** มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 25 ล้านบาท จากค่าเงินบาทอ่อนค่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2564 จำนวน 4,702 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 2,752 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการเติบโต 62.6% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาขายเฉลี่ยเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) ถึง 82% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1,122 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 83 ล้านบาทในปีก่อน แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 26% ตามราคาเศษเหล็กที่สูงขึ้นก็ตาม เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 103 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากโครงการจ่ายผลตอบแทนแบบจูงใจ และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 25 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 789 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 179 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **ความต้องการเหล็กที่เพิ่มขึ้น:** การบริโภคเหล็กแผ่นรีดร้อนโดยรวมในตลาดมีการปรับตัวดีขึ้น สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารกำลังการผลิต:** การผลิต HRC เพิ่มขึ้น แสดงถึงการบริหารจัดการกำลังการผลิตที่สอดคล้องกับสภาวะตลาด
## ความเสี่ยง
* **มาตรการควบคุมโควิด-19:** มาตรการที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเหล็ก โดยเฉพาะการชะลอตัวของภาคการก่อสร้าง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มผันผวนตามตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ความล่าช้าในการส่งออก:** ปัญหาการส่งออกที่ล่าช้าอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณขายในบางช่วงเวลา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยเหล็ก HRC และราคาเศษเหล็กในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบของมาตรการควบคุมโควิด-19 ต่อภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมเหล็ก
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 1,371 ล้านบาท
* การส่งออก HRC ว่าจะกลับมาเป็นปกติหรือไม่
* ความคืบหน้าของโครงการจ่ายผลตอบแทนแบบจูงใจที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ปริมาณการผลิต HRC เพิ่มขึ้น 20 พันตัน YoY แสดงถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุถึง Order Book โดยตรง แต่การผลิตที่เพิ่มขึ้นและการส่งออกที่ล่าช้าบ่งชี้ถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่เข้ามา
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเศษเหล็กมีราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการเพิ่มขึ้นของราคาขายที่สูงกว่าต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการส่งออกที่ล่าช้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณขายเล็กน้อย
* **ค่าเงิน:** มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 25 ล้านบาท จากค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 1,371 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือการส่งออกที่ล่าช้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 16,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,594 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 108% เป็น 3,432 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 1,371 ล้านบาท และเงินสด 337 ล้านบาท ในขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 1% จากค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,732 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น เงินรับล่วงหน้า และดอกเบี้ยค้างจ่าย นอกจากนี้ ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8% เป็น 13,720 ล้านบาท จากผลกำไรสุทธิสำหรับงวดหกเดือน
## สรุปท้าย
GJS พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่การปรับตัวขึ้นของราคาขายเหล็ก HRC ที่สูงกว่าต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามตลาดโลก แม้จะเผชิญกับความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมเหล็กในระยะสั้น แต่แนวโน้มความต้องการเหล็กที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาการบริหารจัดการกำลังการผลิตและสินค้าคงคลัง รวมถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GJS ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,934.02
ล้านบาท
↑ 14.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-64.01
ล้านบาท
↓ 77.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-2.18
%
กำไรสุทธิ
-180.31
ล้านบาท
↓ 52.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.15
%
D/E Ratio
0.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,934
↑ + 14.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-64
↓ -77.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-180
↓ -52.3%
YoY
D/E Ratio
0.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GJS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.05
ROE (%)
-9.65
ROA (%)
-8.58
Book Value/หุ้น
0.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GJS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+807
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-997
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GJS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
806.85
-215.55%
|
-698.29
+8.21%
|
-645.32
-71.56%
|
-2,269.30
+252.52%
|
-643.73
+3,638.27%
|
-17.22
-76.70%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-996.60
-147.07%
|
2,117.10
+885.57%
|
214.81
+119.15%
|
98.02
+581.17%
|
14.39
-112.79%
|
-112.54
+510.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.98
+26.27%
|
2.36
-14.18%
|
2.75
-155.67%
|
-4.94
-99.61%
|
-1,265.34
+574.09%
|
-187.71
+232.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-186.78
-113.14%
|
1,421.18
-432.23%
|
-427.77
-79.72%
|
-2,109.22
+305.35%
|
-520.34
+63.91%
|
-317.46
+113.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
664.96
-70.29%
|
2,238.46
+1.05%
|
2,215.29
+176.75%
|
800.47
+650.98%
|
106.59
-74.86%
|
424.06
+110.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,097.65
+65.07%
|
664.96
-70.29%
|
2,238.46
+1.05%
|
2,215.29
+176.75%
|
800.47
+650.98%
|
106.59
-74.86%
|