บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.13
0.01 (7.14%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4154 out_tok=2412 at=2026-07-25T17:29:11 -->
# GJS กำไรสุทธิพลิกบวกแรง Q3/2564 รับราคาขายเหล็กพุ่งสูง
## รายได้-กำไรโตตามราคาขายเหล็กที่ปรับขึ้นแรง ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการชำระคืนหนี้เพื่อลดภาระทางการเงิน
บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GJS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิ 1,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 180 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่พุ่งสูงขึ้นถึง 82% สวนทางกับปริมาณการขายที่ลดลงเล็กน้อย สะท้อนถึงภาวะตลาดที่ความต้องการเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) โดยรวมเพิ่มขึ้น และบริษัทสามารถปรับราคาขายเฉลี่ยได้สูงขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GJS ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดของราคาขายเฉลี่ยเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) ซึ่งสูงขึ้นถึง 92% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน** ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,160 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 180 ล้านบาทในปีก่อน แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงเล็กน้อย 5% (จาก 192 พันตัน เป็น 182 พันตัน) และปริมาณการผลิตลดลง 9% (จาก 194 พันตัน เป็น 177 พันตัน) ก็ตาม
สาเหตุที่ราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจากสถานการณ์ตลาดที่มีความต้องการเหล็กเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยระบุว่า การบริโภคเหล็กแผ่นรีดร้อนโดยรวมเพิ่มขึ้น 57.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 แม้จะลดลง 8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 การที่บริษัทสามารถปรับราคาขายได้สูงขึ้นนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 1,418 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 44% ตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นก็ตาม
สำหรับแนวโน้มในอนาคต ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าการบริโภคเหล็กจะดีขึ้นในอนาคต จากสถานการณ์ที่ดีขึ้นและการเปิดกว้างของกิจกรรมต่างๆ **ปัจจัยด้านราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นนี้ มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องได้** หากความต้องการเหล็กยังคงอยู่ในระดับสูงและสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมเอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาปัจจัยด้านข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับโควิดที่ส่งผลให้กิจกรรมการก่อสร้างลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 1,160 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 180 ล้านบาทใน Q3/2563
* **รายได้จากการขายพุ่ง 82% เป็น 5,611 ล้านบาท:** หนุนโดยราคาขายเฉลี่ย HRC ที่สูงขึ้น 92%
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 1,418 ล้านบาท:** แม้ต้นทุนขายเพิ่มตามราคาวัตถุดิบ
* **ชำระคืนหนี้สินรวม 35 ล้านเหรียญสหรัฐ:** และยกเลิกวงเงินสินเชื่อ Standby Letter of credit 40 ล้านเหรียญสหรัฐ
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 1,558 ล้านบาท:** ส่วนใหญ่จากเงินสดและสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวมลดลง 662 ล้านบาท:** จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GJS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขาย 5,611 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (Q3/2563) ที่มีรายได้ 3,080 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้เป็นผลมาจากการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) ถึง 92% ในขณะที่ปริมาณขาย HRC ลดลงเล็กน้อยจาก 192 พันตัน เป็น 182 พันตัน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 56 ล้านบาท เป็น 1,474 ล้านบาท ทำให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,160 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 180 ล้านบาทในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 69 ล้านบาท เป็น 208 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากโครงการจ่ายผลตอบแทนแบบจูงใจ ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 34 ล้านบาท เป็น 31 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของ Standby Letter of Credit และการชำระคืนหนี้
## โอกาส
* **ความต้องการเหล็กที่เพิ่มขึ้น:** สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยรายงานการบริโภคเหล็กแผ่นรีดร้อนโดยรวมเพิ่มขึ้น 57.9% ใน Q3/2564 เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **การปรับราคาขายเฉลี่ย:** บริษัทสามารถปรับราคาขายเฉลี่ย HRC เพิ่มขึ้น 92% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มรายได้และกำไร
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การชำระคืนหนี้สินจำนวนมากช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ข้อจำกัดจากสถานการณ์โควิด-19:** ส่งผลให้กิจกรรมการก่อสร้างลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณการขาย
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 44% สืบเนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
* **การผลิตและปริมาณขายลดลง:** ปริมาณการผลิต HRC ลดลง 17 พันตัน และปริมาณขายลดลง 10 พันตัน เมื่อเทียบกับปีก่อน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก:** การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานเหล็ก
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อภาคการก่อสร้าง:** และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย
* **แผนการดำเนินงานของบริษัท:** ในการรักษาอัตรากำไรและเพิ่มปริมาณการขาย
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** และต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ปริมาณการผลิต HRC ลดลง 17 พันตัน (จาก 194 เป็น 177 พันตัน) คิดเป็นการลดลงประมาณ 9% เมื่อเทียบกับ Q3/2563 ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่การที่ราคาขายเฉลี่ยปรับขึ้นสูงมาก สะท้อนถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในตลาด
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 44% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าสืบเนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 56 ล้านบาท เป็น 1,474 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,418 ล้านบาท
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 809 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 16,415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,558 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 102% เป็น 3,334 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 854 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือ 809 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 1% เป็น 13,081 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการหักค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมลดลง 662 ล้านบาท หรือ 30% เป็น 1,535 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียน 1,401 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียน 134 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น และเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า แต่ลดลงจากการลดลงของดอกเบี้ยค้างจ่าย และการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันเต็มจำนวน 1,050 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2,219 ล้านบาท หรือ 18% เป็น 14,880 ล้านบาท จากผลสะสมของกำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือน
## สรุปท้าย
GJS พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยเหล็กแผ่นรีดร้อนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งช่วยชดเชยปริมาณการขายที่ลดลงเล็กน้อย และส่งผลให้กำไรสุทธิกลับมาเป็นบวกได้อย่างโดดเด่น การบริหารจัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพยังเป็นอีกจุดเด่นที่ช่วยลดภาระทางการเงิน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจกระทบต่อภาคการก่อสร้างและปริมาณการขาย รวมถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GJS ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,934.02
ล้านบาท
↑ 14.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-64.01
ล้านบาท
↓ 77.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-2.18
%
กำไรสุทธิ
-180.31
ล้านบาท
↓ 52.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.15
%
D/E Ratio
0.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,934
↑ + 14.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-64
↓ -77.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-180
↓ -52.3%
YoY
D/E Ratio
0.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GJS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.05
ROE (%)
-9.65
ROA (%)
-8.58
Book Value/หุ้น
0.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GJS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+807
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-997
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GJS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
806.85
-215.55%
|
-698.29
+8.21%
|
-645.32
-71.56%
|
-2,269.30
+252.52%
|
-643.73
+3,638.27%
|
-17.22
-76.70%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-996.60
-147.07%
|
2,117.10
+885.57%
|
214.81
+119.15%
|
98.02
+581.17%
|
14.39
-112.79%
|
-112.54
+510.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.98
+26.27%
|
2.36
-14.18%
|
2.75
-155.67%
|
-4.94
-99.61%
|
-1,265.34
+574.09%
|
-187.71
+232.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-186.78
-113.14%
|
1,421.18
-432.23%
|
-427.77
-79.72%
|
-2,109.22
+305.35%
|
-520.34
+63.91%
|
-317.46
+113.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
664.96
-70.29%
|
2,238.46
+1.05%
|
2,215.29
+176.75%
|
800.47
+650.98%
|
106.59
-74.86%
|
424.06
+110.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,097.65
+65.07%
|
664.96
-70.29%
|
2,238.46
+1.05%
|
2,215.29
+176.75%
|
800.47
+650.98%
|
106.59
-74.86%
|