บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4865 out_tok=2133 at=2026-07-25T12:48:20 -->
# BUI กำไรสุทธิ Q1/66 พุ่ง 50.59% รับกำไรธุรกิจประกันภัยโต-รายได้ลงทุนหนุน
## ฝ่ายจัดการ BUI ชี้กำไรโตเด่นจากต้นทุนประกันภัยลดลงมากกว่ารายได้ ขณะรายได้ลงทุนเพิ่มเท่าตัว
บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BUI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 54.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.25 ล้านบาท หรือ 50.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยที่ลดลงมากกว่ารายได้จากการรับประกันภัย ประกอบกับรายได้จากการลงทุนที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิเฉพาะกิจการของ BUI ในไตรมาส 1 ปี 2566 ให้เติบโตถึง 50.59% มาจาก **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยที่ลดลงมากกว่ารายได้จากการรับประกันภัย** ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 28.44% ประกอบกับ **รายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 137.77%** แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น:** แม้ว่ารายได้จากการรับประกันภัยจะลดลง 7.46% มาอยู่ที่ 239.04 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยลดลงถึง 17.10% มาอยู่ที่ 168.78 ล้านบาท การลดลงของค่าใช้จ่ายที่มากกว่ารายได้นี้ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 15.56 ล้านบาท หรือ 28.44% โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลง 8.22% ซึ่งเห็นได้จากการลดลงของอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการรับประกันอื่น (23.59% จาก 27.19%), อัตราส่วนค่าจ้างและค่าบำเหน็จ (13.24% จาก 15.86%) และอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนสุทธิ (Loss Ratio) (34.91% จาก 38.00%)
* **รายได้จากการลงทุนที่เติบโต:** รายได้จากการลงทุน กำไรจากการให้เช่าอาคาร และอื่น ๆ เพิ่มขึ้นถึง 11.20 ล้านบาท หรือ 137.77% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5.25 ล้านบาท หรือ 29.56% โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อเบี้ยประกันภัยรับเพิ่มขึ้น 3.81% ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันผลกำไรบางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของกำไรจากการรับประกันภัยที่มาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจประกันภัย ส่วนรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น เอกสารไม่ได้ระบุถึงที่มาที่ชัดเจนว่าเกิดจากปัจจัยใด (เช่น การปรับพอร์ตการลงทุน หรือการขายสินทรัพย์) จึงยังไม่สามารถประเมินความต่อเนื่องได้อย่างชัดเจน แต่การที่ฝ่ายจัดการสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยได้ดีเป็นสัญญาณบวกต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการ Q1/66 เติบโต 50.59%** แตะ 54.35 ล้านบาท จาก 36.10 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 28.44%** เป็น 70.26 ล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี
* **รายได้จากการลงทุนและอื่น ๆ พุ่ง 137.77%** เป็น 19.34 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยลดลง 17.10%** เป็น 11.20 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 29.56%** เป็น 5.25 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิรวมตามวิธีส่วนได้เสียเพิ่มขึ้น 43.23%** เป็น 52.60 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BUI มีรายได้จากการรับประกันภัยรวม 239.04 ล้านบาท ลดลง 7.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยลดลง 17.10% มาอยู่ที่ 168.78 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 28.44% เป็น 70.26 ล้านบาท เมื่อรวมกับรายได้จากการลงทุนและอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น 137.77% เป็น 19.34 ล้านบาท แม้จะมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 29.56% เป็น 23.00 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิเฉพาะกิจการยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 50.59% เป็น 54.35 ล้านบาท หรือ 1.81 บาทต่อหุ้น (จาก 1.20 บาทต่อหุ้นในปีก่อน)
เมื่อพิจารณารวมส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วม 1.75 ล้านบาท (เทียบกับส่วนแบ่งกำไร 0.63 ล้านบาทในปีก่อน) ทำให้กำไรสุทธิตามวิธีส่วนได้เสียอยู่ที่ 52.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.23% หรือ 1.75 บาทต่อหุ้น (จาก 1.22 บาทต่อหุ้นในปีก่อน)
## โอกาส
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรจากการรับประกันภัย
* การเติบโตของรายได้จากการลงทุนที่สามารถหนุนผลประกอบการโดยรวมได้
## ความเสี่ยง
* การลดลงของรายได้จากการรับประกันภัยที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณธุรกิจในระยะยาว หากไม่สามารถชดเชยด้วยการเติบโตของธุรกิจอื่นได้
* การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด
* ผลขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากการรับประกันภัยในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอย่างต่อเนื่อง
* แหล่งที่มาและความยั่งยืนของรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
* ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม และแนวโน้มการกลับมามีกำไร
* การควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทประกันภัย BUI มีผลประกอบการที่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากการบริหารจัดการเบี้ยประกันภัยรับและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่ลดลงจาก 38.00% เป็น 34.91% และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับประกันภัย การลดลงของค่าใช้จ่ายนี้มีน้ำหนักมากกว่าการลดลงของรายได้จากการรับประกันภัย ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยเติบโตได้ดี
ในส่วนของรายได้จากการลงทุน ซึ่งเป็นอีกเสาหลักสำคัญของธุรกิจประกันภัย พบว่ามีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 137.77% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยรายได้จากการรับประกันภัยที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 29.56% เป็นจุดที่ต้องจับตา เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรหากไม่สามารถควบคุมได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
BUI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 50% โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการเติบโตที่ก้าวกระโดดของรายได้จากการลงทุน แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากรายได้จากการรับประกันภัยที่ลดลงและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แต่ความสามารถในการควบคุมต้นทุนยังคงเป็นจุดแข็งที่น่าจับตาสำหรับผลประกอบการในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มรายได้จากการรับประกันภัยและผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BUI ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
20.45
ล้านบาท
↓ 92% YoY
กำไรขั้นต้น
343.30
ล้านบาท
↑ 33.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,678.46
%
กำไรสุทธิ
4.23
ล้านบาท
↓ 76.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.66
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
20
↓ -92%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
343
↑ + 33.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -76.8%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BUI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
6.26
ROA (%)
4.84
Book Value/หุ้น
21.02
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BUI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-73
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BUI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-73.40
-62.30%
|
-194.67
-430.23%
|
58.95
-119.86%
|
-296.83
+67.56%
|
-177.15
+199.95%
|
-59.06
-450.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.72
+620.00%
|
-0.10
-100.93%
|
10.81
+7.46%
|
10.06
+1,696.43%
|
0.56
-60.00%
|
1.40
-76.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.31
+5.13%
|
12.66
-26.99%
|
17.34
-43.79%
|
30.85
+57.24%
|
19.62
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-60.83
-66.60%
|
-182.12
-309.12%
|
87.09
-134.03%
|
-255.92
+52.75%
|
-167.54
+179.05%
|
-60.04
-498.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.47
-25.67%
|
257.58
-8.89%
|
282.72
+38.09%
|
204.73
+129.24%
|
89.31
-29.00%
|
125.79
+233.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
350.79
+83.21%
|
191.47
-25.67%
|
257.58
-8.89%
|
282.72
+38.09%
|
204.73
+129.24%
|
89.31
-29.00%
|