บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
5.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรปี 2564 เพิ่มขึ้นโดยปัจจัยหลักเกิดจาก ยอดขายของเพิ่มขึ้น 1,391.3 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.67 สาเหตุหลักมาจากความต้องการสินค้า ที่เพิ่มสูงขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก รถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับราคาสินค้าเฉลี่ยของปีนี้สูงกว่าปีก่อน
ในขณะที่อัตรากําไรขั้นต้นของปีนี้ที่ลดลงจากร้อยละ 9.05 ในปี 2563 มาเป็นร้อยละ 8.00 เนื่องจากอัตรากําไรขั้นต้นของ ไตรมาส 3 ปีนี้ที่ลดลงเพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 สาย พันธุ์เดลต้า, การล็อกดาวน์ที่ยาวนาน และการอ่อนค่าของเงินบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5920 out_tok=2361 at=2026-07-25T16:33:58 -->
# GC กำไร Q3/2564 ลดลง 4% เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ค่าเงินอ่อน
## รายได้โตตามราคา แต่กำไรสุทธิหด เหตุ GPM ลดลง สวนทางต้นทุน
บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 33.41 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตถึง 35% เป็น 1,162.5 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากราคาขายที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ GC ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง แม้รายได้จะเติบโต คือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดย GPM ก่อนหักค่าขนส่ง ลดลงจาก 9.39% ในไตรมาส 3 ปี 2563 มาอยู่ที่ 6.67% ในไตรมาส 3 ปี 2564
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ **ส่วนต่างของราคาที่ลดลงจากการปรับขึ้นของต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าคงคลัง และการอ่อนค่าของอัตราแลกเปลี่ยน** แม้ว่าราคาขายสินค้าจะปรับสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ (จากปัจจัยพายุเฮอริเคนไอดาในสหรัฐฯ และอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศตะวันตก) แต่ต้นทุนสินค้าที่รับเข้ามานั้นปรับสูงขึ้นเร็วกว่า ทำให้ส่วนต่างกำไรแคบลง นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายวัตถุดิบ ก็ส่งผลกระทบต่อต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นกัน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบที่ผันผวนตามราคาน้ำมันดิบ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าฝ่ายจัดการจะบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น โดยมีการกลับรายการสำรองมูลค่าสินค้าล่าสมัย แต่แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นความท้าทายที่อาจส่งผลต่อ GPM ในระยะถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 4% YoY:** อยู่ที่ 33.41 ล้านบาท เทียบกับ 34.94 ล้านบาทใน Q3/2563
* **รายได้จากการขายเติบโต 35% YoY:** อยู่ที่ 1,162.5 ล้านบาท เทียบกับ 862.6 ล้านบาทใน Q3/2563
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** ลดลงจาก 9.39% เป็น 6.67% เนื่องจากส่วนต่างราคาลดลง
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 36.6%:** สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขายและต้นทุนวัตถุดิบ
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 37.2%:** เป็น 628 ล้านบาท จาก 457 ล้านบาท เพื่อรองรับระยะเวลาสั่งซื้อที่นานขึ้นจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 29%:** อยู่ที่ 1,199 ล้านบาท จาก 932 ล้านบาท โดยหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับเงินทุนหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,162.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าที่สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงเล็กน้อย 0.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ Lockdown อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 36.6% ทำให้ส่วนกำไรขั้นต้นลดลง 5% จาก 76.7 ล้านบาท เป็น 72.9 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 33.41 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับ 34.94 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์:** การคลายมาตรการควบคุมการเดินทางในกลุ่มประเทศตะวันตกจากสถานการณ์ Covid-19 ที่คลี่คลาย เป็นปัจจัยบวกต่ออุปสงค์สินค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ฝ่ายจัดการสามารถบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น โดยมีการกลับรายการตั้งสำรองมูลค่าสินค้าล่าสมัย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ:** ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายสินค้า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ
* **ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์:** ส่งผลให้ระยะเวลาการสั่งซื้อนานขึ้น และอาจกระทบต่อการบริหารสินค้าคงคลัง
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.35 เท่า ซึ่งอาจเพิ่มภาระดอกเบี้ยจ่ายและต้นทุนทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบและราคาน้ำมันดิบในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและระดับหนี้สิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization & Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ utilization rate หรือ order book โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณขายลดลงเล็กน้อยในไตรมาส 3/2564 เนื่องจากสถานการณ์ Lockdown ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจยังไม่มีการสั่งซื้อจำนวนมากเข้ามาในช่วงดังกล่าว
**ราคาวัตถุดิบ & GPM:** ราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ GPM ลดลงจาก 9.39% เหลือ 6.67% สะท้อนว่าบริษัทไม่สามารถผลักภาระต้นทุนทั้งหมดไปยังราคาขายได้เต็มที่
**การส่งออก:** มีการกล่าวถึงอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากการคลายมาตรการเดินทางในกลุ่มประเทศตะวันตก ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงโอกาสในการส่งออก แต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนหรือมูลค่าที่ชัดเจน
**ค่าเงิน:** การอ่อนค่าของอัตราแลกเปลี่ยนถูกระบุว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ GPM ลดลง
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 37.2% เป็น 628 ล้านบาท จาก 457 ล้านบาท เนื่องจากระยะเวลาการสั่งซื้อที่นานขึ้นจากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นการบริหารความเสี่ยงด้านการจัดหาวัตถุดิบ แต่ก็ส่งผลให้เงินทุนหมุนเวียนถูกผูกไว้กับสินค้าคงคลังมากขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 22% เป็น 1,458 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า (786 ล้านบาท) และสินค้าคงเหลือ (628 ล้านบาท)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,199 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น 34.9% เป็น 813.59 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 28% เป็น 335 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 1.79 เท่า เป็น 2.35 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 2% เป็น 511 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลจำนวน 160 ล้านบาท มากกว่ากำไรสำหรับงวด 9 เดือนแรกที่ 149 ล้านบาท
สภาพคล่องของบริษัทฯ อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่อง 1.23 เท่า เทียบกับ 1.30 เท่า ณ สิ้นปี 2563
## สรุปท้าย
GC ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว แม้จะสามารถเพิ่มรายได้จากการขายได้ตามราคาที่ปรับขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ทำให้กำไรสุทธิปรับลดลง 4% แม้ฝ่ายจัดการจะบริหารค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา commodity และอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ขณะที่การบริหารสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ และการเพิ่มขึ้นของหนี้สินเพื่อรองรับเงินทุนหมุนเวียน ก็เป็นประเด็นที่นักลงทุนควรพิจารณา.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,132.56
ล้านบาท
↓ 16% YoY
กำไรขั้นต้น
95.96
ล้านบาท
↓ 8.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.47
%
กำไรสุทธิ
41.33
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.65
%
D/E Ratio
1.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,133
↓ -16%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
96
↓ -8.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -11.6%
YoY
D/E Ratio
1.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.72
ROE (%)
30.09
ROA (%)
13.76
Book Value/หุ้น
1.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-213.43
-200.95%
|
211.43
-228.04%
|
-165.13
-197.24%
|
169.82
-270.69%
|
-99.49
-179.78%
|
124.70
-46.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.32
-109.82%
|
3.26
+393.94%
|
0.66
+17.86%
|
0.56
-135.22%
|
-1.59
-98.83%
|
-135.69
+426.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
268.81
-319.45%
|
-122.49
-167.73%
|
180.86
-198.22%
|
-184.13
-270.73%
|
107.85
-835.68%
|
-14.66
-91.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
55.06
-40.28%
|
92.19
+462.13%
|
16.40
-219.19%
|
-13.76
-303.25%
|
6.77
-126.39%
|
-25.65
-182.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|
53.11
+140.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
29.34
-67.58%
|
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|