บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
262.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจาก ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงการ เพิ่มขึ้นของกิจกรรมด้านวิจัยและพัฒนาในยุโรป
ในขณะที่ ยอดขายสินค้าและบริการในไตรมาสนี้อยู่ที่ 20,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.2 จากไตรมาสเดียวกันของปี ก่อน เนื่องจากความต้องการของลูกค้าในกลุ่มโซลูชั่นสําหรับยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Solutions) ที่เพิ่มขึ้นสูง ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวจากสถานการณ์ Covid ของตลาดผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สําคัญ เช่น จีน ยุโรป และ สหรัฐอเมริกา รวมถึงแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง
ในตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cloud Storage และ Data Center
กําไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ มีจํานวน 4,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้ แรงหนุนจากยอดขายที่เติบโตอย่างโดดเด่นเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันจากกลุ่มธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5039 out_tok=2893 at=2026-07-25T14:50:24 -->
# DELTA กำไร Q1/66 พุ่ง 31.8% รับอานิสงส์ EV-ออโตเมชั่น โบรกฯ จับตาการเติบโตต่อเนื่อง
## ยอดขาย EV-ออโตเมชั่นโตแรงหนุนกำไรสุทธิ DELTA พุ่ง 31.8% YoY ขณะที่ GPM ทรงตัวแต่ลดลง QoQ จากต้นทุนวัตถุดิบ
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 32,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial Automation) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 3,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.8% YoY โดยหากไม่รวมรายการพิเศษ จะเห็นการเติบโตที่สูงถึง 47.6% YoY สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DELTA ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดขายในกลุ่มโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Solutions) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial Automation)** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายรวมเติบโตถึง 31.2% YoY และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 31.8% YoY (หรือ 47.6% หากไม่รวมรายการพิเศษ)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ความต้องการ EV สูง:** ความต้องการผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Solutions) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก สะท้อนเทรนด์ของโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
* **การเติบโตของ Industrial Automation:** กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial Automation) ก็มีการเติบโตที่แข็งแกร่งเช่นกัน ซึ่งบ่งชี้ถึงการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่ยังคงมีอยู่
* **กลุ่มอื่นทรงตัว/ชะลอตัว:** แม้กลุ่มพัดลมและระบบจัดการความร้อน (Fan & Thermal Management) จะเติบโตในระดับปานกลาง และกลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cloud Storage และ Data Center มียอดขายเติบโตจากปีก่อน แต่ก็มีสัญญาณชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ทำให้ลูกค้าเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** GPM โดยรวมทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญในกลุ่ม EV Solutions ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการวัตถุดิบ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่ม EV Solutions และ Industrial Automation เนื่องจากเป็นเทรนด์หลักของอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะยังคงเติบโตต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ และอาจกดดัน GPM หากสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบยังคงอยู่ ฝ่ายจัดการได้มีการลงทุนต่อเนื่องในศูนย์วิจัยและพัฒนา รวมถึงโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/66 เติบโต 31.2% YoY** แตะ 32,294 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q1/66 เพิ่มขึ้น 31.8% YoY** อยู่ที่ 3,614 ล้านบาท (หากไม่รวมรายการพิเศษ เติบโต 47.6% YoY)
* **กลุ่ม EV Solutions และ Industrial Automation เป็นดาวเด่น** ขับเคลื่อนยอดขายหลัก
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัว YoY แต่ลดลง QoQ** จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในกลุ่ม EV
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (รวม R&D) เพิ่มขึ้น 10.0% YoY** จากกิจกรรม R&D ในยุโรปและอเมริกาเหนือ
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 25.0% QoQ** อยู่ที่ 12,682 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA มีรายได้จากการขายรวม 32,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกลุ่มโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Solutions) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial Automation) ขณะที่กลุ่มพัดลมและระบบจัดการความร้อน (Fan & Thermal Management) เติบโตในระดับปานกลาง และกลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cloud Storage และ Data Center มียอดขายเติบโตจากปีก่อนหน้า แต่ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลก
ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 6,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% YoY ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย โดยอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญในกลุ่ม EV Solutions ส่งผลต่อต้นทุน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) เพิ่มขึ้น 10.0% YoY เนื่องจากกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนาในยุโรปและอเมริกาเหนือ แต่ลดลง 15.5% QoQ จากค่าขนส่งสินค้าที่ปรับตัวลดลง
ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,477 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไร 10.8% เพิ่มขึ้นจาก 8.9% ในปีก่อนหน้า และกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,614 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 11.2% เพิ่มขึ้น 31.8% YoY โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.29 บาท หากไม่รวมรายการเงินชดเชยค่าประกันความเสียหายจากอุทกภัย 331 ล้านบาทในปีก่อน จะทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้เติบโตสูงถึง 47.6% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาด EV:** ความต้องการโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจ
* **การลงทุนในระบบอัตโนมัติ:** การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ยังคงเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของกลุ่ม Industrial Automation
* **การขยายกำลังการผลิตและ R&D:** การลงทุนในศูนย์วิจัยและพัฒนาและโรงงานแห่งใหม่ในอินเดียและไทย เป็นการเตรียมพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว
* **การขยายตลาด:** การเพิ่มกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนาในยุโรปและอเมริกาเหนือ บ่งชี้ถึงความพยายามในการขยายตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลให้ลูกค้าเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนและชะลอการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี
* **ต้นทุนวัตถุดิบและปัญหา Supply Chain:** สถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่ม EV Solutions อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจเทคโนโลยีมีการแข่งขันสูง การรักษาความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์ EV Solutions:** การเติบโตของตลาด EV จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักหรือไม่
* **สถานการณ์วัตถุดิบและ Supply Chain:** ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจะคลี่คลายลงเมื่อใด และส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างไร
* **การใช้จ่ายด้าน R&D และผลลัพธ์:** การลงทุนใน R&D จะนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลก:** การปรับตัวของลูกค้าในกลุ่มเทคโนโลยีและองค์กรต่อสภาวะเศรษฐกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
* **Product Mix:** สัดส่วนรายได้จากกลุ่ม EV Solutions และ Industrial Automation ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนการปรับตัวเข้าสู่เทรนด์เทคโนโลยีแห่งอนาคต ขณะที่กลุ่ม Cloud Storage และ Data Center แม้จะเติบโตจากปีก่อน แต่ก็เผชิญแรงกดดันจากฐานที่สูงและสภาวะเศรษฐกิจ
* **Recurring Revenue/Subscription:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ recurring หรือ subscription โดยตรง แต่การเติบโตของกลุ่ม Industrial Automation และ Data Center อาจมีส่วนประกอบของรายได้ประเภทนี้อยู่บ้าง
* **R&D:** มีการเพิ่มกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนาในยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งสะท้อนการลงทุนเพื่อสร้างนวัตกรรมและรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
* **ลูกค้าหลัก:** แม้จะไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าหลัก แต่การเติบโตของกลุ่ม EV Solutions บ่งชี้ถึงการเป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนสำคัญให้กับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ และการเติบโตของกลุ่ม Industrial Automation และ Data Center สะท้อนการเป็นพันธมิตรกับองค์กรเทคโนโลยีขนาดใหญ่
* **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมทรงตัว YoY แต่ลดลง QoQ เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม EV Solutions
* **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** การลงทุนใน R&D ในยุโรปและอเมริกาเหนือ รวมถึงการขยายโรงงานในอินเดีย เป็นการขยายตลาดและฐานการผลิตเพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 94,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 25.0% เป็น 12,682 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายและกำไรที่เพิ่มขึ้น ลูกหนี้การค้าลดลง 6.7% จากการบริหารจัดการที่ดีขึ้น ขณะที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 10.0% เพื่อรองรับการผลิตและการขายที่คาดว่าจะขยายตัว การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 6.2% จากการลงทุนในศูนย์วิจัยและพัฒนาและโรงงานแห่งใหม่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 36,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% โดยส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนวัตถุดิบและสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.2% เป็น 58,049 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรที่เกิดขึ้นระหว่างงวด
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับยอดขายและกำไรที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ DELTA ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกลุ่ม EV Solutions และ Industrial Automation ที่ขับเคลื่อนรายได้และกำไรให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ แต่การลงทุนอย่างต่อเนื่องใน R&D และการขยายกำลังการผลิต บ่งชี้ถึงความพร้อมในการคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและยานยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DELTA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
58,027.95
ล้านบาท
↑ 52.3% YoY
กำไรขั้นต้น
16,485.28
ล้านบาท
↑ 68% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.41
%
กำไรสุทธิ
7,255.77
ล้านบาท
↑ 54% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.50
%
D/E Ratio
0.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
58,028
↑ + 52.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
16,485
↑ + 68%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,256
↑ + 54%
YoY
D/E Ratio
0.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DELTA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.59
ROE (%)
28.09
ROA (%)
20.89
Book Value/หุ้น
8.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DELTA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,480
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DELTA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,479.95
|
— | — |
-10,942.15
-1,041.81%
|
1,161.82
-39.28%
|
1,913.30
-62.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,127.27
|
— | — |
2,869.54
-146.26%
|
-6,202.80
+2,946.56%
|
-203.60
-95.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,481.72
|
— | — |
5,465.47
-347.36%
|
-2,209.54
+10,181.71%
|
-21.49
-99.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,259.09
|
— | — |
-2,821.27
-58.32%
|
-6,769.33
-580.50%
|
1,408.81
-143.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15,700.90
+106.12%
|
— | — |
6,571.57
-52.66%
|
13,881.85
+11.02%
|
12,503.55
-19.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20,288.08
+29.22%
|
— | — |
10,142.20
+54.33%
|
6,571.57
-52.66%
|
13,881.85
+12.01%
|