บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
5.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรปี 2564 เพิ่มขึ้นโดยปัจจัยหลักเกิดจาก ยอดขายของเพิ่มขึ้น 1,391.3 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.67 สาเหตุหลักมาจากความต้องการสินค้า ที่เพิ่มสูงขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก รถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับราคาสินค้าเฉลี่ยของปีนี้สูงกว่าปีก่อน
ในขณะที่อัตรากําไรขั้นต้นของปีนี้ที่ลดลงจากร้อยละ 9.05 ในปี 2563 มาเป็นร้อยละ 8.00 เนื่องจากอัตรากําไรขั้นต้นของ ไตรมาส 3 ปีนี้ที่ลดลงเพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 สาย พันธุ์เดลต้า, การล็อกดาวน์ที่ยาวนาน และการอ่อนค่าของเงินบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6093 out_tok=2914 at=2026-07-25T16:25:48 -->
# GC Q1/65 กำไรสุทธิหด 8.28% รับต้นทุนพุ่งแซงยอดขาย-มาร์จิ้นวูบ
## รายได้โต 22% แต่ต้นทุนพุ่งกว่า 24% ฉุดกำไรสุทธิลดลง ขณะที่ฝ่ายจัดการระบุปัจจัยหลักจากปัญหา Supply Chain และขาดแคลนวัตถุดิบ
บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายเติบโต 22.21% มาอยู่ที่ 1,555 ล้านบาท โดยมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 2% และราคาขายเฉลี่ยปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่เป็นวัตถุดิบต้นน้ำ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าถึง 24.38% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 8.28% มาอยู่ที่ 62.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ GC ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** โดยกำไรขั้นต้นลดลง 5.2 ล้านบาท หรือ 4.41% จาก 118.5 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2564 มาอยู่ที่ 113.3 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 8.28% มาอยู่ที่ 62.2 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง มาจากการ **ชะลอตัวของการขายสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์** อันเนื่องมาจากปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruption) และปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล่านี้ ทำให้การขายสินค้าในกลุ่มดังกล่าวทำได้น้อยลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหลังหักค่าขนส่งลดลงจาก 9.78% ในไตรมาส 1 ปี 2564 เป็น 7.65% ในไตรมาส 1 ปี 2565 แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยโดยรวมจะปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันและอุปทานวัตถุดิบที่จำกัด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์เป็นปัจจัยภายนอกที่ยังไม่คลี่คลาย ฝ่ายจัดการระบุว่า "ยังไม่คลี่คลาย" ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจส่งผลกระทบต่อไปในระยะสั้นถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 2% และการปรับเพิ่มขึ้นของราคาเฉลี่ยสินค้าจากราคาน้ำมัน อาจช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน แต่ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายเติบโต 22.21%** มาอยู่ที่ 1,555 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 2% และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิลดลง 8.28%** อยู่ที่ 62.2 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 9.78% ใน Q1/64 เป็น 7.65% ใน Q1/65 จากผลกระทบ Supply Chain ในกลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 9.83%** เป็น 715 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายและระยะเวลาการสั่งซื้อที่นานขึ้นจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 20.91%** เป็น 1,521 ล้านบาท โดยหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังที่สูงขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้น** เป็น 2.48 เท่า จาก 2.29 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GC มีรายได้จากการขายรวม 1,555 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 282.6 ล้านบาท หรือ 22.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 2% และการปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยสินค้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและอุปทานวัตถุดิบที่จำกัด
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,477.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 289.7 ล้านบาท หรือ 24.38% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 5.2 ล้านบาท หรือ 4.41% มาอยู่ที่ 113.3 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 9.78% ในปีก่อน เป็น 7.65% ในไตรมาสนี้
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.9 ล้านบาท หรือ 5.49% เป็น 36 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 46.28% เป็น 2.46 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายและสินค้าคงคลัง
ด้วยปัจจัยดังกล่าว ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 62.2 ล้านบาท ลดลง 8.28% เมื่อเทียบกับ 67.8 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกและอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น** เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของยอดขาย
* **การปรับเพิ่มขึ้นของราคาเฉลี่ยสินค้า** จากราคาน้ำมันที่เป็นวัตถุดิบต้นน้ำ และอุปทานวัตถุดิบที่จำกัด ช่วยหนุนรายได้
* **การบริหารสินค้าคงคลังและการจัดส่งสินค้าให้ทันความต้องการลูกค้า** เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญของธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruption)** และปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ส่งผลกระทบต่อการขายสินค้าในกลุ่มดังกล่าวและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน** ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน** เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่เพิ่มสูงขึ้น** อาจส่งผลต่อความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการคลี่คลายของปัญหา Supply Chain และการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์** จะส่งผลต่อปริมาณขายและอัตรากำไรในกลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์อย่างไร
* **ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขาย** ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันและวัตถุดิบ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า** เพื่อรักษาสภาพคล่องและลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย** และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **การเติบโตของยอดขายในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และก่อสร้าง** จะสามารถชดเชยผลกระทบจากอุตสาหกรรมอื่นได้มากน้อยเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณขายเพิ่มขึ้น 2% ซึ่งบ่งชี้ว่าโรงงานยังคงมีการผลิตเพื่อรองรับความต้องการ
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงความต้องการสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นในบางอุตสาหกรรม
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบต้นน้ำ (น้ำมัน) ปรับสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยสินค้าปรับเพิ่มขึ้น แต่ก็ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 9.78% ใน Q1/64 เป็น 7.65% ใน Q1/65
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 9.83% เป็น 715 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายและระยะเวลาการสั่งซื้อที่นานขึ้นจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 325 ล้านบาท หรือ 17.98% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 328 ล้านบาท เป็น 1,886 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า (1,112 ล้านบาท เพิ่ม 28.41%) และสินค้าคงเหลือ (715 ล้านบาท เพิ่ม 9.83%)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,521 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 263 ล้านบาท หรือ 20.91% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน (1,022 ล้านบาท เพิ่ม 17.20%) และเจ้าหนี้การค้า (432 ล้านบาท เพิ่ม 35%) ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 2.48 เท่า จาก 2.29 เท่า ณ สิ้นปี 2564
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 62 ล้านบาท หรือ 11.27% เป็น 612 ล้านบาท จากกำไรสำหรับงวด
สภาพคล่องของบริษัทฯ อยู่ในระดับทรงตัว โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่อง 1.25 เท่า และมีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ 377 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 จำนวน 63 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GC ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากปัญหา Supply Chain ในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ย แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าก็ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม การที่ความต้องการในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และก่อสร้างยังคงแข็งแกร่ง และการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโต อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยประคองผลประกอบการในระยะต่อไป แต่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,132.56
ล้านบาท
↓ 16% YoY
กำไรขั้นต้น
95.96
ล้านบาท
↓ 8.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.47
%
กำไรสุทธิ
41.33
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.65
%
D/E Ratio
1.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,133
↓ -16%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
96
↓ -8.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -11.6%
YoY
D/E Ratio
1.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.72
ROE (%)
30.09
ROA (%)
13.76
Book Value/หุ้น
1.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-213.43
-200.95%
|
211.43
-228.04%
|
-165.13
-197.24%
|
169.82
-270.69%
|
-99.49
-179.78%
|
124.70
-46.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.32
-109.82%
|
3.26
+393.94%
|
0.66
+17.86%
|
0.56
-135.22%
|
-1.59
-98.83%
|
-135.69
+426.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
268.81
-319.45%
|
-122.49
-167.73%
|
180.86
-198.22%
|
-184.13
-270.73%
|
107.85
-835.68%
|
-14.66
-91.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
55.06
-40.28%
|
92.19
+462.13%
|
16.40
-219.19%
|
-13.76
-303.25%
|
6.77
-126.39%
|
-25.65
-182.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|
53.11
+140.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
29.34
-67.58%
|
90.50
+16.09%
|
77.96
+114.12%
|
36.41
+6.37%
|
34.23
+24.65%
|
27.46
-48.30%
|