บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
5.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรปี 2564 เพิ่มขึ้นโดยปัจจัยหลักเกิดจาก ยอดขายของเพิ่มขึ้น 1,391.3 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.67 สาเหตุหลักมาจากความต้องการสินค้า ที่เพิ่มสูงขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก รถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับราคาสินค้าเฉลี่ยของปีนี้สูงกว่าปีก่อน
ในขณะที่อัตรากําไรขั้นต้นของปีนี้ที่ลดลงจากร้อยละ 9.05 ในปี 2563 มาเป็นร้อยละ 8.00 เนื่องจากอัตรากําไรขั้นต้นของ ไตรมาส 3 ปีนี้ที่ลดลงเพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 สาย พันธุ์เดลต้า, การล็อกดาวน์ที่ยาวนาน และการอ่อนค่าของเงินบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5834 out_tok=2840 at=2026-07-25T05:40:47 -->
GC กำไร Q2/66 หดตัว 20.94% รับราคาขายเฉลี่ยลดลง แม้ปริมาณขายเพิ่ม
ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันวัตถุดิบต้นน้ำปรับลง ส่งผลกระทบต่อราคาขายเฉลี่ย ขณะที่ต้นทุนขายลดลงตามกัน ด้านสภาพคล่องและฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง
บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 36.33 ล้านบาท ลดลง 20.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น แต่ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงตามราคาน้ำมันซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นใกล้เคียงปีก่อน และมีสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ GC ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 20.94% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **ราคาขายเฉลี่ยของสินค้าที่ปรับลดลง** แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายลดลง แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 36.33 ล้านบาท เทียบกับ 45.95 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของราคาขายเฉลี่ยมีสาเหตุหลักมาจาก **การปรับลงของราคาน้ำมันซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำ** แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น 16% จากความต้องการเฉพาะรายการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ในครัวเรือน ก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ แต่ราคาขายที่ต่ำลงได้ส่งผลกระทบต่อรายได้โดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดี ทำให้ต้นทุนขายลดลงในอัตราที่ใกล้เคียงกับยอดขาย และอัตรากำไรขั้นต้นหลังหักค่าขนส่งยังคงใกล้เคียงกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าการบริหารต้นทุนสินค้าทำได้ดีสอดคล้องกับสถานการณ์ราคาตลาด และมีสัญญาณการฟื้นตัวในบางอุตสาหกรรม แต่การพึ่งพิงราคาน้ำมันดิบซึ่งมีความผันผวนสูง และภาวะเงินเฟ้อกับเศรษฐกิจชะลอตัว อาจส่งผลต่อราคาขายในอนาคตได้ จึงต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ของตลาดอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 20.94%** อยู่ที่ 36.33 ล้านบาท เทียบกับ 45.95 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565
* **รายได้จากการขายลดลง 15.21%** อยู่ที่ 1,251.3 ล้านบาท จาก 1,475.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 16%** แต่ราคาขายเฉลี่ยลดลงตามราคาน้ำมันวัตถุดิบ
* **อัตรากำไรขั้นต้นใกล้เคียงปีก่อน** จากการบริหารต้นทุนสินค้าที่ดี
* **ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 86.21%** เป็น 5.4 ล้านบาท จาก 2.9 ล้านบาท ปีก่อน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7.48%** เป็น 618 ล้านบาท จาก 575 ล้านบาท ณ สิ้นปีก่อน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลง** อยู่ที่ 1.96 เท่า จาก 2.19 เท่า ณ สิ้นปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 1,251.3 ล้านบาท ลดลง 15.21% เมื่อเทียบกับ 1,475.8 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น 16% แต่ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลงของราคาน้ำมันที่เป็นวัตถุดิบต้นน้ำ ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมลดลง 15.26% มาอยู่ที่ 1,201.9 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย 6.69% มาอยู่ที่ 90.6 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นใกล้เคียงกับปีก่อนจากการบริหารต้นทุนที่ดี อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 3.79% และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึง 86.21% จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 36.33 ล้านบาท ลดลง 20.94% เมื่อเทียบกับ 45.95 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของบางอุตสาหกรรม:** ตลาดฟื้นตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ในครัวเรือน อุตสาหกรรมก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ เป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณการขาย
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนสินค้าได้ดี สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาตลาด ทำให้รักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงปีก่อน แม้ราคาขายเฉลี่ยจะลดลง
* **การเติบโตของส่วนของผู้ถือหุ้น:** ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากกำไรสะสม แสดงถึงความแข็งแกร่งของฐานทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** การพึ่งพิงราคาน้ำมันดิบเป็นวัตถุดิบต้นน้ำ ทำให้ราคาขายและต้นทุนมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะลอตัว:** สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าในระยะต่อไป
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การบริหารสินค้าคงคลัง:** แม้จะมีการบริหารที่ดี แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบอาจส่งผลต่อมูลค่าสินค้าคงคลังได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบ:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักต่อราคาขายและต้นทุน
* **อุปสงค์ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย:** จับตาการฟื้นตัวและความต้องการสินค้าในกลุ่มยานยนต์ เครื่องใช้ในครัวเรือน ก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **อัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อต้นทุนทางการเงิน
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับและมูลค่าของสินค้าคงคลังที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 2 ปี 2566 ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายเม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับพลาสติกและปิโตรเคมีของ GC เผชิญกับความท้าทายจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แม้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น 16% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในบางกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ในครัวเรือน อุตสาหกรรมก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม การปรับลงของราคาน้ำมันซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาขายเฉลี่ย ทำให้รายได้จากการขายรวมลดลง 15.21% มาอยู่ที่ 1,251.3 ล้านบาท
ในด้านการบริหารต้นทุน บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนขายได้ดี โดยลดลง 15.81% ซึ่งใกล้เคียงกับการลดลงของยอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหลังหักค่าขนส่งยังคงใกล้เคียงกับปีก่อน โดยอยู่ที่ประมาณ 90.6 ล้านบาท (ลดลง 6.69%) สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.79% เป็น 41.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการปรับเงินเดือนและค่าตอบแทนพนักงาน รวมถึงการซ่อมแซมทรัพย์สิน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 86.21% เป็น 5.4 ล้านบาท เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวมที่ลดลง 20.94% มาอยู่ที่ 36.33 ล้านบาท
การบริหารสินค้าคงคลังมีการปรับลดลง 4.70% มาอยู่ที่ 690 ล้านบาท เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณสินค้าที่ลดลงจากราคาที่ต่ำลง ในขณะที่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 4.18% เป็น 848 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,832 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.22% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ที่ 1,593.55 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน สินทรัพย์หมุนเวียนหลักคือลูกหนี้การค้า (848 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.18%) และสินค้าคงเหลือ (690 ล้านบาท ลดลง 4.70%)
หนี้สินรวมลดลง 3.73% มาอยู่ที่ 1,214 ล้านบาท โดยหนี้สินส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน (867 ล้านบาท ลดลง 11.63%) และเจ้าหนี้การค้า (285 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.38%) การลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นสอดคล้องกับการลดลงของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าจากราคาที่ต่ำลง ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงมาอยู่ที่ 1.96 เท่า จาก 2.19 เท่า ณ สิ้นปี 2565
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7.48% เป็น 618 ล้านบาท จาก 575 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสำหรับงวด
สภาพคล่องของบริษัทฯ อยู่ในระดับดี โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่อง 1.33 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 และมีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ 395 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ GC ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับลดลง คือ **ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง** แม้ปริมาณการขายจะเติบโตจากการฟื้นตัวของบางอุตสาหกรรม แต่การปรับลงของราคาน้ำมันวัตถุดิบต้นน้ำได้กดดันรายได้โดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการต้นทุนและรักษาสภาพคล่องที่ดี แม้ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,132.56
ล้านบาท
↓ 16% YoY
กำไรขั้นต้น
95.96
ล้านบาท
↓ 8.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.47
%
กำไรสุทธิ
41.33
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.65
%
D/E Ratio
1.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,133
↓ -16%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
96
↓ -8.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -11.6%
YoY
D/E Ratio
1.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.72
ROE (%)
30.09
ROA (%)
13.76
Book Value/หุ้น
1.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-213.43
-200.95%
|
211.43
-228.04%
|
-165.13
-197.24%
|
169.82
-270.69%
|
-99.49
-179.78%
|
124.70
-46.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.32
-109.82%
|
3.26
+393.94%
|
0.66
+17.86%
|
0.56
-135.22%
|
-1.59
-98.83%
|
-135.69
+426.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
268.81
-319.45%
|
-122.49
-167.73%
|
180.86
-198.22%
|
-184.13
-270.73%
|
107.85
-835.68%
|
-14.66
-91.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
55.06
-40.28%
|
92.19
+462.13%
|
16.40
-219.19%
|
-13.76
-303.25%
|
6.77
-126.39%
|
-25.65
-182.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|
53.11
+140.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
29.34
-67.58%
|
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|