CSP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CSP
บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.44
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3607 out_tok=2569 at=2026-07-25T14:34:37 --> # CSP พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/65 สัญญาณลบจากราคาเหล็ก-ต้นทุนพุ่ง กดดัน GPM ## รายได้-กำไรหดตัวแรง YoY รับราคาขายเหล็กดิ่ง-ปริมาณขายวูบ ขณะต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานพุ่งซ้ำเติม บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 91.69 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 127.97 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายสินค้าและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างชัดเจน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CSP ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจากปัจจัยลบที่ถาโถมเข้ามาทั้งด้านรายได้และต้นทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวลดลงของราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP) และปริมาณการขายที่หดตัว ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงการบันทึกค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดันอย่างหนัก **1) หัวใจคืออะไร** หัวใจหลักที่อธิบายการขาดทุนสุทธิ 219.66 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ การลดลงของรายได้จากการขาย 113.24 ล้านบาท (คิดเป็น 13.69%) ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายสินค้าเฉลี่ยลดลง 4.86% เนื่องจากราคาเหล็กในตลาดโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และปริมาณการขายลดลง 9.28% นอกจากนี้ ต้นทุนขายสินค้ายังเพิ่มขึ้น 150.46 ล้านบาท (คิดเป็น 24.19%) จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงการบันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าจำนวน 46.22 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกบีบแคบลงอย่างมาก **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** การลดลงของราคาขายสินค้าเฉลี่ยเกิดจากราคาตลาดของเหล็กที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตและบริโภคผลิตภัณฑ์เหล็ก ทำให้ความต้องการในประเทศชะลอตัวลง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและภาวะน้ำท่วม ยิ่งซ้ำเติมปริมาณการขายที่ลดลง ขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูง และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนขายสินค้าโดยรวมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การบันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าสะท้อนถึงการปรับตัวลงของราคาขายสินค้าหลังวันสิ้นงวดตามสภาวะตลาด ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าราคาขายสินค้าลดลงเนื่องจากราคาตลาดของเหล็กปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และความต้องการในประเทศลดลงในช่วงฤดูฝน รวมถึงความไม่แน่นอนจากปัญหาเศรษฐกิจโลกและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ยังคงเป็นแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมเหล็กในระยะสั้นถึงกลาง ประกอบกับการที่บริษัทต้องบันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้า สะท้อนว่าสภาวะตลาดปัจจุบันยังมีความผันผวนและมีแนวโน้มที่ราคาขายอาจยังไม่ฟื้นตัวในทันที ดังนั้น **ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แนวโน้มราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงความต้องการใช้เหล็กในประเทศที่จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิ 91.69 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 127.97 ล้านบาทใน Q3/64 เป็นการขาดทุนครั้งสำคัญ * **รายได้จากการขายลดลง 13.69%:** เหลือ 713.72 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 4.86% และปริมาณขายที่ลดลง 9.28% * **ต้นทุนขายสินค้าเพิ่มขึ้น 24.19%:** เป็น 772.53 ล้านบาท จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น * **บันทึกค่าเผื่อขาดทุนสินค้า 46.22 ล้านบาท:** สะท้อนแรงกดดันจากราคาขายที่ลดลงตามสภาวะตลาด * **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น:** เป็น 16.82 ล้านบาท จาก 8.43 ล้านบาทในปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 713.72 ล้านบาท ลดลง 113.24 ล้านบาท หรือ 13.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 826.96 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่ลดลง 4.86% และปริมาณการขายที่ลดลง 9.28% ขณะที่ต้นทุนขายสินค้าเพิ่มขึ้น 150.46 ล้านบาท หรือ 24.19% เป็น 772.53 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันอย่างหนัก ประกอบกับการบันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าจำนวน 46.22 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 91.69 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 127.97 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของความต้องการใช้เหล็กในประเทศ:** หากภาวะเศรษฐกิจโลกมีเสถียรภาพมากขึ้น และปัญหาอุทกภัยคลี่คลาย อาจส่งผลดีต่อความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กในประเทศ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทอาจมีมาตรการในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน เพื่อลดผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาเหล็กในตลาดโลก:** การปรับลดลงของราคาเหล็กยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคาขายและอัตรากำไร * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูง:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้ยังคงเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิต * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์:** ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่ออุตสาหกรรมเหล็ก * **อัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทอาจส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก:** ทิศทางราคาเหล็กจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และ GPM * **ปริมาณการขาย:** การฟื้นตัวของความต้องการใช้เหล็กในประเทศและภาคอุตสาหกรรม * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักและต้นทุนพลังงาน * **การบริหารจัดการสต็อกสินค้า:** ผลกระทบจากการบันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้า * **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทและผลกระทบต่อขาดทุน/กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) ในไตรมาส 3 ปี 2565 CSP เผชิญกับแรงกดดันรอบด้านจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเหล็กอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **ราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP)** ที่ลดลง 4.86% เป็นผลโดยตรงจากราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่ชะลอตัวลงทั่วโลก ปัจจัยนี้ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลง 13.69% แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลง 9.28% ก็ตาม ในด้านต้นทุน **ต้นทุนวัตถุดิบ** ยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับ **ต้นทุนพลังงาน** ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ **ต้นทุนขายสินค้า** เพิ่มขึ้นถึง 24.19% เมื่อเทียบกับปีก่อน การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้เมื่อผนวกกับราคาขายที่ลดลง ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ถูกบีบแคบลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การที่บริษัทต้องบันทึก **ค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้า** จำนวน 46.22 ล้านบาท สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ราคาขายสินค้าหลังวันสิ้นงวดปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไร **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ที่เพิ่มขึ้นเป็น 16.82 ล้านบาท จาก 8.43 ล้านบาทในปีก่อน เป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมผลประกอบการ โดยส่วนใหญ่เป็นขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) ซึ่งเกิดจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน **ต้นทุนทางการเงิน** ก็ปรับเพิ่มขึ้น 45.85% เป็น 11.11 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้ในการซื้อสินค้าและวัตถุดิบ รวมถึงเงินทุนหมุนเวียน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวด Q3/2565 โดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้ ## สรุปท้าย ผลประกอบการของ CSP ในไตรมาส 3 ปี 2565 สะท้อนถึงความท้าทายอย่างหนักจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะการปรับลดลงของราคาเหล็กในตลาดโลกที่ส่งผลกระทบต่อทั้งราคาขายและปริมาณการขาย ควบคู่ไปกับต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนขายและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นได้ นักลงทุนต้องจับตาแนวโน้มราคาเหล็ก สภาวะเศรษฐกิจโลก และการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CSP ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
485.46 ล้านบาท
↓ 21% YoY
กำไรขั้นต้น
13.84 ล้านบาท
↑ 43.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.85 %
กำไรสุทธิ
-21.94 ล้านบาท
↑ 212.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.52 %
D/E Ratio
2.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -21% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↑ + 43.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-22
↑ + 212.9% YoY
D/E Ratio
2.24

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
485.46
-21.03%
614.76
+32.73%
463.18
-32.12%
682.31
-10.59%
763.09
+15.07%
663.17
+6.26%
กำไรขั้นต้น
13.84
+43.39%
9.65
+0.17%
9.63
+21.55%
7.93
-92.51%
105.74
+9.80%
96.30
+727.60%
ค่าใช้จ่ายรวม
21.82
+12.10%
19.47
-10.91%
21.85
-19.85%
27.26
-3.99%
28.39
-7.33%
30.64
-15.08%
กำไรสุทธิ
-21.94
-212.93%
-7.01
-74.17%
-4.03
+84.87%
-26.61
-140.03%
66.48
-0.17%
66.59
+296.63%
กำไรต่อหุ้น
-0.04
-214.29%
-0.01
-75.00%
-0.01
+85.19%
-0.05
-140.30%
0.13
0.13
+297.06%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
2.85
+81.53%
1.57
-24.52%
2.08
+79.31%
1.16
-91.63%
13.86
-4.55%
14.52
+680.65%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
4.50
+41.96%
3.17
-32.84%
4.72
+18.00%
4.00
+7.53%
3.72
-19.48%
4.62
-20.07%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-4.52
-296.49%
-1.14
-31.03%
-0.87
+77.69%
-3.90
-144.78%
8.71
-13.25%
10.04
+284.90%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-0.51
-5,000.00%
-0.01
-100.11%
9.02
-10.96%
10.13
+492.40%
1.71
0.00
-100.00%
ROE(%)
-7.17
+58.02%
-17.08
-36.10%
-12.55
-14.51%
-10.96
-119.08%
57.45
+255.07%
16.18
+198.12%
ROA(%)
0.59
+121.22%
-2.78
-19.31%
-2.33
+25.32%
-3.12
-112.31%
25.35
+332.59%
5.86
+313.09%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.24
+3.23%
2.17
+10.15%
1.97
+17.26%
1.68
+28.24%
1.31
-48.83%
2.56
+10.34%
P/E
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
-3,467.00%
2.97
0.00
P/BV
0.41
-14.58%
0.48
-32.39%
0.71
-17.44%
0.86
-41.50%
1.47
+140.98%
0.61
-19.74%
BV
1.12
-3.45%
1.16
-15.94%
1.38
-13.75%
1.60
-10.11%
1.78
+78.00%
1.00
-2.91%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
-100.00%
21.90
0.00
0.00
ราคาหุ้น
0.46
-17.86%
0.56
-42.86%
0.98
-28.47%
1.37
-47.71%
2.62
+329.51%
0.61
-21.79%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.24
ROE (%)
-7.17
ROA (%)
0.59
Book Value/หุ้น
1.11

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,076.15
-6.95%
1,156.51
-12.11%
1,315.74
-6.12%
1,401.47
-12.18%
1,595.83
+18.13%
1,350.89
-17.83%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
650.78
-1.71%
662.10
-5.13%
698.00
+5.57%
661.20
+4.71%
631.43
-3.40%
653.62
-1.32%
รวมสินทรัพย์
1,726.93
-5.04%
1,818.61
-9.69%
2,013.74
-2.37%
2,062.66
-7.39%
2,227.26
+11.11%
2,004.52
-13.09%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,139.87
-6.17%
1,214.88
-6.56%
1,299.23
+3.45%
1,255.85
+1.27%
1,240.08
-11.84%
1,406.67
-21.55%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
53.31
+80.76%
29.49
-17.11%
36.52
-1.75%
37.18
+50.85%
24.65
-28.77%
34.60
+0.94%
รวมหนี้สิน
1,193.19
-4.11%
1,244.37
-6.84%
1,335.75
+3.30%
1,293.02
+2.24%
1,264.73
-12.25%
1,441.27
-21.13%
รวมส่วนของเจ้าของ
533.74
-7.05%
574.24
-15.30%
677.99
-11.91%
769.64
-20.04%
962.53
+70.89%
563.25
+17.60%
D/E
2.24
2.17
1.97
1.68
1.31
2.56
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-7.17
-17.08
-12.55
-10.96
57.45
16.18
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.59
-2.78
-2.33
-3.12
25.35
5.86
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.94
0.95
1.01
1.12
1.29
0.96
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.39
0.42
0.37
0.45
0.49
0.43
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
75.33
68.99
0.00
0.00
65.59
72.62
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
110.73
109.65
0.00
0.00
133.93
152.71
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
12.49
11.31
0.00
0.00
7.32
13.82
วงจรเงินสด
173.57
167.33
0.00
0.00
192.20
211.52
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+18
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
18.08
-85.06%
121.01
-134.52%
-350.52
-177.05%
454.91
-301.90%
-225.31
-469.78%
60.93
-52.03%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
3.67
-13.24%
4.23
-123.57%
-17.95
+89.95%
-9.45
-174.94%
12.61
-354.75%
-4.95
+46.45%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-23.40
-82.79%
-135.95
-128.52%
476.66
-226.71%
-376.19
-304.05%
184.36
+485.08%
31.51
-121.30%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-0.75
-94.29%
-13.13
-112.14%
108.19
+56.16%
69.28
-61.19%
178.51
+104.01%
87.50
-459.93%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
22.16
+10.41%
20.07
-68.77%
64.27
+144.37%
26.30
-73.42%
98.96
+603.84%
14.06
+1,852.78%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
7.27
-67.19%
22.16
+10.41%
20.07
-68.77%
64.27
+144.37%
26.30
-73.42%
98.96
+603.84%