บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
262.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจาก ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงการ เพิ่มขึ้นของกิจกรรมด้านวิจัยและพัฒนาในยุโรป
ในขณะที่ ยอดขายสินค้าและบริการในไตรมาสนี้อยู่ที่ 20,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.2 จากไตรมาสเดียวกันของปี ก่อน เนื่องจากความต้องการของลูกค้าในกลุ่มโซลูชั่นสําหรับยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Solutions) ที่เพิ่มขึ้นสูง ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวจากสถานการณ์ Covid ของตลาดผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สําคัญ เช่น จีน ยุโรป และ สหรัฐอเมริกา รวมถึงแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง
ในตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cloud Storage และ Data Center
กําไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ มีจํานวน 4,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้ แรงหนุนจากยอดขายที่เติบโตอย่างโดดเด่นเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันจากกลุ่มธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8108 out_tok=3698 at=2026-07-27T07:36:49 -->
# DELTA กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 31.3% รับอานิสงส์ AI หนุนยอดขายโครงสร้างพื้นฐาน
## รายได้โตแกร่ง 46.5% จากฐานปีก่อน ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัย AI เป็นโครงสร้างระยะยาว แต่ยังต้องจับตาต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขาย 65,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 6,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 31.3% จากปีก่อนหน้า ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ส่งผลดีต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ขณะที่ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก product mix, recurring revenue, ลูกค้าหลัก, margin, ค่าใช้จ่าย R&D/ขาย, หรือสัญญาใหม่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DELTA ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 46.5% YoY สู่ระดับ 65,191 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศที่ได้รับแรงหนุนจากเทรนด์การนำ AI มาใช้งานอย่างแพร่หลาย แม้ว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 31.3% YoY แต่ก็เผชิญแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง 10.3% QoQ และ 31.7% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้หลักมาจาก **การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับการประมวลผล AI** ซึ่งส่งผลให้มีความต้องการสูงในระบบกำลังไฟ ระบบระบายความร้อน การบริหารจัดการพลังงาน และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติภาคอุตสาหกรรมและโซลูชั่นอาคารอัจฉริยะก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวลดลง** เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ การขาดแคลนวัตถุดิบที่ส่งผลต่อแผนการผลิตและการส่งมอบสินค้าไม่เต็มที่, ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น, การตั้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มเติม และสัดส่วนการขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรแตกต่างกันเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวม R&D) เพิ่มขึ้น 88.8% YoY เนื่องจากค่าสิทธิบัตรที่สูงขึ้นตามการผลิตและขายสินค้าเทคโนโลยีจากบริษัทแม่, ค่าใช้จ่ายด้านภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บคืนจากลูกค้า, ค่าขนส่งที่สูงขึ้นเพื่อรองรับปริมาณสินค้า และการลงทุนด้าน R&D เพื่อขยายขีดความสามารถทางเทคโนโลยี แม้จะมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์และประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่ม แต่ก็ถูกชดเชยด้วยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายได้ค่าสิทธิ ทำให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน** ฝ่ายจัดการมองว่าอุปสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับ AI เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เกิดจากการใช้งาน AI ในวงกว้าง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ได้เร่งขยายกำลังการผลิตและเปิดโรงงานใหม่เพื่อรองรับแนวโน้มรายได้ขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนที่สูงขึ้นคาดว่าจะคลี่คลายในไตรมาสถัดไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q2/2569 เติบโต 46.5% YoY แตะ 65,191 ล้านบาท** และเพิ่มขึ้น 6.2% QoQ
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 อยู่ที่ 6,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% YoY** แต่ลดลง 33.1% QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/2569 อยู่ที่ 26.8%** เพิ่มขึ้น 57.2% YoY แต่ลดลง 10.3% QoQ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวม R&D) เพิ่มขึ้น 88.8% YoY** เป็น 11,354 ล้านบาท
* **บริษัทฯ ลงทุนขยายกำลังการผลิต เปิดโรงงานใหม่ 2 แห่ง** เพื่อรองรับการเติบโตของอุปสงค์ AI
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ** เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของรายได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 DELTA แสดงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 65,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 46.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.2% จากไตรมาสก่อนหน้า การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้อยู่ที่ 26.8% แม้จะเพิ่มขึ้น 57.2% YoY แต่กลับลดลง 10.3% QoQ ปัจจัยกดดันหลักมาจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้า รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มเติม ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) ปรับตัวสูงขึ้น 88.8% YoY เป็น 11,354 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าสิทธิบัตร ค่าใช้จ่ายด้านภาษีศุลกากร ค่าขนส่ง และการลงทุนด้าน R&D เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางเทคโนโลยีในระยะยาว
แม้จะมีแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดีและการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 6,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.3% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลง 33.1% QoQ ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากปัจจัยกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้
## โอกาส
* **การเติบโตของอุตสาหกรรม AI:** การนำ AI มาใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สร้างโอกาสในการเติบโตระยะยาวให้กับ DELTA ผ่านความต้องการโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน:** การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับการประมวลผลสมรรถนะสูง (High-performance computing) สร้างอุปสงค์ที่แข็งแกร่งสำหรับผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ เช่น ระบบกำลังไฟ ระบบระบายความร้อน และการบริหารจัดการพลังงาน
* **การขยายกำลังการผลิต:** การเปิดโรงงานแห่งใหม่สองแห่งที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การขยายตลาดผลิตภัณฑ์:** กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติภาคอุตสาหกรรมและโซลูชั่นอาคารอัจฉริยะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้า
* **การลงทุนด้าน R&D:** การเพิ่มการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดโลก:** กลุ่มพลังงานยานยนต์ไฟฟ้ายังคงเผชิญสภาวะความผันผวนของอุปสงค์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
* **ปัญหาห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนวัตถุดิบ:** การขาดแคลนวัตถุดิบและราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อการผลิตและอัตรากำไรของบริษัทฯ
* **ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาค:** แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ และราคาพลังงาน อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมและกำลังซื้อของลูกค้า
* **การเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษี:** การบันทึกประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่มตามกฎ Pillar Two model rule ของ OECD แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายภาษีระหว่างประเทศ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความไม่สมดุลในการผลิตและส่งมอบสินค้าที่เกิดจากการขาดแคลนวัตถุดิบ อาจนำไปสู่การตั้งสำรองสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** ติดตามการคลี่คลายของปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนที่สูงขึ้น ว่าจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไปอย่างไร
* **การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อบรรเทาสถานการณ์การขาดแคลนวัตถุดิบและรักษาความต่อเนื่องของการผลิต
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ AI-related:** การขยายตัวของคำสั่งซื้อในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเติบโตในอนาคต
* **การใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่:** การเดินเครื่องโรงงานใหม่และการใช้กำลังการผลิตจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น
* **ผลกระทบจากค่าใช้จ่าย R&D และค่าสิทธิบัตร:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะส่งผลต่อกำไรในระยะสั้นอย่างไร เมื่อเทียบกับผลตอบแทนในระยะยาว
* **สถานการณ์กลุ่มพลังงานยานยนต์ไฟฟ้า:** การฟื้นตัวหรือความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดนี้ จะส่งผลต่อภาพรวมรายได้ของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี DELTA ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมต่างๆ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับการประมวลผล AI ที่ต้องการพลังงานสูงและระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ เป็นโอกาสทองสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทฯ
การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าอุปสงค์จาก AI เป็น "ปัจจัยเชิงโครงสร้าง" บ่งชี้ว่าแนวโน้มนี้มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในระยะยาว ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว การขยายกำลังการผลิตและการเปิดโรงงานใหม่จึงเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของอัตรากำไร (Margin) แม้รายได้จะเติบโต แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง QoQ เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ไม่สมดุล เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต การที่ฝ่ายจัดการคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในไตรมาสถัดไป เป็นจุดที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าสิทธิบัตรและค่าใช้จ่ายด้าน R&D สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเทคโนโลยี แต่ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้นเช่นกัน การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 DELTA มีสินทรัพย์รวม 191,938 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% จากสิ้นปี 2568 โดยมีรายการสำคัญที่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 10.5% เป็น 18,197 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในเครื่องจักรและโรงงาน รวมถึงการจ่ายเงินปันผล ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 29.1% เป็น 59,325 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 53.5% เป็น 53,312 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ด้านหนี้สินรวมอยู่ที่ 86,522 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.7% จากสิ้นปี 2568 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าที่สอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย และการบันทึกประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่มตามกฎ Pillar Two ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8.9% เป็น 105,417 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรที่เกิดขึ้นระหว่างงวด
การลงทุนในที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 14.0% เป็น 52,076 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในศูนย์วิจัยและพัฒนาและโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## สรุปท้าย
DELTA ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายพุ่งสูงถึง 46.5% YoY ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ที่ร้อนแรงจากเทรนด์ AI ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง แม้กำไรสุทธิจะเติบโต 31.3% YoY แต่ก็ลดลง QoQ จากปัจจัยดังกล่าว การลงทุนในโรงงานใหม่และการขยายกำลังการผลิตบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DELTA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
58,027.95
ล้านบาท
↑ 52.3% YoY
กำไรขั้นต้น
16,485.28
ล้านบาท
↑ 68% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.41
%
กำไรสุทธิ
7,255.77
ล้านบาท
↑ 54% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.50
%
D/E Ratio
0.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
58,028
↑ + 52.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
16,485
↑ + 68%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 54%
YoY
D/E Ratio
0.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DELTA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.59
ROE (%)
28.09
ROA (%)
20.89
Book Value/หุ้น
8.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DELTA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,480
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DELTA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,479.95
|
— | — |
-10,942.15
-1,041.81%
|
1,161.82
-39.28%
|
1,913.30
-62.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,127.27
|
— | — |
2,869.54
-146.26%
|
-6,202.80
+2,946.56%
|
-203.60
-95.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,481.72
|
— | — |
5,465.47
-347.36%
|
-2,209.54
+10,181.71%
|
-21.49
-99.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,259.09
|
— | — |
-2,821.27
-58.32%
|
-6,769.33
-580.50%
|
1,408.81
-143.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15,700.90
+106.12%
|
— | — |
6,571.57
-52.66%
|
13,881.85
+11.02%
|
12,503.55
-19.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20,288.08
+29.22%
|
— | — |
10,142.20
+54.33%
|
6,571.57
-52.66%
|
13,881.85
+12.01%
|