บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
5.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรปี 2564 เพิ่มขึ้นโดยปัจจัยหลักเกิดจาก ยอดขายของเพิ่มขึ้น 1,391.3 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.67 สาเหตุหลักมาจากความต้องการสินค้า ที่เพิ่มสูงขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก รถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับราคาสินค้าเฉลี่ยของปีนี้สูงกว่าปีก่อน
ในขณะที่อัตรากําไรขั้นต้นของปีนี้ที่ลดลงจากร้อยละ 9.05 ในปี 2563 มาเป็นร้อยละ 8.00 เนื่องจากอัตรากําไรขั้นต้นของ ไตรมาส 3 ปีนี้ที่ลดลงเพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 สาย พันธุ์เดลต้า, การล็อกดาวน์ที่ยาวนาน และการอ่อนค่าของเงินบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5936 out_tok=2204 at=2026-07-25T15:01:16 -->
# GC กำไร Q3/66 พุ่ง 66% รับปริมาณขายโต-บริหารต้นทุนดี
## รายได้-กำไรปรับตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 41.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในทุกอุตสาหกรรม ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำกำไรสุทธิของ GC ในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตถึง 65.93% มาจาก **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย** ควบคู่ไปกับการ **บริหารต้นทุนสินค้าได้ดี** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูงขึ้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ในไตรมาส 3 ปี 2566 มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นในทุกอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยของสินค้าปรับลดลง 5.71% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ WTI เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 82 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล เทียบกับ 93 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรลในปีก่อน
แม้รายได้จากการขายจะลดลง 5.71% จาก 1,283.2 ล้านบาท เป็น 1,209.9 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายลดลงมากกว่าในอัตรา 8.04% จาก 1,210.7 ล้านบาท เป็น 1,113.4 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 9.72% จาก 282.8 ล้านบาท เป็น 310.3 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นหลังหักค่าขนส่งสูงขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าที่ลดต่ำลงและการบริหารต้นทุนสินค้าได้ดี
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเล็กน้อย 0.72% แม้จะมีค่าใช้จ่ายด้านพนักงานและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แต่การตั้งสำรองการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและค่าเสื่อมราคาที่ลดลงช่วยชดเชยได้
อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 82.14% จาก 2.8 ล้านบาท เป็น 5.1 ล้านบาท เนื่องจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 41.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.93% จาก 25.24 ล้านบาทในปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าตลาดฟื้นตัวในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ท่ามกลางสถานการณ์เงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนสินค้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาตลาดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 พุ่ง 65.93%** แตะ 41.88 ล้านบาท จาก 25.24 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปริมาณขายเพิ่ม 20%** ใน Q3/66 หนุนรายได้ แม้ราคาขายเฉลี่ยลดลงตามราคาน้ำมัน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น 9.72%** จากการบริหารต้นทุนสินค้าที่ดีและราคาขายที่ลดลง
* **ต้นทุนขายลดลงมากกว่ารายได้** สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
* **ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 82.14%** จากผลของอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **สินค้าคงเหลือลดลง 1.66%** สอดคล้องกับราคาที่ต่ำลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,209.9 ล้านบาท ลดลง 5.71% จาก 1,283.2 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 20% แต่ราคาขายเฉลี่ยลดลงตามราคาน้ำมันดิบ ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมลดลง 7.79% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 9.72% เป็น 310.3 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเล็กน้อย ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 65.93% เป็น 41.88 ล้านบาท
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าในทุกอุตสาหกรรมฟื้นตัว:** เป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณการขายในอนาคต
* **การบริหารต้นทุนสินค้า:** ความสามารถในการบริหารต้นทุนให้สอดคล้องกับราคาตลาดช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารสินค้าคงคลัง:** การลดลงของสินค้าคงเหลือสะท้อนการจัดการที่มีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ:** ส่งผลโดยตรงต่อราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบ
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** เพิ่มภาระต้นทุนทางการเงิน
* **ภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* ผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงิน
* การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบและผลต่อราคาขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization โดยตรง แต่ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 20% บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาขายเฉลี่ยลดลง 5.71% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ WTI เฉลี่ยใน Q3/66 อยู่ที่ประมาณ 82 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล เทียบกับ 93 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรลในปีก่อน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 9.72% เป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนสินค้าได้ดีและราคาขายที่ลดลง
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก
* **ค่าเงิน:** มีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียด
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 1.66% เป็นผลมาจากการลดลงของราคาสินค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 1,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.36% จากสิ้นปีก่อน
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.95% โดยลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 2.46% และสินค้าคงเหลือลดลง 1.66%
* **หนี้สินรวม:** 1,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.22% โดยเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง 7.35% แต่เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 43.69%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 572 ล้านบาท ลดลง 0.52% จากสิ้นปีก่อน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** เพิ่มขึ้นเป็น 2.25 เท่า จาก 2.19 เท่า ณ สิ้นปีก่อน
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.27 เท่า ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยมีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ 350 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 65.93% เป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในทุกอุตสาหกรรม ประกอบกับการบริหารต้นทุนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ แม้ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น แต่แนวโน้มตลาดที่ฟื้นตัวและการบริหารจัดการที่ดี ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและทิศทางเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,132.56
ล้านบาท
↓ 16% YoY
กำไรขั้นต้น
95.96
ล้านบาท
↓ 8.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.47
%
กำไรสุทธิ
41.33
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.65
%
D/E Ratio
1.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,133
↓ -16%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
96
↓ -8.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -11.6%
YoY
D/E Ratio
1.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.72
ROE (%)
30.09
ROA (%)
13.76
Book Value/หุ้น
1.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-213.43
-200.95%
|
211.43
-228.04%
|
-165.13
-197.24%
|
169.82
-270.69%
|
-99.49
-179.78%
|
124.70
-46.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.32
-109.82%
|
3.26
+393.94%
|
0.66
+17.86%
|
0.56
-135.22%
|
-1.59
-98.83%
|
-135.69
+426.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
268.81
-319.45%
|
-122.49
-167.73%
|
180.86
-198.22%
|
-184.13
-270.73%
|
107.85
-835.68%
|
-14.66
-91.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
55.06
-40.28%
|
92.19
+462.13%
|
16.40
-219.19%
|
-13.76
-303.25%
|
6.77
-126.39%
|
-25.65
-182.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|
53.11
+140.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
29.34
-67.58%
|
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|