บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
5.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรปี 2564 เพิ่มขึ้นโดยปัจจัยหลักเกิดจาก ยอดขายของเพิ่มขึ้น 1,391.3 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.67 สาเหตุหลักมาจากความต้องการสินค้า ที่เพิ่มสูงขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก รถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับราคาสินค้าเฉลี่ยของปีนี้สูงกว่าปีก่อน
ในขณะที่อัตรากําไรขั้นต้นของปีนี้ที่ลดลงจากร้อยละ 9.05 ในปี 2563 มาเป็นร้อยละ 8.00 เนื่องจากอัตรากําไรขั้นต้นของ ไตรมาส 3 ปีนี้ที่ลดลงเพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 สาย พันธุ์เดลต้า, การล็อกดาวน์ที่ยาวนาน และการอ่อนค่าของเงินบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6208 out_tok=2908 at=2026-07-25T16:45:01 -->
# GC กำไร Q2/65 ลดลง 3.47% รับต้นทุนพุ่ง-มาร์จิ้นหด แม้รายได้โต
## รายได้โตสวนทางกำไรหด เหตุต้นทุนสินค้า-ค่าขนส่งพุ่ง กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 45.95 ล้านบาท ลดลง 3.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 18.84% เป็นผลจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสูงกว่ายอดขาย โดยเฉพาะต้นทุนสินค้าและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ GC ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง แม้รายได้จะเติบโต คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลง**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 18.84% เป็น 1,475.8 ล้านบาท โดยมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 1% จากความต้องการสินค้าในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกและปิโตรเคมีที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 20.25% เป็น 1,378.7 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของยอดขาย สาเหตุหลักมาจากราคาสินค้าและค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนจากราคาน้ำมันที่เป็นวัตถุดิบต้นน้ำ และอุปทานที่จำกัด
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ การชะลอตัวของการขายสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ในครัวเรือน จากปัญหาห่วงโซ่อุปทานและการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 7.67% ในไตรมาส 2 ปี 2564 มาอยู่ที่ 6.58% ในไตรมาส 2 ปี 2565 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังเพิ่มขึ้น 10.30% จากการตั้งสำรองมูลค่าสินค้าล้าสมัย 1.5 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.4 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีแนวโน้มที่จะ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นยังคงมีความผันผวน โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบต้นน้ำและค่าขนส่งที่ยังคงเป็นแรงกดดัน แม้ว่าความต้องการในบางอุตสาหกรรมจะฟื้นตัว แต่ปัญหาห่วงโซ่อุปทานและการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณขายและอัตรากำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 3.47%:** อยู่ที่ 45.95 ล้านบาท เทียบกับ 47.60 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564
* **รายได้จากการขายเติบโต 18.84%:** อยู่ที่ 1,475.8 ล้านบาท จาก 1,241.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายเพิ่มสูงกว่ารายได้:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 20.25% ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 18.84%
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 7.67% ใน Q2/64 เป็น 6.58% ใน Q2/65
* **สินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น:** สินค้าคงเหลือเพิ่ม 21.04% และลูกหนี้การค้าเพิ่ม 10.62%
* **เงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น:** เพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายและสินค้าคงคลัง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,475.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 234 ล้านบาท หรือ 18.84% จาก 1,241.8 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 1% จากความต้องการสินค้าในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกและปิโตรเคมีที่สูงขึ้น แม้ว่าอุตสาหกรรมอื่นจะหดตัวจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานและการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 1,418.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 235.8 ล้านบาท หรือ 19.94% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของยอดขาย โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 20.25% เป็น 1,378.7 ล้านบาท เนื่องจากราคาสินค้าและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 1.9 ล้านบาท หรือ 1.99% เป็น 97.1 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบเป็นอัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลงจาก 7.67% เป็น 6.58%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 3.7 ล้านบาท หรือ 10.30% เป็น 39.6 ล้านบาท จากการตั้งสำรองมูลค่าสินค้าล้าสมัย 1.5 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.4 ล้านบาท ประกอบกับดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น 38.34% เป็น 2.88 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายและสินค้าคงคลัง ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 45.95 ล้านบาท ลดลง 3.47% จาก 47.60 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกและปิโตรเคมี:** ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของยอดขาย
* **การบริหารสินค้าคงคลังและการจัดส่ง:** เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันและวัตถุดิบต้นน้ำ:** ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขาย
* **ปัญหาห่วงโซ่อุปทานและการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** ยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
* **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้น:** เพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุน
* **การตั้งสำรองมูลค่าสินค้าล้าสมัยและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อกำไร
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันและวัตถุดิบ:** จะส่งผลต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **สถานการณ์ห่วงโซ่อุปทาน:** การคลี่คลายของปัญหาจะส่งผลต่อปริมาณขายในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** เพื่อรองรับความต้องการที่อาจผันผวน
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** จากการเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ย
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณขายเพิ่มขึ้น 1% ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างเต็มที่ หรือมีการเพิ่มการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้นในบางกลุ่มอุตสาหกรรม
**Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคำสั่งซื้อล่วงหน้า (Order Book) อย่างชัดเจน แต่ระบุว่าปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายและระยะเวลาการสั่งซื้อที่นานขึ้น
**ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาน้ำมันซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำปรับสูงขึ้น และส่งผลให้ราคาสินค้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนขายสูงขึ้น
**GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 7.67% ใน Q2/64 เป็น 6.58% ใน Q2/65 เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ และการชะลอตัวของยอดขายในบางอุตสาหกรรม
**การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยเฉพาะเจาะจง
**ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.4 ล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทฯ มีการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศ
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 21.04% เป็น 788 ล้านบาท จาก 651 ล้านบาท เป็นผลมาจากราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นและปริมาณการสั่งซื้อที่มากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายและระยะเวลาการสั่งซื้อที่นานขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** สินทรัพย์รวม ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 2,079 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.99% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 17.59% เป็น 1,832 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า (958 ล้านบาท เพิ่ม 10.62%) และสินค้าคงเหลือ (788 ล้านบาท เพิ่ม 21.04%)
**หนี้สิน:** หนี้สินรวม ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 1,471 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.93% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน (1,080 ล้านบาท เพิ่ม 23.85%) และเจ้าหนี้การค้า (328 ล้านบาท เพิ่ม 2.5%) ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นเป็น 2.42 เท่า จาก 2.29 เท่า ณ สิ้นปี 2564
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.55% จากสิ้นปี 2564 เป็นผลมาจากกำไรสำหรับงวด
**สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.26 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 ใกล้เคียงกับสิ้นปี 2564 โดยมีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ 374 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564
**กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นบ่งชี้ถึงการใช้เงินทุนเพื่อรองรับการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
GC ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้น แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของบางอุตสาหกรรม แต่ต้นทุนขายและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงการชะลอตัวของบางภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปัญหาห่วงโซ่อุปทานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น จำเป็นต้องพึ่งพาเงินทุนหมุนเวียนและเงินกู้ยืมระยะสั้นมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นเช่นกัน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,132.56
ล้านบาท
↓ 16% YoY
กำไรขั้นต้น
95.96
ล้านบาท
↓ 8.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.47
%
กำไรสุทธิ
41.33
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.65
%
D/E Ratio
1.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,133
↓ -16%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
96
↓ -8.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -11.6%
YoY
D/E Ratio
1.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.72
ROE (%)
30.09
ROA (%)
13.76
Book Value/หุ้น
1.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-213.43
-200.95%
|
211.43
-228.04%
|
-165.13
-197.24%
|
169.82
-270.69%
|
-99.49
-179.78%
|
124.70
-46.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.32
-109.82%
|
3.26
+393.94%
|
0.66
+17.86%
|
0.56
-135.22%
|
-1.59
-98.83%
|
-135.69
+426.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
268.81
-319.45%
|
-122.49
-167.73%
|
180.86
-198.22%
|
-184.13
-270.73%
|
107.85
-835.68%
|
-14.66
-91.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
55.06
-40.28%
|
92.19
+462.13%
|
16.40
-219.19%
|
-13.76
-303.25%
|
6.77
-126.39%
|
-25.65
-182.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|
53.11
+140.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
29.34
-67.58%
|
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|