บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
262.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจาก ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงการ เพิ่มขึ้นของกิจกรรมด้านวิจัยและพัฒนาในยุโรป
ในขณะที่ ยอดขายสินค้าและบริการในไตรมาสนี้อยู่ที่ 20,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.2 จากไตรมาสเดียวกันของปี ก่อน เนื่องจากความต้องการของลูกค้าในกลุ่มโซลูชั่นสําหรับยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Solutions) ที่เพิ่มขึ้นสูง ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวจากสถานการณ์ Covid ของตลาดผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สําคัญ เช่น จีน ยุโรป และ สหรัฐอเมริกา รวมถึงแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง
ในตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cloud Storage และ Data Center
กําไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ มีจํานวน 4,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้ แรงหนุนจากยอดขายที่เติบโตอย่างโดดเด่นเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันจากกลุ่มธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5082 out_tok=2539 at=2026-07-25T04:40:41 -->
DELTA กำไรสุทธิ Q2/66 โต 9.5% รับแรงหนุน EV Solutions-Data Center
ยอดขายทะยาน 28% YoY จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าและ Data Center ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นหลังคลายกังวลขาดแคลนวัตถุดิบ แต่ยังต่ำกว่าฐานปีก่อน
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 35,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 4,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Solutions) และกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับ Data Center ที่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DELTA ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Solutions) และกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับ Data Center ที่ได้รับอานิสงส์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตถึง 28.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ มาจากการที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ EV Solutions มีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย Cloud Storage และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center เติบโตในอัตราที่สูงขึ้นกว่าไตรมาสแรกและปีก่อนหน้า จากแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Application) นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ยังปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาสก่อนหน้า แม้จะลดลงจากฐานสูงของปีที่แล้ว โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่สถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบเริ่มผ่อนคลายลงบางส่วน ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและวัตถุดิบเพื่อสร้างอัตรากำไรเพิ่มขึ้นได้
สำหรับแนวโน้มความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ **มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้นถึงกลาง** เนื่องจากความต้องการโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้ายังคงมีแนวโน้มเติบโตสูงตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก และความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Data Center ที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และการพัฒนา AI ยังคงเป็นเมกะเทรนด์ที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ชะลอตัวลงจากดีมานด์ในกลุ่มเพาเวอร์ซิสเต็มสำหรับระบบโทรคมนาคมที่อ่อนตัวในตลาดยุโรป ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 28.0% YoY:** อยู่ที่ 35,840 ล้านบาท โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ (EV Solutions, DC Power, Industrial Automation) และกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับ Data Center เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
* **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9.5% YoY:** อยู่ที่ 4,668 ล้านบาท หรือ 0.37 บาทต่อหุ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น QoQ:** อยู่ที่ 23.4% จาก 20.8% ในไตรมาส 1/66 แต่ลดลงจาก 25.1% ในไตรมาส 2/65 โดยได้แรงหนุนจากการคลายตัวของปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (รวม R&D) เพิ่มขึ้น 20.4% YoY:** อยู่ที่ 3,796 ล้านบาท คิดเป็น 10.5% ของรายได้รวม ลดลงจาก 11.1% ในปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่าย
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 27.7%:** อยู่ที่ 31,981 ล้านบาท เพื่อรองรับการผลิตและการขายที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง
* **การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น:** ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 16.0% จากสิ้นปี 2565 เพื่อลงทุนในศูนย์วิจัยและพัฒนาและโรงงานแห่งใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 35,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 8,369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% YoY แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 25.1% เป็น 23.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ปรับตัวดีขึ้นจาก 20.8% ในไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 4,573 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% YoY และเพิ่มขึ้น 31.5% QoQ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 4,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% YoY และเพิ่มขึ้น 29.1% QoQ คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.37 บาท
## โอกาส
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV):** ความต้องการโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
* **ความต้องการ Data Center และ AI:** แนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Application) ส่งผลดีต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cloud Storage และ Data Center
* **การขยายการลงทุน:** การลงทุนในศูนย์วิจัยและพัฒนาและโรงงานแห่งใหม่ในอินเดียและไทย จะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและรองรับการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การคลายตัวของสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบช่วยให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไรได้ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก:** ความกังวลต่อราคาพลังงานและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆ อาจส่งผลต่อความระมัดระวังในการลงทุนของลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มเพาเวอร์ซิสเต็มสำหรับระบบโทรคมนาคม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีการแข่งขันสูง ทั้งด้านราคา นวัตกรรม และคุณภาพ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การดำเนินธุรกิจในระดับสากลอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มความต้องการ EV Solutions:** ติดตามการเติบโตของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้อย่างใกล้ชิด
* **การฟื้นตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน:** จับตาดูว่าดีมานด์ในกลุ่มเพาเวอร์ซิสเต็มสำหรับระบบโทรคมนาคมในตลาดยุโรปจะฟื้นตัวเมื่อใด
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การลงทุนใน R&D และโรงงานใหม่:** ติดตามความคืบหน้าและผลตอบรับจากการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Data Center:** ประเมินผลกระทบจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของ AI และ Cloud Computing
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**Product Mix:** การเปลี่ยนแปลงของ Product Mix เป็นปัจจัยสำคัญ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Solutions) และกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับ Data Center มีการเติบโตที่โดดเด่น ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้น
**R&D:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการเพิ่มกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนามากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ และเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
**ลูกค้าหลัก:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าหลักโดยตรง แต่การเติบโตของ EV Solutions และ Data Center บ่งชี้ว่าบริษัทมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมยานยนต์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
**Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นหลังสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบคลี่คลาย แต่ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของ Product Mix และสภาวะตลาด
**การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** การลงทุนในโรงงานแห่งใหม่ทางตอนใต้ของอินเดีย แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการขยายฐานการผลิตและตลาดในภูมิภาคที่มีศักยภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 100,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 29.1% เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผล สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 27.7% เพื่อรองรับการผลิตและการขายที่ขยายตัว ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 16.0% จากการลงทุนในศูนย์วิจัยและพัฒนาและโรงงานแห่งใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 42,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนวัตถุดิบ และเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้หมุนเวียนในกิจการ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7.1% จากกำไรสะสมระหว่างงวด
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ DELTA ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการขยายตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าและ Data Center ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แม้จะเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความกังวลต่อการลงทุนในบางภาคส่วน แต่แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม EV และ AI รวมถึงการลงทุนเพื่อขยายศักยภาพการผลิต ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตาสำหรับผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DELTA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
58,027.95
ล้านบาท
↑ 52.3% YoY
กำไรขั้นต้น
16,485.28
ล้านบาท
↑ 68% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.41
%
กำไรสุทธิ
7,255.77
ล้านบาท
↑ 54% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.50
%
D/E Ratio
0.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
58,028
↑ + 52.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
16,485
↑ + 68%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 54%
YoY
D/E Ratio
0.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DELTA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.59
ROE (%)
28.09
ROA (%)
20.89
Book Value/หุ้น
8.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DELTA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,480
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DELTA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,479.95
|
— | — |
-10,942.15
-1,041.81%
|
1,161.82
-39.28%
|
1,913.30
-62.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,127.27
|
— | — |
2,869.54
-146.26%
|
-6,202.80
+2,946.56%
|
-203.60
-95.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,481.72
|
— | — |
5,465.47
-347.36%
|
-2,209.54
+10,181.71%
|
-21.49
-99.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,259.09
|
— | — |
-2,821.27
-58.32%
|
-6,769.33
-580.50%
|
1,408.81
-143.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15,700.90
+106.12%
|
— | — |
6,571.57
-52.66%
|
13,881.85
+11.02%
|
12,503.55
-19.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20,288.08
+29.22%
|
— | — |
10,142.20
+54.33%
|
6,571.57
-52.66%
|
13,881.85
+12.01%
|