บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.44
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3443 out_tok=2452 at=2026-07-27T09:09:57 -->
# CSP กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 86.32 ล้านบาท รับราคาเหล็กพุ่งแรง แม้ปริมาณขายวูบ
## รายได้จากการขายโต 15.70% หลังราคาเหล็กเฉลี่ยพุ่ง 61.69% สวนทางปริมาณขายลด 28.44% จากโควิดกระทบโรงงาน
บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 88.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 86.32 ล้านบาท หรือกว่า 4,900% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรเพียง 1.69 ล้านบาท การพลิกฟื้นครั้งนี้มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ปริมาณการขายจะลดลงอย่างมากจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ CSP ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP) ที่สูงกว่าต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้นตาม** แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงถึง 28.44% เนื่องจากโรงงานต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว แต่การที่ราคาขายเหล็กในตลาดปรับตัวสูงขึ้นถึง 61.69% ทำให้รายได้จากการขายรวมยังคงเติบโตได้ 15.70% และส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้นเป็นผลมาจาก **ราคาตลาดของเหล็กที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของบริษัทฯ การที่ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถตั้งราคาขายสินค้าได้สูงขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้โรงงานสมุทรปราการต้องปิดทำการเป็นเวลา 20 วันทำการในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2564 แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายก็สามารถชดเชยปริมาณขายที่หายไปได้ และยังส่งผลให้ต้นทุนขายสินค้าลดลงตามปริมาณขายที่ลดลงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้บันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าจำนวน 0.23 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายสินค้าหลังวันสิ้นงวดเริ่มปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่า "ราคาขายสินค้าหลังวันสิ้นงวดเริ่มปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด" ซึ่งบ่งชี้ว่าแนวโน้มราคาเหล็กอาจจะไม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเหมือนในไตรมาสที่ผ่านมา แม้ว่าในไตรมาส 2/64 จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการเพิ่มขึ้นของราคาเหล็ก แต่สัญญาณการปรับตัวลดลงของราคาขายหลังสิ้นงวด ทำให้ต้องจับตาดูทิศทางราคาวัตถุดิบและราคาขายสินค้าในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 4,900%:** กำไรสุทธิไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 88.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.32 ล้านบาท จาก 1.69 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโต:** รายได้จากการขายรวม 579.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.61 ล้านบาท หรือ 15.70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **ราคาขายเฉลี่ยพุ่งแรง:** ราคาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 61.69% เป็นปัจจัยหลักหนุนรายได้
* **ปริมาณขายลดลง:** ปริมาณขายสินค้าลดลง 28.44% จากผลกระทบโควิด-19 ทำให้โรงงานต้องปิดทำการ
* **ต้นทุนขายลดลง:** ต้นทุนขายสินค้าลดลง 7.67% ตามปริมาณขายที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มเล็กน้อย:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10.17% จากการตั้งหนี้สงสัยจะสูญเพิ่ม
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** ต้นทุนทางการเงินลดลง 36.03% จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CSP รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 88.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.69 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิคิดเป็น 86.32 ล้านบาท หรือกว่า 4,900% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตขึ้น 15.70% เป็น 579.17 ล้านบาท แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงถึง 28.44% แต่ราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 61.69% เป็นแรงหนุนสำคัญ ในขณะที่ต้นทุนขายสินค้าลดลง 7.67% ตามปริมาณการขายที่ลดลง ทำให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
## โอกาส
* **ราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนราคาขายสินค้าของบริษัทฯ ให้สูงขึ้นตามไปด้วย
* **การบริหารต้นทุน:** การลดลงของต้นทุนขายสินค้าตามปริมาณการขายที่ลดลง และการลดลงของต้นทุนทางการเงินจากการบริหารจัดการเงินกู้ยืมระยะสั้นอย่างมีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงงาน การผลิต และปริมาณการขายในอนาคต
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กในตลาดโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและราคาขายสินค้า
* **แนวโน้มราคาขายสินค้าที่เริ่มปรับตัวลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาขายสินค้าหลังวันสิ้นงวดเริ่มปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลก:** จะยังคงปรับตัวสูงขึ้น หรือเริ่มทรงตัวและปรับลดลง
* **ปริมาณการขายสินค้า:** จะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** บริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนเหล็กที่ผันผวนได้อย่างไร
* **ผลกระทบจากราคาขายสินค้าที่เริ่มปรับลดลง:** จะส่งผลต่อ GPM และกำไรสุทธิในไตรมาส 3/64 อย่างไร
* **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ:** จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 CSP ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการต้องปิดโรงงานสมุทรปราการเป็นเวลา 20 วันทำการ ส่งผลให้ปริมาณการขายสินค้าลดลงถึง 28.44% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถพลิกสถานการณ์โดยใช้ประโยชน์จากการที่ราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP) ปรับตัวสูงขึ้นถึง 61.69% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของ ASP นี้สามารถชดเชยปริมาณขายที่หายไปได้ และยังส่งผลให้รายได้จากการขายรวมเติบโต 15.70% เป็น 579.17 ล้านบาท
ในด้านต้นทุนขายสินค้า ลดลง 7.67% เป็น 430.83 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณขายที่ลดลง แม้ว่าราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงนี้ ประกอบกับการตั้งสำรองค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าเพียง 0.23 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะตลาดที่ท้าทาย
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 10.17% เป็น 23.07 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้หนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาในแง่ของการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต
ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 36.03% เป็น 6.96 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายของฝ่ายบริหารที่ต้องการลดภาระต้นทุนในการถือครองสินค้าและวัตถุดิบให้น้อยลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดไตรมาส 2 ปี 2564 โดยตรง
## สรุปท้าย
CSP ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จากการได้รับอานิสงส์จากราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 61.69% แม้ว่าปริมาณการขายจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จนต้องปิดโรงงานชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาคือแนวโน้มราคาขายสินค้าที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเริ่มปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรในไตรมาสถัดไป ขณะที่โอกาสยังคงอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนและราคาวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพภายใต้ความผันผวนของตลาด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
485.46
ล้านบาท
↓ 21% YoY
กำไรขั้นต้น
13.84
ล้านบาท
↑ 43.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.85
%
กำไรสุทธิ
-21.94
ล้านบาท
↑ 212.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.52
%
D/E Ratio
2.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -21%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↑ + 43.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-22
↑ + 212.9%
YoY
D/E Ratio
2.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.24
ROE (%)
-7.17
ROA (%)
0.59
Book Value/หุ้น
1.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+18
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
18.08
-85.06%
|
121.01
-134.52%
|
-350.52
-177.05%
|
454.91
-301.90%
|
-225.31
-469.78%
|
60.93
-52.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.67
-13.24%
|
4.23
-123.57%
|
-17.95
+89.95%
|
-9.45
-174.94%
|
12.61
-354.75%
|
-4.95
+46.45%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-23.40
-82.79%
|
-135.95
-128.52%
|
476.66
-226.71%
|
-376.19
-304.05%
|
184.36
+485.08%
|
31.51
-121.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.75
-94.29%
|
-13.13
-112.14%
|
108.19
+56.16%
|
69.28
-61.19%
|
178.51
+104.01%
|
87.50
-459.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
22.16
+10.41%
|
20.07
-68.77%
|
64.27
+144.37%
|
26.30
-73.42%
|
98.96
+603.84%
|
14.06
+1,852.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7.27
-67.19%
|
22.16
+10.41%
|
20.07
-68.77%
|
64.27
+144.37%
|
26.30
-73.42%
|
98.96
+603.84%
|