บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7411 out_tok=2015 at=2026-07-25T12:44:47 -->
# BUI พลิกขาดทุน Q2/65 รับเบี้ยประกันภัยโต แต่ค่าใช้จ่ายพุ่งฉุดกำไร
## รายได้ประกันภัยเติบโต 22% แต่ค่าใช้จ่ายพุ่ง 58% กดดันผลประกอบการไตรมาส 2/65
บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BUI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิเฉพาะกิจการ 13.02 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 32.12 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการรับประกันภัยที่เติบโต แต่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อกำไรจากการรับประกันภัยโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BUI ในไตรมาส 2 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การขาดทุนจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** แม้ว่ารายได้จากการรับประกันภัยจะเติบโตถึง 22.04% แต่กลับไม่สามารถชดเชยการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่พุ่งสูงถึง 58.12% ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยลดลงจาก 45.84 ล้านบาทในปีก่อน เหลือขาดทุน 11.14 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การขาดทุนจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักมาจาก **อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้โดยรวมที่สูงขึ้น** โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่เพิ่มขึ้นจาก 50.55% ในปีก่อน เป็น 55.93% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ อัตราส่วนค่าจ้างและค่าบำเหน็จก็ปรับสูงขึ้นเช่นกัน แม้ว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการรับประกันอื่นจะลดลงเล็กน้อย แต่ผลกระทบจาก Loss Ratio ที่สูงขึ้นมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้ต้นทุนการรับประกันภัยโดยรวมสูงกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าสถานการณ์ Loss Ratio ที่สูงขึ้นนี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่ การที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้โดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ อาจเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในระยะสั้น แต่หากสามารถบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือสามารถปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้ ก็อาจจะเห็นการฟื้นตัวได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูแนวโน้มของ Loss Ratio และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิเฉพาะกิจการ:** BUI มีผลขาดทุนสุทธิเฉพาะกิจการ 13.02 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565 เทียบกับกำไร 32.12 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการรับประกันภัยเติบโต:** รายได้จากการรับประกันภัยรวมอยู่ที่ 282.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.04% จากปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยพุ่งสูง:** ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 58.12% เป็น 294.00 ล้านบาท
* **ขาดทุนจากการรับประกันภัย:** ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากการรับประกันภัย 11.14 ล้านบาท เทียบกับกำไร 45.84 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ลงทุนทรงตัว:** รายได้จากการลงทุน กำไรจากการให้เช่าอาคาร และอื่นๆ ลดลงเล็กน้อย 0.37%
* **ส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วม:** บันทึกส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วม 1.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.80%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือน (เมษายน-มิถุนายน) ปี 2565 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเฉพาะกิจการ 13.02 ล้านบาท ลดลง 45.14 ล้านบาท หรือ 140.54% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 32.12 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการรับประกันภัยจะเติบโต แต่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่สูงขึ้นกว่า ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยติดลบ นอกจากนี้ ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิรวม
สำหรับงวดหกเดือน (มกราคม-มิถุนายน) ปี 2565 บริษัทมีผลกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 23.07 ล้านบาท ลดลง 51.39% หรือ 51.39% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 74.46 ล้านบาท การลดลงของกำไรเกิดจากกำไรจากการรับประกันภัยที่ลดลง 60.01% แม้ว่ารายได้จากการลงทุนจะเติบโตขึ้นก็ตาม
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัย:** การที่รายได้จากการรับประกันภัยเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์
* **รายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น:** รายได้จากการลงทุนในงวดหกเดือนแรกของปี 2565 มีการเติบโตที่น่าสนใจ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของ Loss Ratio เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรจากการรับประกันภัย
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยโดยรวม กดดันอัตรากำไรขั้นต้นจากการรับประกันภัย
* **ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วม:** การบันทึกส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม Loss Ratio:** การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนและแนวโน้มในไตรมาสถัดไป
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย:** กลยุทธ์ในการควบคุมและลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรับประกันภัย
* **การปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัย:** ความสามารถในการปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมที่ส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุน
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** แม้จะลดลงเล็กน้อยในไตรมาส 2 แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานโดยรวมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจประกันภัย BUI เผชิญกับความท้าทายจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรจากการรับประกันภัย แม้ว่าบริษัทจะสามารถเพิ่มรายได้จากการรับประกันภัยได้ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายมีอัตราที่สูงกว่า ทำให้ธุรกิจหลักมีผลขาดทุนในไตรมาส 2/2565 รายได้จากการลงทุนและรายได้จากการให้เช่าอาคารมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น แต่กำไรจากการให้เช่าอาคารลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
BUI ประสบปัญหาขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 จากการที่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทน ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนไม่สามารถชดเชยได้ด้วยรายได้จากการรับประกันภัยที่เติบโต แม้ว่ารายได้จากการลงทุนจะมีการเติบโตในงวดหกเดือนแรก แต่ผลขาดทุนจากการรับประกันภัยและส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วมยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BUI ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
20.45
ล้านบาท
↓ 92% YoY
กำไรขั้นต้น
343.30
ล้านบาท
↑ 33.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,678.46
%
กำไรสุทธิ
4.23
ล้านบาท
↓ 76.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.66
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
20
↓ -92%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
343
↑ + 33.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -76.8%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BUI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
6.26
ROA (%)
4.84
Book Value/หุ้น
21.02
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BUI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-73
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BUI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-73.40
-62.30%
|
-194.67
-430.23%
|
58.95
-119.86%
|
-296.83
+67.56%
|
-177.15
+199.95%
|
-59.06
-450.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.72
+620.00%
|
-0.10
-100.93%
|
10.81
+7.46%
|
10.06
+1,696.43%
|
0.56
-60.00%
|
1.40
-76.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.31
+5.13%
|
12.66
-26.99%
|
17.34
-43.79%
|
30.85
+57.24%
|
19.62
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-60.83
-66.60%
|
-182.12
-309.12%
|
87.09
-134.03%
|
-255.92
+52.75%
|
-167.54
+179.05%
|
-60.04
-498.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.47
-25.67%
|
257.58
-8.89%
|
282.72
+38.09%
|
204.73
+129.24%
|
89.31
-29.00%
|
125.79
+233.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
350.79
+83.21%
|
191.47
-25.67%
|
257.58
-8.89%
|
282.72
+38.09%
|
204.73
+129.24%
|
89.31
-29.00%
|