บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
262.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจาก ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงการ เพิ่มขึ้นของกิจกรรมด้านวิจัยและพัฒนาในยุโรป
ในขณะที่ ยอดขายสินค้าและบริการในไตรมาสนี้อยู่ที่ 20,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.2 จากไตรมาสเดียวกันของปี ก่อน เนื่องจากความต้องการของลูกค้าในกลุ่มโซลูชั่นสําหรับยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Solutions) ที่เพิ่มขึ้นสูง ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวจากสถานการณ์ Covid ของตลาดผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สําคัญ เช่น จีน ยุโรป และ สหรัฐอเมริกา รวมถึงแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง
ในตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cloud Storage และ Data Center
กําไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ มีจํานวน 4,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้ แรงหนุนจากยอดขายที่เติบโตอย่างโดดเด่นเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันจากกลุ่มธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5115 out_tok=3067 at=2026-07-25T13:01:04 -->
# DELTA กำไรสุทธิ Q3/66 พุ่ง 32.1% รับแรงหนุน EV Solutions – สรุป MD&A
## รายได้โต 29.2% จาก EV Solutions และ DC Power ขณะที่ GPM อ่อนตัวเล็กน้อย QoQ/YoY
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 40,478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 5,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.1% โดยปัจจัยหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Solutions) ที่เติบโตสูงกว่าเท่าตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก product mix, recurring revenue, ลูกค้าหลัก, margin, ค่าใช้จ่าย R&D/ขาย, หรือสัญญาใหม่
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DELTA ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Solutions) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 29.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 32.1%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การเติบโตของ EV Solutions มาจากการที่กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้สามารถรักษาระดับการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตที่สูงกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ DC Power และเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม (Industrial Automation) ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้เช่นกัน แม้ว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย รวมถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) จะมียอดขายทรงตัวจากไตรมาสก่อนและเติบโตในระดับปานกลาง แต่ก็ยังคงได้รับอานิสงส์จากความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Application) ที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการค้า การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในบางภูมิภาค ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าบางกลุ่ม เช่น พัดลมและระบบจัดการความร้อน (Fan & Thermal Management) และกลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนและปีก่อน เนื่องจากดีมานด์อ่อนตัวในตลาดยุโรป ทำให้ลูกค้าเพิ่มความระมัดระวังและปรับแผนงาน
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 22.6% ซึ่งอ่อนตัวเล็กน้อยจาก 23.3% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ 23.4% ในไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้น 25.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าก็ตาม สาเหตุหลักมาจาก "การเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน" ซึ่งอาจหมายถึงสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นต่ำกว่าเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หรือการแข่งขันด้านราคาในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของ EV Solutions และ Industrial Automation เนื่องจากเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการค้าอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าบางกลุ่มในระยะสั้นถึงปานกลาง ส่วนประเด็นเรื่องอัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนตัวเล็กน้อยนั้น ฝ่ายจัดการคาดว่าสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบที่ทยอยคลี่คลายลงจะช่วยให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนและวัตถุดิบเพื่อปรับปรุงอัตรากำไรให้ดีขึ้นได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 40,478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.2% YoY:** เป็นผลจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Solutions) ที่เติบโตสูงกว่าเท่าตัว รวมถึง DC Power และ Industrial Automation
* **กำไรสุทธิ 5,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.1% YoY:** สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นจากยอดขายในกลุ่มสินค้าที่เติบโตสูง แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอ่อนตัวเล็กน้อย
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) 22.6% ลดลงเล็กน้อย:** อ่อนตัวจาก 23.3% YoY และ 23.4% QoQ โดยมีสาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 16.3% YoY:** สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้และกิจกรรม R&D ที่มากขึ้น แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงเหลือ 10.0% จาก 11.1% YoY
* **การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น 27.1% YoY:** ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในศูนย์วิจัยและพัฒนา และโรงงานแห่งใหม่ในอินเดียและไทย เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 34.4% YoY:** เพื่อรองรับการผลิตและการขายที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 DELTA มีรายได้จากการขายรวม 40,478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 และเพิ่มขึ้น 12.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 9,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.3% YoY และ 9.3% QoQ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 22.6% ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 23.3% YoY และ 23.4% QoQ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.7% YoY และ 10.4% QoQ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 12.5% เพิ่มขึ้นจาก 12.0% YoY ในขณะที่กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 5,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.1% YoY และ 16.3% QoQ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 13.4% และมีกำไรต่อหุ้น 0.44 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.33 บาท YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV):** โซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ดาวเด่นที่เติบโตสูงกว่าเท่าตัว และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามเทรนด์โลก
* **ความต้องการโซลูชั่นสำหรับ AI และ Data Center:** การขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการเติบโตของศูนย์ข้อมูลยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนยอดขายในกลุ่มคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย
* **การลงทุนใน R&D และโรงงานใหม่:** การลงทุนต่อเนื่องในศูนย์วิจัยและพัฒนา และโรงงานแห่งใหม่ในอินเดียและไทย จะช่วยเสริมศักยภาพการผลิตและพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การคลี่คลายของสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบคาดว่าจะช่วยให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับปรุงอัตรากำไรให้ดีขึ้นได้
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการค้า:** สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการค้า การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในภูมิภาคต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าบางกลุ่ม เช่น พัดลม ระบบจัดการความร้อน และโครงสร้างพื้นฐาน
* **ดีมานด์อ่อนตัวในตลาดยุโรป:** ลูกค้าในตลาดยุโรปเพิ่มความระมัดระวังและปรับแผนงานสำหรับโครงการต่างๆ ส่งผลให้ดีมานด์สินค้าบางกลุ่มอ่อนตัวลง
* **การแข่งขันด้านราคาและส่วนผสมผลิตภัณฑ์:** การอ่อนตัวของอัตรากำไรขั้นต้นเล็กน้อยอาจสะท้อนถึงการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ขายได้
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การดำเนินงานในระดับสากลย่อมมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของ EV Solutions:** ติดตามการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ในไตรมาสถัดไป ว่าจะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่สูงได้หรือไม่
* **การฟื้นตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานและ Fan & Thermal Management:** สังเกตสัญญาณการฟื้นตัวของดีมานด์ในตลาดยุโรปและกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว
* **การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น:** จับตาว่าบริษัทจะสามารถปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นได้ตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ หลังสถานการณ์วัตถุดิบคลี่คลาย
* **ความคืบหน้าการลงทุนในโรงงานใหม่:** ติดตามผลการดำเนินงานและการขยายกำลังการผลิตจากโรงงานแห่งใหม่ในอินเดียและไทย
* **การใช้จ่ายด้าน R&D:** ตรวจสอบว่าการลงทุนด้าน R&D ที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสู่ผลิตภัณฑ์หรือโซลูชั่นใหม่ๆ ที่สร้างรายได้ในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
* **Product Mix:** การเติบโตของ EV Solutions เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กลุ่มคอมพิวเตอร์และเครือข่าย รวมถึง Data Center ยังคงทรงตัวแต่ได้รับอานิสงส์จาก AI
* **Recurring Revenue/Subscription:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ในลักษณะ recurring หรือ subscription โดยตรง แต่การเติบโตของโซลูชั่นสำหรับอุตสาหกรรมและ Data Center อาจมีส่วนประกอบของบริการที่ต่อเนื่อง
* **R&D:** มีการลงทุนด้าน R&D ที่มากขึ้น สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
* **ลูกค้าหลัก:** แม้จะไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าหลัก แต่การเติบโตของ EV Solutions และ Industrial Automation บ่งชี้ถึงการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมที่ใช้ระบบอัตโนมัติ
* **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวเล็กน้อย YoY และ QoQ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตา โดยฝ่ายจัดการคาดว่าจะปรับปรุงได้จากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ
* **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** การลงทุนในโรงงานใหม่ในอินเดียและไทย สะท้อนถึงการขยายฐานการผลิตและตลาดในภูมิภาคสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 109,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.0% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 8,653 ล้านบาท ลดลง 14.7% จากการจ่ายเงินปันผล ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 20.1% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 34.4% เพื่อรองรับการผลิตและการขายที่ขยายตัว การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 27.1% จากการลงทุนในศูนย์ R&D และโรงงานใหม่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 44,895 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.7% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนวัตถุดิบ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 64,275 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
DELTA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 32.1% YoY โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Solutions) ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์อุตสาหกรรมโลก แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากส่วนผสมผลิตภัณฑ์และการแข่งขัน แต่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนใน R&D และขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยต้องจับตาความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่จะส่งผลกระทบต่อสินค้าบางกลุ่ม และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อปรับปรุงอัตรากำไรให้ดีขึ้นในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DELTA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
58,027.95
ล้านบาท
↑ 52.3% YoY
กำไรขั้นต้น
16,485.28
ล้านบาท
↑ 68% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.41
%
กำไรสุทธิ
7,255.77
ล้านบาท
↑ 54% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.50
%
D/E Ratio
0.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
58,028
↑ + 52.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
16,485
↑ + 68%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 54%
YoY
D/E Ratio
0.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DELTA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.59
ROE (%)
28.09
ROA (%)
20.89
Book Value/หุ้น
8.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DELTA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,480
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DELTA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,479.95
|
— | — |
-10,942.15
-1,041.81%
|
1,161.82
-39.28%
|
1,913.30
-62.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,127.27
|
— | — |
2,869.54
-146.26%
|
-6,202.80
+2,946.56%
|
-203.60
-95.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,481.72
|
— | — |
5,465.47
-347.36%
|
-2,209.54
+10,181.71%
|
-21.49
-99.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,259.09
|
— | — |
-2,821.27
-58.32%
|
-6,769.33
-580.50%
|
1,408.81
-143.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15,700.90
+106.12%
|
— | — |
6,571.57
-52.66%
|
13,881.85
+11.02%
|
12,503.55
-19.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20,288.08
+29.22%
|
— | — |
10,142.20
+54.33%
|
6,571.57
-52.66%
|
13,881.85
+12.01%
|