บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
5.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรปี 2564 เพิ่มขึ้นโดยปัจจัยหลักเกิดจาก ยอดขายของเพิ่มขึ้น 1,391.3 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.67 สาเหตุหลักมาจากความต้องการสินค้า ที่เพิ่มสูงขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก รถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับราคาสินค้าเฉลี่ยของปีนี้สูงกว่าปีก่อน
ในขณะที่อัตรากําไรขั้นต้นของปีนี้ที่ลดลงจากร้อยละ 9.05 ในปี 2563 มาเป็นร้อยละ 8.00 เนื่องจากอัตรากําไรขั้นต้นของ ไตรมาส 3 ปีนี้ที่ลดลงเพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 สาย พันธุ์เดลต้า, การล็อกดาวน์ที่ยาวนาน และการอ่อนค่าของเงินบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5620 out_tok=2710 at=2026-07-25T15:07:05 -->
# GC กำไรปี 65 หดตัว 13.6% รับกำลังซื้อชะลอ-แข่งขันราคาดุเดือด
## รายได้รวมโต 10.68% แต่ GPM ลดลง ฝ่ายบริหารชี้ต้นทุนขายพุ่ง-ดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น
บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 5,521.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.68% จากปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก ก่อสร้าง และปิโตรเคมีในช่วงครึ่งปีแรก ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 163.3 ล้านบาท ลดลง 13.62% เมื่อเทียบกับ 189.1 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในช่วงครึ่งปีหลัง และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ GC ในปี 2565 ปรับตัวลดลง คือ **การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน** แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 10.68% แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 13.62% สะท้อนว่าต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินได้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง** เกิดจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อที่หดตัวตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้บริษัทฯ ต้องปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นก่อนหักค่าขนส่งจาก 8.00% ในปี 2564 เหลือ 6.86% ในปี 2565 นอกจากนี้ ต้นทุนขายยังเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ (11.99% เทียบกับ 10.68%) ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง 5.26%
**ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น** เกิดจากการที่บริษัทฯ มีการกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 12.32% เพื่อรองรับปริมาณสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายรวมเพิ่มขึ้นถึง 54.70% จาก 7.8 ล้านบาท เป็น 12.1 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อที่หดตัว ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ส่วนการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินนั้น มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องหากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงและบริษัทฯ ยังคงต้องพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อบริหารสภาพคล่องและสต็อกสินค้า
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2565 เติบโต 10.68%** แตะ 5,521.7 ล้านบาท จากความต้องการสินค้าในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก ก่อสร้าง และปิโตรเคมีในช่วงต้นปี และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 13.62%** อยู่ที่ 163.3 ล้านบาท เทียบกับ 189.1 ล้านบาทในปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 8.00% ในปี 2564 เหลือ 6.86% ในปี 2565 เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในช่วงครึ่งปีหลัง
* **ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 54.70%** เป็น 12.1 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 11.19%** อยู่ที่ 724 ล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณการเก็บสินค้าที่เพิ่มขึ้น
* **ลูกหนี้การค้าลดลง 6.08%** อยู่ที่ 813 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่ชะลอตัวในไตรมาส 3 และ 4
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 5,521.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.68% เมื่อเทียบกับ 4,988.8 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก ก่อสร้าง และกลุ่มสินค้าปิโตรเคมีในช่วงครึ่งปีแรก ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณขายในปี 2565 ใกล้เคียงกับปีก่อน หรือลดลงเล็กน้อย 1.19% เนื่องจากกำลังซื้อที่หดตัวในช่วงครึ่งปีหลัง
ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 11.77% เป็น 5,316.0 ล้านบาท โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 11.99% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 8.00% ในปี 2564 เป็น 6.86% ในปี 2565 เนื่องจากมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในช่วงครึ่งปีหลัง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.74% เป็น 152.3 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าของสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 5.0 ล้านบาท
ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 54.70% เป็น 12.1 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 163.3 ล้านบาท ลดลง 13.62% จาก 189.1 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าในอุตสาหกรรมหลัก:** ความต้องการสินค้าในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก ก่อสร้าง และปิโตรเคมี ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวหลังช่วงชะลอตัว
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังอาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคา:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **กำลังซื้อที่หดตัว:** ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อที่อ่อนแอส่งผลกระทบต่อปริมาณการขาย
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและภาระหนี้สินระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่ธุรกิจเม็ดพลาสติกและปิโตรเคมีมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาน้ำมันและวัตถุดิบต้นน้ำ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการแข่งขันด้านราคา:** การปรับตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
* **ทิศทางกำลังซื้อ:** การฟื้นตัวของกำลังซื้อในอุตสาหกรรมหลักที่บริษัทฯ ให้บริการ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและกลยุทธ์การบริหารจัดการหนี้สินของบริษัทฯ
* **ปริมาณและราคาขายเฉลี่ย:** การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการขายและแนวโน้มราคาขายเฉลี่ย
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังและการหมุนเวียนเพื่อลดภาระต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ปริมาณขายใกล้เคียงปีก่อนหรือลดลงเล็กน้อย อาจบ่งชี้ว่า Utilization Rate ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่กล่าวถึงราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นในปี 2565 ซึ่งอาจสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 8.00% เป็น 6.86% เป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 11.19% เป็น 724 ล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณการเก็บสินค้าที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,836 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.54% โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2.28% จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 11.19% เป็น 724 ล้านบาท ขณะที่ลูกหนี้การค้าลดลง 6.08% เป็น 813 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.20% โดยหนี้สินส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น 12.32% เป็น 979 ล้านบาท เพื่อรองรับสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น ส่วนเจ้าหนี้การค้าลดลง 30.73% เป็น 222 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงมาอยู่ที่ 2.19 เท่า จาก 2.29 เท่าในปี 2564
สภาพคล่องของบริษัทฯ อยู่ในระดับที่ทรงตัว โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่อง 1.28 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.25 เท่าในปี 2564
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.61% เป็น 575 ล้านบาท จากกำไรสำหรับปี 163 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลจ่าย 138 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GC ในปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไรที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จะเติบโตจากการฟื้นตัวของบางอุตสาหกรรมและราคาขายที่สูงขึ้น แต่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อรองรับสต็อกสินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้บั่นทอนความสามารถในการทำกำไร ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง 13.62% การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การตั้งราคาจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,132.56
ล้านบาท
↓ 16% YoY
กำไรขั้นต้น
95.96
ล้านบาท
↓ 8.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.47
%
กำไรสุทธิ
41.33
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.65
%
D/E Ratio
1.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,133
↓ -16%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
96
↓ -8.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -11.6%
YoY
D/E Ratio
1.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.72
ROE (%)
30.09
ROA (%)
13.76
Book Value/หุ้น
1.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-213.43
-200.95%
|
211.43
-228.04%
|
-165.13
-197.24%
|
169.82
-270.69%
|
-99.49
-179.78%
|
124.70
-46.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.32
-109.82%
|
3.26
+393.94%
|
0.66
+17.86%
|
0.56
-135.22%
|
-1.59
-98.83%
|
-135.69
+426.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
268.81
-319.45%
|
-122.49
-167.73%
|
180.86
-198.22%
|
-184.13
-270.73%
|
107.85
-835.68%
|
-14.66
-91.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
55.06
-40.28%
|
92.19
+462.13%
|
16.40
-219.19%
|
-13.76
-303.25%
|
6.77
-126.39%
|
-25.65
-182.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|
53.11
+140.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
29.34
-67.58%
|
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|