CSP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CSP
บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.44
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3333 out_tok=2639 at=2026-07-25T14:44:38 --> # CSP พลิกขาดทุน Q2/65 รับราคาเหล็กพุ่ง-ยอดขายโต แต่ต้นทุนพุ่งกดดัน ## รายได้รวมพุ่ง 50% สวนทางขาดทุนสุทธิ 9.75 ล้านบาท หลังบันทึกด้อยค่าสต็อกเหล็ก บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 9.75 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 88.01 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 50.75% เป็น 873.13 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นของราคาขายสินค้าเฉลี่ยและการเพิ่มขึ้นของปริมาณขาย แต่ถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นสูงกว่ารายได้ และการบันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงคลัง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ CSP ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนขายสินค้า และการบันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงคลัง** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 50.72% โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่สูงขึ้น 16.69% และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 29.16% แต่ต้นทุนขายกลับเพิ่มขึ้นถึง 94.05% ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกบีบอย่างหนัก และเมื่อรวมกับรายการค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 9.75 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเป็นผลโดยตรงจากราคาตลาดของเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ สามารถปรับราคาขายสินค้าเฉลี่ยให้สูงขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับการที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น แสดงถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการอย่างรุนแรงคือ **ต้นทุนขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าราคาขาย** ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ ต้องซื้อเหล็กเข้ามาเป็นวัตถุดิบในราคาที่สูงขึ้นตามสภาวะตลาดโลกที่ผันผวน นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/65 บริษัทฯ ยังต้อง **บันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงคลังจำนวน 49.72 ล้านบาท** เนื่องจากราคาขายสินค้าหลังวันสิ้นงวดปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด ซึ่งเป็นรายการที่กระทบต่อผลกำไรโดยตรง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการตัดจำหน่ายเครื่องจักร และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้ในการซื้อสินค้าและวัตถุดิบ ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ผลประกอบการโดยรวมติดลบ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนเกี่ยวกับความต่อเนื่องของปัจจัยกดดันเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ บันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงคลัง เนื่องจากราคาขายสินค้าหลังวันสิ้นงวดปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด อาจบ่งชี้ถึงความผันผวนของราคาเหล็กในระยะสั้นถึงกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากราคาเหล็กยังคงผันผวนหรือปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่อ GPM และการตั้งสำรองมูลค่าสินค้าในไตรมาสถัดไปได้ ในขณะที่ปัจจัยด้านปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นสัญญาณบวก แต่ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับต้นทุนวัตถุดิบที่บริษัทฯ ต้องบริหารจัดการ ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิ 9.75 ล้านบาท** พลิกจากกำไร 88.01 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวม 873.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.75%** จากปีก่อน * **ราคาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 16.69%** และ **ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 29.16%** * **ต้นทุนขายสินค้าเพิ่มขึ้น 94.05%** สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ * **บันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้า 49.72 ล้านบาท** จากราคาขายหลังสิ้นงวดปรับลดลง ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีผลการดำเนินงานที่น่าสนใจ โดยมีรายได้รวมจำนวน 873.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 50.75% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ราคาขายสินค้าเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นถึง 16.69% อันเนื่องมาจากราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการที่ปริมาณการขายสินค้าเพิ่มขึ้นถึง 29.16% อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนขายสินค้ากลับเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าถึง 94.05% เป็น 836.05 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทฯ ต้องรับภาระต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาตลาด และยังมีรายการพิเศษคือการบันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงคลังจำนวน 49.72 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายสินค้าหลังวันสิ้นงวดปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันอย่างหนัก และทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 9.75 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรได้ 88.01 ล้านบาท นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 19.73% จากการรับรู้ขาดทุนจากการตัดจำหน่ายเครื่องจักร และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 14.75% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรเช่นกัน ## โอกาส * **ราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนให้บริษัทฯ สามารถปรับราคาขายสินค้าเฉลี่ยให้สูงขึ้นได้ ซึ่งสะท้อนผ่านรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น * **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** แสดงให้เห็นถึงความต้องการสินค้าของบริษัทฯ ที่ยังคงมีอยู่ และความสามารถในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดหรือตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** หากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการการจัดซื้อวัตถุดิบในช่วงที่ราคาผันผวนได้ดี อาจช่วยลดผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคตได้ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาเหล็ก:** เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบและมูลค่าสินค้าคงคลัง หากราคาเหล็กลดลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้บริษัทฯ ต้องบันทึกผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้น * **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง:** หากราคาเหล็กยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของบริษัทฯ และบีบอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลง * **สภาวะตลาดและเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้เหล็กในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งจะกระทบต่อปริมาณการขายของบริษัทฯ * **การรับรู้ขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้า:** รายการนี้เป็นรายการที่กระทบต่อผลกำไรโดยตรง และสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านราคาของสินค้าคงคลัง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก:** จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมิน GPM และความเสี่ยงด้านมูลค่าสินค้าคงคลัง * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการจัดซื้อเหล็กในราคาที่เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนขาย * **ปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป:** จะสะท้อนถึงอุปสงค์ของตลาดและความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ * **การตั้งสำรองมูลค่าสินค้าคงคลัง:** จะมีรายการนี้อีกหรือไม่ และมีมูลค่าเท่าใด * **การเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน:** เพื่อประเมินผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) ในไตรมาส 2 ปี 2565 CSP เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าราคาขายสินค้าเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น 16.69% และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 29.16% ซึ่งเป็นผลดีต่อรายได้รวมที่เติบโตถึง 50.75% เป็น 873.13 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายสินค้ากลับพุ่งสูงขึ้นถึง 94.05% เป็น 836.05 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากราคาวัตถุดิบเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสภาวะตลาดโลก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังต้องบันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงคลังจำนวน 49.72 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายสินค้าหลังวันสิ้นงวดปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด ซึ่งเป็นรายการที่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ภาพรวม GPM ถูกบีบอย่างหนัก แม้ว่าฝ่ายจัดการจะไม่ได้ระบุถึง Utilization Rate หรือ Order Book โดยตรง แต่การที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่า Utilization Rate อาจมีการปรับตัวดีขึ้น หรือบริษัทฯ มีการบริหารจัดการคำสั่งซื้อได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและมูลค่าสินค้าคงคลังยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้ ## สรุปท้าย CSP ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับสถานการณ์ที่รายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการปรับขึ้นของราคาขายและปริมาณการขาย แต่ถูกบั่นทอนด้วยต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการบันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงคลัง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 9.75 ล้านบาท แม้จะมีโอกาสจากราคาเหล็กที่ยังอยู่ในระดับสูงและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะตลาดโลกยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CSP ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
485.46 ล้านบาท
↓ 21% YoY
กำไรขั้นต้น
13.84 ล้านบาท
↑ 43.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.85 %
กำไรสุทธิ
-21.94 ล้านบาท
↑ 212.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.52 %
D/E Ratio
2.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -21% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↑ + 43.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-22
↑ + 212.9% YoY
D/E Ratio
2.24

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
485.46
-21.03%
614.76
+32.73%
463.18
-32.12%
682.31
-10.59%
763.09
+15.07%
663.17
+6.26%
กำไรขั้นต้น
13.84
+43.39%
9.65
+0.17%
9.63
+21.55%
7.93
-92.51%
105.74
+9.80%
96.30
+727.60%
ค่าใช้จ่ายรวม
21.82
+12.10%
19.47
-10.91%
21.85
-19.85%
27.26
-3.99%
28.39
-7.33%
30.64
-15.08%
กำไรสุทธิ
-21.94
-212.93%
-7.01
-74.17%
-4.03
+84.87%
-26.61
-140.03%
66.48
-0.17%
66.59
+296.63%
กำไรต่อหุ้น
-0.04
-214.29%
-0.01
-75.00%
-0.01
+85.19%
-0.05
-140.30%
0.13
0.13
+297.06%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
2.85
+81.53%
1.57
-24.52%
2.08
+79.31%
1.16
-91.63%
13.86
-4.55%
14.52
+680.65%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
4.50
+41.96%
3.17
-32.84%
4.72
+18.00%
4.00
+7.53%
3.72
-19.48%
4.62
-20.07%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-4.52
-296.49%
-1.14
-31.03%
-0.87
+77.69%
-3.90
-144.78%
8.71
-13.25%
10.04
+284.90%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-0.51
-5,000.00%
-0.01
-100.11%
9.02
-10.96%
10.13
+492.40%
1.71
0.00
-100.00%
ROE(%)
-7.17
+58.02%
-17.08
-36.10%
-12.55
-14.51%
-10.96
-119.08%
57.45
+255.07%
16.18
+198.12%
ROA(%)
0.59
+121.22%
-2.78
-19.31%
-2.33
+25.32%
-3.12
-112.31%
25.35
+332.59%
5.86
+313.09%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.24
+3.23%
2.17
+10.15%
1.97
+17.26%
1.68
+28.24%
1.31
-48.83%
2.56
+10.34%
P/E
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
-3,467.00%
2.97
0.00
P/BV
0.41
-14.58%
0.48
-32.39%
0.71
-17.44%
0.86
-41.50%
1.47
+140.98%
0.61
-19.74%
BV
1.12
-3.45%
1.16
-15.94%
1.38
-13.75%
1.60
-10.11%
1.78
+78.00%
1.00
-2.91%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
-100.00%
21.90
0.00
0.00
ราคาหุ้น
0.46
-17.86%
0.56
-42.86%
0.98
-28.47%
1.37
-47.71%
2.62
+329.51%
0.61
-21.79%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.24
ROE (%)
-7.17
ROA (%)
0.59
Book Value/หุ้น
1.11

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,076.15
-6.95%
1,156.51
-12.11%
1,315.74
-6.12%
1,401.47
-12.18%
1,595.83
+18.13%
1,350.89
-17.83%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
650.78
-1.71%
662.10
-5.13%
698.00
+5.57%
661.20
+4.71%
631.43
-3.40%
653.62
-1.32%
รวมสินทรัพย์
1,726.93
-5.04%
1,818.61
-9.69%
2,013.74
-2.37%
2,062.66
-7.39%
2,227.26
+11.11%
2,004.52
-13.09%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,139.87
-6.17%
1,214.88
-6.56%
1,299.23
+3.45%
1,255.85
+1.27%
1,240.08
-11.84%
1,406.67
-21.55%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
53.31
+80.76%
29.49
-17.11%
36.52
-1.75%
37.18
+50.85%
24.65
-28.77%
34.60
+0.94%
รวมหนี้สิน
1,193.19
-4.11%
1,244.37
-6.84%
1,335.75
+3.30%
1,293.02
+2.24%
1,264.73
-12.25%
1,441.27
-21.13%
รวมส่วนของเจ้าของ
533.74
-7.05%
574.24
-15.30%
677.99
-11.91%
769.64
-20.04%
962.53
+70.89%
563.25
+17.60%
D/E
2.24
2.17
1.97
1.68
1.31
2.56
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-7.17
-17.08
-12.55
-10.96
57.45
16.18
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.59
-2.78
-2.33
-3.12
25.35
5.86
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.94
0.95
1.01
1.12
1.29
0.96
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.39
0.42
0.37
0.45
0.49
0.43
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
75.33
68.99
0.00
0.00
65.59
72.62
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
110.73
109.65
0.00
0.00
133.93
152.71
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
12.49
11.31
0.00
0.00
7.32
13.82
วงจรเงินสด
173.57
167.33
0.00
0.00
192.20
211.52
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+18
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
18.08
-85.06%
121.01
-134.52%
-350.52
-177.05%
454.91
-301.90%
-225.31
-469.78%
60.93
-52.03%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
3.67
-13.24%
4.23
-123.57%
-17.95
+89.95%
-9.45
-174.94%
12.61
-354.75%
-4.95
+46.45%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-23.40
-82.79%
-135.95
-128.52%
476.66
-226.71%
-376.19
-304.05%
184.36
+485.08%
31.51
-121.30%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-0.75
-94.29%
-13.13
-112.14%
108.19
+56.16%
69.28
-61.19%
178.51
+104.01%
87.50
-459.93%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
22.16
+10.41%
20.07
-68.77%
64.27
+144.37%
26.30
-73.42%
98.96
+603.84%
14.06
+1,852.78%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
7.27
-67.19%
22.16
+10.41%
20.07
-68.77%
64.27
+144.37%
26.30
-73.42%
98.96
+603.84%