บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.44
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15698 out_tok=3416 at=2026-07-25T14:32:36 -->
# CSP กำไรสุทธิ Q3/2564 พุ่งกว่า 10,000% รับธุรกิจถ่านหินฟื้นตัวแรง
## ธุรกิจถ่านหินดันกำไร CSP โตแรงใน Q3/2564 รับราคาและปริมาณขายพุ่ง ขณะที่ธุรกิจเอทานอลยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ
บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 679.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจถ่านหิน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาและปริมาณการขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเอทานอลยังคงเผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CSP ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจถ่านหิน** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเติบโตกว่า 10,186.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิจากธุรกิจถ่านหินเพิ่มขึ้นถึง 67,469.46%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจถ่านหินมาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 50.94%** และ **ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 111.84%** ในไตรมาส 3 ปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรขั้นต้นของธุรกิจถ่านหินอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาขายถ่านหินในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากประเทศจีนที่หันมานำเข้าจากอินโดนีเซียมากขึ้น
ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจเอทานอลยังคงเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการ โดยมี **ยอดขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 370.95%** ในไตรมาส 3 ปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก **ปริมาณการขายเอทานอลที่ลดลง 37.24%** ประกอบกับ **ราคากากน้ำตาลซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตเอทานอลปรับตัวสูงขึ้นถึง 34.51%**
นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนใน PT. PESONA KHATULISTIWA NUSANTARA (“PKN”) ซึ่งเป็นบริษัทร่วม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนผลประกอบการ โดยมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นถึง 970.83%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับธุรกิจถ่านหิน โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2564 จะยังคงทำกำไรได้ดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาถ่านหินในตลาดโลกยังคงทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับปริมาณฝนในประเทศอินโดนีเซียเริ่มลดลง ทำให้สามารถผลิตถ่านหินได้เต็มที่ แม้ว่ารัฐบาลจีนจะประกาศเพิ่มกำลังการผลิตถ่านหินเพื่อตรึงราคา แต่คาดการณ์ว่าราคาจะยังคงอยู่ในระดับสูง
สำหรับธุรกิจเอทานอล แนวโน้มในไตรมาส 4 ปี 2564 ยังคงเผชิญความท้าทายจากราคากากน้ำตาลที่คาดว่าจะสูงขึ้นตามผลผลิตอ้อยที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์โดยจัดซื้อวัตถุดิบอื่นมาใช้ทดแทน และคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเปิดประเทศ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 พุ่ง 10,186.08% YoY** แตะ 679.91 ล้านบาท จาก 6.61 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจถ่านหินเป็นพระเอก** ปริมาณขายเพิ่ม 50.94% ราคาขายเฉลี่ยเพิ่ม 111.84% หนุนกำไรสุทธิส่วนนี้โตกว่า 67,000%
* **ธุรกิจเอทานอลขาดทุนเพิ่มขึ้น 370.95%** จากปริมาณขายลดลง 37.24% และต้นทุนกากน้ำตาลสูงขึ้น 34.51%
* **รายได้รวม Q3/2564 โต 138.38% YoY** แตะ 4,796.79 ล้านบาท โดย 83.90% มาจากธุรกิจถ่านหิน
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 สูงสุดเป็นประวัติการณ์** ที่ 1,245.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 468.80% YoY
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง** Current Ratio 1.80 เท่า, Quick Ratio 1.28 เท่า, D/E Ratio เพียง 0.55 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CSP และบริษัทย่อย มีรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 4,796.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้ 2,012.22 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากธุรกิจถ่านหินถึง 83.90% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ขณะที่ธุรกิจเอทานอลมีสัดส่วน 15.27% และรายได้อื่น 0.83%
สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 679.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 10,186.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้เพียง 6.61 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 1.30 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.01 บาทในปี 2563
ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 1,245.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 468.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 218.91 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 2.37 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.42 บาทในปี 2563 ซึ่งถือเป็นกำไรสุทธิสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ มา
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 18.04% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน ขณะที่ EBITDA Margin อยู่ที่ 34.70% และ Return on Equity อยู่ที่ 24.64%
## โอกาส
* **ราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง** เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้และกำไรของธุรกิจถ่านหิน
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ถ่านหิน** โดยเฉพาะจากประเทศจีน ช่วยหนุนปริมาณการขาย
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบในธุรกิจเอทานอล** ด้วยการจัดซื้อวัตถุดิบอื่นมาทดแทนกากน้ำตาล อาจช่วยลดผลขาดทุนได้
* **การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเปิดประเทศ** คาดว่าจะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อธุรกิจเอทานอลในระยะต่อไป
* **การลงทุนในบริษัทร่วม (PKN)** เริ่มสร้างผลตอบแทนและส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาถ่านหินในตลาดโลก** แม้ปัจจุบันจะอยู่ในระดับสูง แต่ก็อาจมีการปรับตัวลดลงได้
* **ต้นทุนวัตถุดิบในธุรกิจเอทานอล** โดยเฉพาะราคากากน้ำตาลที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19** แม้จะคลี่คลายลง แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุปสงค์
* **การผิดเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ของบริษัทย่อยเอทานอล** แม้จะได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
* **นโยบายของรัฐบาลจีน** ในการควบคุมราคาถ่านหินอาจส่งผลต่อราคาขายในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาถ่านหินในตลาดโลก** และผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลจีน
* **ปริมาณการขายและต้นทุนวัตถุดิบในธุรกิจเอทานอล** รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุน
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์พลังงาน** จากการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและการเปิดประเทศ
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม (PKN)** และส่วนแบ่งกำไรที่จะได้รับ
* **การปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ของบริษัทย่อยเอทานอล**
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**ธุรกิจถ่านหิน:** เป็นหัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยรายได้จากการขายถ่านหินเพิ่มขึ้นถึง 219.67% YoY แตะ 4,270.84 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณการขาย (50.94%) และราคาขายเฉลี่ย (111.84%) สอดคล้องกับราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กำไรขั้นต้นของธุรกิจถ่านหินเพิ่มขึ้นอย่างมาก คิดเป็น 62.93% ของรายได้จากการขาย เทียบกับ 30.26% ในปีก่อน ต้นทุนขายถ่านหินเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเพียง 9.58% ในขณะที่ราคาขายเพิ่มขึ้นถึง 111.84% ทำให้ GPM ของธุรกิจถ่านหินขยายตัวอย่างมาก
**ธุรกิจเอทานอล:** ยังคงเผชิญความท้าทาย โดยรายได้จากการขายลดลง 29.16% YoY แตะ 465.68 ล้านบาท แม้ราคาขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 12.86% แต่ปริมาณการขายลดลงถึง 37.24% ส่งผลให้ธุรกิจเอทานอลขาดทุนสุทธิ 14.10 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เทียบกับกำไร 5.20 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากราคากากน้ำตาลซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตที่เพิ่มขึ้นถึง 34.51% ทำให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจเอทานอลลดลงเหลือ 2.78% ของรายได้จากการขาย จากเดิม 5.66%
**รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 220.76% YoY แตะ 60.27 ล้านบาท จากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและรายได้จากการให้บริการท่าเรือของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย
**ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายธุรกิจถ่านหินเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 69.93% และค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 124.27% อย่างไรก็ตาม อัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายต่ำกว่าราคาขาย ทำให้ GPM ขยายตัวได้ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 12,118.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.99% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 72.56% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (เพิ่มขึ้น 73.73%) และลูกหนี้การค้า (เพิ่มขึ้น 140.63%) รวมถึงสินค้าคงเหลือ (เพิ่มขึ้น 149.50%)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,306.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.45% จากสิ้นปี 2563 โดยมีค่าใช้จ่ายค้างจ่ายเพิ่มขึ้นมากถึง 221.80% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าเปิดหน้าดินและค่าขนส่ง
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 7,812.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.67% จากสิ้นปี 2563 ทำให้มูลค่าหุ้นตามบัญชีเพิ่มขึ้นเป็น 10.87 บาทต่อหุ้น จาก 8.38 บาทต่อหุ้น
ฐานะการเงินโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี มีอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) 1.80 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (Quick Ratio) 1.28 เท่า อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 0.55 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำ
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 2,179.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) สูงถึง 3,934.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 276.87% YoY
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ของ CSP สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจถ่านหิน ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ธุรกิจเอทานอลจะยังคงเผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและแนวโน้มอุปสงค์ที่อาจฟื้นตัว ประกอบกับการลงทุนในบริษัทร่วมที่เริ่มให้ผลตอบแทน ทำให้ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทฯ ในปี 2564 มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการดำเนินงานและลงทุนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CSP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
485.46
ล้านบาท
↓ 21% YoY
กำไรขั้นต้น
13.84
ล้านบาท
↑ 43.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.85
%
กำไรสุทธิ
-21.94
ล้านบาท
↑ 212.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.52
%
D/E Ratio
2.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -21%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↑ + 43.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-22
↑ + 212.9%
YoY
D/E Ratio
2.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.24
ROE (%)
-7.17
ROA (%)
0.59
Book Value/หุ้น
1.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+18
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
18.08
-85.06%
|
121.01
-134.52%
|
-350.52
-177.05%
|
454.91
-301.90%
|
-225.31
-469.78%
|
60.93
-52.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.67
-13.24%
|
4.23
-123.57%
|
-17.95
+89.95%
|
-9.45
-174.94%
|
12.61
-354.75%
|
-4.95
+46.45%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-23.40
-82.79%
|
-135.95
-128.52%
|
476.66
-226.71%
|
-376.19
-304.05%
|
184.36
+485.08%
|
31.51
-121.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.75
-94.29%
|
-13.13
-112.14%
|
108.19
+56.16%
|
69.28
-61.19%
|
178.51
+104.01%
|
87.50
-459.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
22.16
+10.41%
|
20.07
-68.77%
|
64.27
+144.37%
|
26.30
-73.42%
|
98.96
+603.84%
|
14.06
+1,852.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7.27
-67.19%
|
22.16
+10.41%
|
20.07
-68.77%
|
64.27
+144.37%
|
26.30
-73.42%
|
98.96
+603.84%
|