บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4980 out_tok=2381 at=2026-07-25T11:05:07 -->
# BUI กำไรสุทธิปี 2565 หดตัว 35% รับค่าใช้จ่ายประกันภัยพุ่งสูง
## รายได้ประกันภัยเติบโต 22.7% แต่ค่าสินไหมทดแทนพุ่งแรง ฉุดกำไรธุรกิจหลัก
บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BUI รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 57.45 ล้านบาท ลดลง 35.32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการรับประกันภัยจะเติบโตถึง 22.71% แต่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทน เป็นปัจจัยกดดันหลัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ BUI ในปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย** โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทน ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยลดลงถึง 44.36% แม้ว่ารายได้จากการรับประกันภัยจะเติบโตได้ถึง 22.71% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 42.32%** โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้โดยรวมเพิ่มขึ้น 12.36% ปัจจัยสำคัญคือ **อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนสุทธิ (Loss Ratio) ที่พุ่งสูงขึ้นเป็น 44.07%** จาก 32.96% ในปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 11.11% ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันภัยที่รับเข้ามา ในขณะที่อัตราส่วนค่าจ้างและค่าบำเหน็จ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรับประกันอื่นๆ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
นอกจากนี้ รายได้จากการลงทุนและให้เช่าอาคารเพิ่มขึ้น 17.14% และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 13.81% รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลงอย่างมากถึง 75.90% ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากกำไรธุรกิจหลักที่ลดลง แต่ไม่สามารถชดเชยทั้งหมดได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิเฉพาะกิจการปี 2565 อยู่ที่ 57.45 ล้านบาท ลดลง 35.32%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าสถานการณ์ค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทน (เช่น จำนวนเคลมที่เพิ่มขึ้น หรือมูลค่าเคลมที่สูงขึ้น) หรือแนวโน้มในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่ Loss Ratio เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในรอบการรายงานถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 35.32%** อยู่ที่ 57.45 ล้านบาท จาก 88.83 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการรับประกันภัยเติบโต 22.71%** เป็น 1,116.25 ล้านบาท จาก 909.68 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยพุ่งสูง 42.32%** เป็น 1,001.74 ล้านบาท จาก 703.89 ล้านบาท
* **อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนสุทธิ (Loss Ratio) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** เป็น 44.07% จาก 32.96%
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 13.81%** เป็น 87.86 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 75.90%** เป็น 12.54 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการรับประกันภัยรวม 1,116.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 206.57 ล้านบาท หรือ 22.71% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้ โดยอยู่ที่ 1,001.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 297.85 ล้านบาท หรือ 42.32% ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยลดลง 91.28 ล้านบาท หรือ 44.36% อยู่ที่ 114.51 ล้านบาท
เมื่อรวมกับรายได้จากการลงทุนและให้เช่าอาคารที่เพิ่มขึ้น 6.34 ล้านบาท (17.14%) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง 14.08 ล้านบาท (13.81%) ทำให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้ลดลง 84.94 ล้านบาท หรือ 34.98% อยู่ที่ 157.85 ล้านบาท
เมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลงอย่างมาก 39.48 ล้านบาท (75.90%) ทำให้กำไรสุทธิเฉพาะกิจการสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 57.45 ล้านบาท ลดลง 31.38 ล้านบาท หรือ 35.32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
หากพิจารณารวมส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งลดลง 0.94 ล้านบาท (26.39%) ทำให้กำไรสุทธิตามวิธีส่วนได้เสียอยู่ที่ 60.09 ล้านบาท ลดลง 32.32 ล้านบาท หรือ 34.97%
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัย:** การที่รายได้จากการรับประกันภัยเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์
* **รายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น:** รายได้จากการลงทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น 62.62% เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมรายได้จากการดำเนินงานหลัก
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 13.81% แสดงถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของค่าสินไหมทดแทน:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนสุทธิ (Loss Ratio) เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจประกันภัย
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การแข่งขันในธุรกิจประกันภัยยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำหนดเบี้ยประกันและการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย
* **มาตรการช่วยเหลือลูกค้าเช่าอาคาร:** การลดค่าเช่าให้กับลูกค้าเพื่อช่วยเหลือจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าอาคารลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมหากมีสัดส่วนที่สำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนสุทธิ (Loss Ratio):** จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **กลยุทธ์การบริหารจัดการเบี้ยประกันภัย:** จะมีการปรับกลยุทธ์การรับประกันภัยเพื่อรองรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นหรือไม่
* **การเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัย:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้ได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเช่าอาคาร:** จะมีผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าในระยะยาวหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทประกันภัย BUI เผชิญกับความท้าทายหลักในปี 2565 จาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทน** ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจประกันภัย การที่ Loss Ratio พุ่งสูงขึ้นเป็น 44.07% บ่งชี้ว่าบริษัทมีภาระในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเทียบกับเบี้ยประกันที่รับเข้ามา แม้ว่ารายได้จากการรับประกันภัยจะเติบโตได้ดีถึง 22.71% ก็ตาม
ในทางกลับกัน บริษัทสามารถบริหารจัดการ **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดี** โดยลดลง 13.81% และ **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงอย่างมาก** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ นอกจากนี้ รายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญคือ **สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทน** ซึ่งเอกสารไม่ได้ให้รายละเอียด หากเป็นเหตุการณ์เฉพาะกิจการ (เช่น ภัยธรรมชาติครั้งใหญ่) อาจเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่หากเป็นแนวโน้มที่เกิดจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เอาประกัน หรือการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการซ่อมแซม อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทโดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ BUI เผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งกำไรสุทธิให้ลดลงถึง 35.32% แม้ว่าบริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัยได้ถึง 22.71% และมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ดี รวมถึงได้รับประโยชน์จากค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในอนาคต เพื่อประเมินแนวโน้มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BUI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
20.45
ล้านบาท
↓ 92% YoY
กำไรขั้นต้น
343.30
ล้านบาท
↑ 33.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,678.46
%
กำไรสุทธิ
4.23
ล้านบาท
↓ 76.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.66
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
20
↓ -92%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
343
↑ + 33.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -76.8%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BUI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
6.26
ROA (%)
4.84
Book Value/หุ้น
21.02
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BUI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-73
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BUI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-73.40
-62.30%
|
-194.67
-430.23%
|
58.95
-119.86%
|
-296.83
+67.56%
|
-177.15
+199.95%
|
-59.06
-450.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.72
+620.00%
|
-0.10
-100.93%
|
10.81
+7.46%
|
10.06
+1,696.43%
|
0.56
-60.00%
|
1.40
-76.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.31
+5.13%
|
12.66
-26.99%
|
17.34
-43.79%
|
30.85
+57.24%
|
19.62
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-60.83
-66.60%
|
-182.12
-309.12%
|
87.09
-134.03%
|
-255.92
+52.75%
|
-167.54
+179.05%
|
-60.04
-498.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.47
-25.67%
|
257.58
-8.89%
|
282.72
+38.09%
|
204.73
+129.24%
|
89.31
-29.00%
|
125.79
+233.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
350.79
+83.21%
|
191.47
-25.67%
|
257.58
-8.89%
|
282.72
+38.09%
|
204.73
+129.24%
|
89.31
-29.00%
|