บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.44
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3448 out_tok=2177 at=2026-07-25T14:23:01 -->
# CSP กำไรสุทธิ Q1/65 ดิ่ง 78.75% รับต้นทุนเหล็กพุ่งแรง
## รายได้รวมโต 3% แต่ต้นทุนพุ่งแซงหน้า กดดัน GPM หดตัว
บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 33.11 ล้านบาท ลดลง 78.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 155.81 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 3.06% แต่ต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบเหล็กในตลาดโลก เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นและส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ CSP ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามราคาตลาดเหล็กโลก** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายสินค้า แม้ว่าบริษัทจะสามารถปรับเพิ่มราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP) ได้ถึง 40.94% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิลดลง 122.70 ล้านบาท หรือ 78.75% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนขายสินค้าของ CSP เพิ่มขึ้น 23.06% จาก 805.60 ล้านบาท เป็น 150.98 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าราคาขายสินค้าเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้น 40.94% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนั้นมีมากกว่า ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังมีการโอนกลับขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าจำนวน 5.09 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายสินค้าหลังวันสิ้นงวดเพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาดและการบริหารต้นทุนสต็อกที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลดี แต่ไม่สามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพิ่มขึ้น 13.12% เนื่องจากมีการกลับรายการหนี้สงสัยจะสูญในงวดก่อนจำนวนมากถึง 5.02 ล้านบาท ขณะที่งวดนี้มีการกลับรายการเพียง 0.53 ล้านบาท ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารดูเหมือนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินลดลง 18.44% เนื่องจากบริษัทฯ มีนโยบายลดการกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งเป็นไปตามแผนการบริหารต้นทุนของฝ่ายบริหาร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** สถานการณ์ราคาวัตถุดิบเหล็กโลกมีความผันผวนสูง ปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ว่า CSP จะมีความสามารถในการปรับราคาขายสินค้าตามต้นทุนได้ในระดับหนึ่ง แต่ความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับทิศทางราคาเหล็กโลก และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสต็อกสินค้าของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/65 ลดลง 78.75%** อยู่ที่ 33.11 ล้านบาท จาก 155.81 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q1/65 เพิ่มขึ้น 3.06%** อยู่ที่ 879.33 ล้านบาท จาก 853.22 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขาย Q1/65 เพิ่มขึ้น 23.06%** อยู่ที่ 805.60 ล้านบาท จาก 654.62 ล้านบาทในปีก่อน
* **ราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP) เพิ่มขึ้น 40.94%** เป็นปัจจัยหนุนรายได้ แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด
* **ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดเหล็กโลก** เป็นสาเหตุหลักกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 879.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP) ถึง 40.94% ซึ่งสะท้อนถึงราคาเหล็กในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายสินค้าได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า คือ 23.06% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาตลาด ส่งผลให้ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 805.60 ล้านบาท เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ที่ 33.11 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 78.75% จาก 155.81 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การปรับขึ้นราคาขายสินค้า:** บริษัทมีความสามารถในการปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันและรายได้
* **การบริหารต้นทุนสต็อก:** ฝ่ายจัดการมีการบริหารต้นทุนสต็อกสินค้าที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีการโอนกลับขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าบางส่วน
* **การลดต้นทุนทางการเงิน:** นโยบายการลดการกู้ยืมระยะสั้นช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบเหล็ก:** ราคาเหล็กในตลาดโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของบริษัทในอนาคต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมเหล็กมีการแข่งขันสูง การรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นสิ่งสำคัญ
* **ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค:** สภาวะเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้เหล็ก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาเหล็กโลก:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบเหล็กจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนและกำไรของบริษัท
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน:** การปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
* **ปริมาณการขาย:** การเติบโตของปริมาณการขายสินค้าในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการสต็อก:** ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและมูลค่าของสินค้าคงคลัง
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาทต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบและราคาขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 CSP เผชิญกับความท้าทายจากราคาวัตถุดิบเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายสินค้า แม้ว่าบริษัทจะสามารถปรับเพิ่มราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP) ได้ถึง 40.94% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้ GPM ถูกกดดันอย่างหนัก ฝ่ายจัดการได้มีการโอนกลับขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าจำนวน 5.09 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลดีจากการบริหารต้นทุนสต็อกที่ดีขึ้นและสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากการกลับรายการหนี้สงสัยจะสูญที่น้อยลง ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงจากการบริหารจัดการเงินกู้ยืมระยะสั้นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2565
## สรุปท้าย
แม้ว่า CSP จะสามารถเพิ่มรายได้จากการขายสินค้าได้ในไตรมาส 1 ปี 2565 จากการปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ยตามราคาเหล็กในตลาดโลก แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับทิศทางราคาเหล็กโลก และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CSP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
485.46
ล้านบาท
↓ 21% YoY
กำไรขั้นต้น
13.84
ล้านบาท
↑ 43.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.85
%
กำไรสุทธิ
-21.94
ล้านบาท
↑ 212.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.52
%
D/E Ratio
2.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -21%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↑ + 43.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-22
↑ + 212.9%
YoY
D/E Ratio
2.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.24
ROE (%)
-7.17
ROA (%)
0.59
Book Value/หุ้น
1.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+18
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
18.08
-85.06%
|
121.01
-134.52%
|
-350.52
-177.05%
|
454.91
-301.90%
|
-225.31
-469.78%
|
60.93
-52.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.67
-13.24%
|
4.23
-123.57%
|
-17.95
+89.95%
|
-9.45
-174.94%
|
12.61
-354.75%
|
-4.95
+46.45%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-23.40
-82.79%
|
-135.95
-128.52%
|
476.66
-226.71%
|
-376.19
-304.05%
|
184.36
+485.08%
|
31.51
-121.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.75
-94.29%
|
-13.13
-112.14%
|
108.19
+56.16%
|
69.28
-61.19%
|
178.51
+104.01%
|
87.50
-459.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
22.16
+10.41%
|
20.07
-68.77%
|
64.27
+144.37%
|
26.30
-73.42%
|
98.96
+603.84%
|
14.06
+1,852.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7.27
-67.19%
|
22.16
+10.41%
|
20.07
-68.77%
|
64.27
+144.37%
|
26.30
-73.42%
|
98.96
+603.84%
|