บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.13
0.01 (7.14%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4154 out_tok=2293 at=2026-07-25T15:02:48 -->
# GJS พลิกขาดทุนสุทธิลดลง Q3/66 รับแรงหนุนต้นทุนวัตถุดิบลดลง
## รายได้หดตัว 5% แต่ GPM ดีขึ้น สวนทางราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง
บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GJS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 3,316 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 11% แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น 6% ก็ตาม อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถพลิกจากผลขาดทุนสุทธิ 86 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 มาเป็นขาดทุนสุทธิเพียง 16 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้น จากการที่ต้นทุนเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักลดลงถึง 17% มากกว่าการลดลงของราคาขาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ GJS ในไตรมาส 3 ปี 2566 ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ** โดยเฉพาะการลดลงของราคาเศษเหล็ก ซึ่งส่งผลให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก** แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ GJS สามารถบันทึกผลขาดทุนสุทธิลดลงจาก 86 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 เหลือเพียง 16 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566 นั้น มาจากกลไกสำคัญคือ:
* **ราคาขายโดยเฉลี่ยลดลง 11%** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้
* **ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 6%** ช่วยชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงได้บางส่วน โดยปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนเพิ่มขึ้น 8 พันตัน เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากการนำเข้าที่ลดลงในช่วงปลายไตรมาส จากการที่กรมการค้าต่างประเทศเริ่มการสอบสวนการต่อต้านการหลีกเลี่ยงสินค้านำเข้า
* **ต้นทุนเศษเหล็กลดลง 17%** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญที่สุด โดยการลดลงของต้นทุนวัตถุดิบนี้มีมากกว่าการลดลงของราคาขาย ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น** เป็นผลให้ผลขาดทุนสุทธิลดลง
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากขาดทุนจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์เก่า 16 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาไฟฟ้าที่ลดลงในเดือนกันยายน 2566 จะช่วยบรรเทาต้นทุนสาธารณูปโภคและลดต้นทุนการผลิตได้ แต่ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อ GPM คือราคาเศษเหล็ก ซึ่งเอกสารไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจนในระยะยาว การที่กรมการค้าต่างประเทศเริ่มการสอบสวนการต่อต้านการหลีกเลี่ยงสินค้านำเข้าจากจีน อาจช่วยลดการแข่งขันจากสินค้านำเข้าที่ไม่เป็นธรรมในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณการขายและราคาขายในประเทศ แต่ยังต้องรอผลการสอบสวนและผลกระทบที่ชัดเจน
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 70 ล้านบาท** จาก 86 ล้านบาทใน Q3/65 เหลือ 16 ล้านบาทใน Q3/66
* **รายได้จากการขาย 3,316 ล้านบาท ลดลง 5%** YoY จาก 3,502 ล้านบาท
* **ราคาขายเฉลี่ยลดลง 11%** แต่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 6%
* **ต้นทุนเศษเหล็กลดลง 17%** ช่วยชดเชยราคาขายที่ลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท** ส่วนใหญ่จากขาดทุนตัดจำหน่ายสินทรัพย์เก่า 16 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GJS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 3,316 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (Q3/65) ที่มีรายได้ 3,502 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากราคาขายโดยเฉลี่ยที่ลดลง 11% แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น 6% ก็ตาม ในส่วนของกำไรขั้นต้น บริษัทบันทึกกำไรขั้นต้น 137 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 21 ล้านบาทในปีก่อน ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงจาก 86 ล้านบาทใน Q3/65 เหลือเพียง 16 ล้านบาทใน Q3/66
## โอกาส
* **การสอบสวนการต่อต้านการหลีกเลี่ยงสินค้านำเข้า:** การที่กรมการค้าต่างประเทศได้ริเริ่มการสอบสวนการต่อต้านการหลีกเลี่ยงสินค้านำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออัลลอย์จากประเทศจีน จะช่วยลดการนำเข้าที่ไม่เป็นธรรมในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลดีต่อราคาขายและปริมาณการขายในประเทศ
* **ราคาไฟฟ้าที่ลดลง:** การที่ราคาไฟฟ้าลดลงในเดือนกันยายน 2566 ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากราคาค่าสาธารณูปโภคที่สูงในช่วงก่อนหน้า และจะช่วยลดต้นทุนการผลิต
## ความเสี่ยง
* **อุปสงค์เหล็กโลกและราคาที่ลดลง:** สภาพแวดล้อมการดำเนินงานโดยรวมยังคงได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ของเหล็กแผ่นรีดร้อนทั่วโลกและราคาที่ลดลงในระหว่างไตรมาส
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ว่าต้นทุนเศษเหล็กจะลดลงในไตรมาสนี้ แต่ราคาวัตถุดิบยังคงมีความผันผวน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไร
* **การแข่งขันจากสินค้านำเข้า:** แม้จะมีการสอบสวนการหลีกเลี่ยงภาษี แต่การแข่งขันจากสินค้านำเข้ายังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ผลการสอบสวนการต่อต้านการหลีกเลี่ยงสินค้านำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนจากจีน และผลกระทบต่อตลาดในประเทศ
* แนวโน้มราคาเศษเหล็กและวัตถุดิบหลักอื่นๆ
* ปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภค
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง (มีการริเริ่มลดสินค้าคงคลัง)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณการขายเหล็กแผ่นรีดร้อนเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือการบริหารจัดการสต็อกที่ดีขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามา
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเศษเหล็กลดลง 17% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อ GPM
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการที่ต้นทุนวัตถุดิบลดลงมากกว่าราคาขาย
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** บริษัทมีการริเริ่มลดสินค้าคงคลัง โดยสินค้าคงเหลือลดลง 419 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,249 ล้านบาท ลดลง 246 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 341 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือลดลง 419 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 368 ล้านบาท จากผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด
## สรุปท้าย
GJS ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถลดการขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดลงของราคาเศษเหล็กที่มากกว่าการลดลงของราคาขาย ทำให้ GPM ดีขึ้น แม้รายได้จากการขายจะยังคงหดตัวตามอุปสงค์และราคาเหล็กในตลาดโลก แต่การสอบสวนการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าและราคาไฟฟ้าที่ลดลงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GJS ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
2,934.02
ล้านบาท
↑ 14.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-64.01
ล้านบาท
↓ 77.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-2.18
%
กำไรสุทธิ
-180.31
ล้านบาท
↓ 52.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.15
%
D/E Ratio
0.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,934
↑ + 14.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-64
↓ -77.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-180
↓ -52.3%
YoY
D/E Ratio
0.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GJS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.05
ROE (%)
-9.65
ROA (%)
-8.58
Book Value/หุ้น
0.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GJS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+807
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-997
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GJS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
806.85
-215.55%
|
-698.29
+8.21%
|
-645.32
-71.56%
|
-2,269.30
+252.52%
|
-643.73
+3,638.27%
|
-17.22
-76.70%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-996.60
-147.07%
|
2,117.10
+885.57%
|
214.81
+119.15%
|
98.02
+581.17%
|
14.39
-112.79%
|
-112.54
+510.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.98
+26.27%
|
2.36
-14.18%
|
2.75
-155.67%
|
-4.94
-99.61%
|
-1,265.34
+574.09%
|
-187.71
+232.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-186.78
-113.14%
|
1,421.18
-432.23%
|
-427.77
-79.72%
|
-2,109.22
+305.35%
|
-520.34
+63.91%
|
-317.46
+113.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
664.96
-70.29%
|
2,238.46
+1.05%
|
2,215.29
+176.75%
|
800.47
+650.98%
|
106.59
-74.86%
|
424.06
+110.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,097.65
+65.07%
|
664.96
-70.29%
|
2,238.46
+1.05%
|
2,215.29
+176.75%
|
800.47
+650.98%
|
106.59
-74.86%
|