บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7280 out_tok=2511 at=2026-07-25T13:28:26 -->
# BUI กำไรสุทธิ Q3/2564 พุ่ง 329% หลังคุมค่าใช้จ่ายรับประกันภัยได้ดี
## กำไรจากการรับประกันภัยโตเด่น 138% หนุนผลงาน 9 เดือนพุ่งแรง ขณะที่ Q3 กำไรโต 2% จากรายได้หลักที่เพิ่มขึ้น
บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BUI รายงานผลประกอบการงวดสามเดือนและเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 โดยผลการดำเนินงานในงวดเก้าเดือนมีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 329.43% หรือ 89.66 ล้านบาท แตะระดับ 116.88 ล้านบาท ขณะที่งวดสามเดือนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 2.09% หรือ 0.87 ล้านบาท เป็น 42.42 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BUI ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย** ซึ่งส่งผลให้ **กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นถึง 138.20%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงวดเก้าเดือนที่กำไรจากการรับประกันภัยพุ่งสูงถึง 165.54 ล้านบาท ส่วนในไตรมาส 3 กำไรสุทธิเฉพาะกิจการเติบโต 2.09% เป็นผลมาจาก **รายได้จากการรับประกันภัยที่เติบโต 8.23%** แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันจากรายได้จากการลงทุนและให้เช่าอาคารที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**สำหรับงวดเก้าเดือน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย 8.16% หรือ 46.44 ล้านบาท เป็นผลมาจากการที่ **อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ลดลงอย่างมาก** จาก 46.83% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 31.40% ในปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงและการเคลมสินไหมที่ดีขึ้น ประกอบกับการที่รายได้จากการรับประกันภัยยังคงเติบโตได้ 7.77% ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ การลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 18.95% ก็มีส่วนช่วยเสริมผลกำไรเช่นกัน
**สำหรับงวดสามเดือน:** แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยจะเพิ่มขึ้น 10.09% แต่รายได้จากการรับประกันภัยก็เติบโตได้ดีกว่าที่ 8.23% ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยยังคงเติบโตได้เล็กน้อย 2.99% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากการลดลงของรายได้จากการลงทุนและให้เช่าอาคาร 38.66% ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการให้ส่วนลดค่าเช่าแก่ลูกค้าเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้เช่าที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับปัจจัยหลักของงวด 9 เดือน):** การที่อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนลดลงอย่างมีนัยสำคัญในงวดเก้าเดือน บ่งชี้ถึงการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงและการเคลมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ จะเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อเนื่องต่อกำไรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านรายได้จากการลงทุนและให้เช่าอาคารที่ลดลงในไตรมาส 3 อาจยังคงเป็นแรงกดดันในระยะสั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการช่วยเหลือลูกค้า
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 9 เดือนแรก ปี 2564 พุ่ง 329.43%** แตะ 116.88 ล้านบาท จาก 27.22 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรจากการรับประกันภัย 9 เดือนแรก โต 138.20%** เป็น 165.54 ล้านบาท หลังค่าใช้จ่ายรับประกันภัยลดลง 8.16%
* **อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 46.83% เป็น 31.40% ในงวด 9 เดือน
* **รายได้จากการรับประกันภัย 9 เดือนแรก เติบโต 7.77%** เป็น 688.07 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 18.95%** ในงวด 9 เดือน และ 32.84% ในไตรมาส 3
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการไตรมาส 3 ปี 2564 เพิ่มขึ้น 2.09%** เป็น 42.42 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัย 8.23%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 42.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการรับประกันภัย 227.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.23% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 10.09% ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยอยู่ที่ 56.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.99% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการลงทุนและให้เช่าอาคารลดลง 38.66% แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 32.84% ทำให้กำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 4.50%
ในส่วนของงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 116.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 329.43% โดยมีรายได้จากการรับประกันภัย 688.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.77% และที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยลดลง 8.16% ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยพุ่งสูงถึง 165.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138.20% นอกจากนี้ รายได้จากการลงทุนและให้เช่าอาคารเพิ่มขึ้น 20.81% และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 18.95%
## โอกาส
* **การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนที่มีประสิทธิภาพ:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนในงวด 9 เดือน บ่งชี้ถึงศักยภาพในการทำกำไรจากธุรกิจหลักที่แข็งแกร่งขึ้น
* **การเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัย:** การที่รายได้จากการรับประกันภัยยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากการลงทุนและให้เช่าอาคาร:** รายได้ส่วนนี้มีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ภายนอก เช่น การระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการให้ส่วนลดค่าเช่า
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย:** แม้ในงวด 9 เดือนจะลดลง แต่ในไตรมาส 3 ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามแนวโน้มในระยะต่อไป
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้:** ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทั้งสองงวด ซึ่งส่งผลต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ในไตรมาสถัดไป จะสามารถรักษาการลดลงได้ต่อเนื่องหรือไม่
* ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อรายได้จากการให้เช่าอาคาร และมาตรการช่วยเหลือลูกค้า
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทน
* การเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัยในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
* แนวโน้มค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทประกันภัย BUI มีผลประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลักคือ **รายได้จากการรับประกันภัย** และ **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย** ซึ่งประกอบด้วยค่าสินไหมทดแทน ค่าจ้างและค่าบำเหน็จ และค่าใช้จ่ายในการรับประกันอื่นๆ การที่ **อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ในงวด 9 เดือน ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญที่สุด แสดงถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงและการเคลมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการรับประกันภัย
นอกจากนี้ **รายได้จากการลงทุนและให้เช่าอาคาร** เป็นอีกส่วนสำคัญที่สร้างรายได้เสริม แม้ว่าในไตรมาส 3 จะได้รับผลกระทบจากการให้ส่วนลดค่าเช่า แต่การที่ฝ่ายจัดการสามารถควบคุม **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน** ได้ดี ก็ช่วยลดแรงกดดันต่อกำไรโดยรวมได้
สำหรับกลุ่มธุรกิจการเงิน การบริหารจัดการต้นทุน (ค่าใช้จ่ายรับประกันภัย) และการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ (รายได้เบี้ยประกันภัย) เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่ง BUI แสดงให้เห็นถึงความสามารถในส่วนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
BUI โชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยและกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าในไตรมาส 3 จะมีปัจจัยกดดันจากรายได้จากการลงทุนและให้เช่าอาคารที่ลดลง แต่การเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัยและการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ช่วยประคองผลกำไรให้เติบโตได้เล็กน้อย นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่อรายได้ค่าเช่าในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BUI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
20.45
ล้านบาท
↓ 92% YoY
กำไรขั้นต้น
343.30
ล้านบาท
↑ 33.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,678.46
%
กำไรสุทธิ
4.23
ล้านบาท
↓ 76.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.66
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
20
↓ -92%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
343
↑ + 33.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -76.8%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BUI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
6.26
ROA (%)
4.84
Book Value/หุ้น
21.02
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BUI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-73
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BUI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-73.40
-62.30%
|
-194.67
-430.23%
|
58.95
-119.86%
|
-296.83
+67.56%
|
-177.15
+199.95%
|
-59.06
-450.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.72
+620.00%
|
-0.10
-100.93%
|
10.81
+7.46%
|
10.06
+1,696.43%
|
0.56
-60.00%
|
1.40
-76.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.31
+5.13%
|
12.66
-26.99%
|
17.34
-43.79%
|
30.85
+57.24%
|
19.62
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-60.83
-66.60%
|
-182.12
-309.12%
|
87.09
-134.03%
|
-255.92
+52.75%
|
-167.54
+179.05%
|
-60.04
-498.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.47
-25.67%
|
257.58
-8.89%
|
282.72
+38.09%
|
204.73
+129.24%
|
89.31
-29.00%
|
125.79
+233.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
350.79
+83.21%
|
191.47
-25.67%
|
257.58
-8.89%
|
282.72
+38.09%
|
204.73
+129.24%
|
89.31
-29.00%
|