บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7319 out_tok=2461 at=2026-07-25T10:58:46 -->
# BUI กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 1,727% รับต้นทุนประกันภัยลดแรง
## รายได้ประกันภัยหด แต่ค่าใช้จ่ายลดเร็วกว่า หนุนกำไรโตกระโดด ขณะที่รายได้ลงทุน-ค่าเช่าเพิ่ม
บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BUI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 35.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,726.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้เพียง 1.96 ล้านบาท การพลิกฟื้นครั้งนี้มีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการลดลงของรายได้จากการรับประกันภัย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BUI ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยพลิกจากขาดทุนหรือกำไรน้อยในปีที่แล้ว มาเป็นกำไรก้อนใหญ่ในปีนี้ แม้ว่ารายได้จากการรับประกันภัยจะยังคงลดลงก็ตาม โดยกำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นถึง 240.43% ในไตรมาส 3 และ 211.15% ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเกิดจากการบริหารจัดการหลายส่วนประกอบกัน โดยเฉพาะ **อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่ลดลงอย่างชัดเจน** จาก 50.74% ในปีก่อน เหลือ 38.73% ในไตรมาส 3 ปีนี้ นอกจากนี้ อัตราส่วนค่าจ้างและค่าบำเหน็จ รวมถึงอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการรับประกันอื่นๆ ก็ปรับลดลงเช่นกัน แม้ว่ารายได้จากการรับประกันภัยจะลดลง 16.83% ในไตรมาส 3 และ 12.49% ในงวด 9 เดือน แต่การที่ค่าใช้จ่ายลดลงในอัตราที่สูงกว่า (30.83% ในไตรมาส 3 และ 29.38% ในงวด 9 เดือน) ทำให้ส่วนต่างของรายได้และค่าใช้จ่าย (กำไรจากการรับประกันภัย) ดีขึ้นอย่างมาก
นอกจากนี้ **รายได้จากการลงทุนและกำไรจากการให้เช่าอาคารก็มีส่วนช่วยหนุนผลประกอบการ** โดยรายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 102.29% ในไตรมาส 3 และ 67.36% ในงวด 9 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้สุทธิจากการลงทุน และการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าอาคาร ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเช่าที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย** การที่บริษัทสามารถลดอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน อย่างไรก็ตาม การที่รายได้จากการรับประกันภัยยังคงลดลงต่อเนื่องเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากบริษัทสามารถรักษาการควบคุมต้นทุนที่ดี และสามารถพลิกฟื้นการเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัยได้ ผลประกอบการในระยะยาวก็มีแนวโน้มที่ดี
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการ Q3/2566 พุ่ง 1,726.94%** แตะ 35.74 ล้านบาท จาก 1.96 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรจากการรับประกันภัย Q3/2566 โต 240.43%** สู่ระดับ 52.60 ล้านบาท จาก 15.45 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย Q3/2566 ลดลง 30.83%** สู่ระดับ 196.34 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการรับประกันภัยลดลง 16.83%
* **อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ลดลง** จาก 50.74% ใน Q3/2565 เป็น 38.73% ใน Q3/2566
* **รายได้จากการลงทุนและค่าเช่าอาคาร Q3/2566 เพิ่มขึ้น 102.29%** สู่ระดับ 15.49 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 429.12%** แตะ 132.44 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BUI มีรายได้จากการรับประกันภัยรวม 248.94 ล้านบาท ลดลง 16.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยลดลง 30.83% สู่ระดับ 196.34 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยอยู่ที่ 52.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 240.43% ประกอบกับรายได้จากการลงทุนและค่าเช่าอาคารที่เพิ่มขึ้น 102.29% สู่ระดับ 15.49 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 14.37% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่โดยรวมแล้วบริษัทมีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 35.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,726.94%
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการรับประกันภัยรวม 735.48 ล้านบาท ลดลง 12.49% โดยมีค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยลดลง 29.38% สู่ระดับ 551.87 ล้านบาท ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 211.15% สู่ระดับ 183.61 ล้านบาท รายได้จากการลงทุนและค่าเช่าอาคารเพิ่มขึ้น 67.36% สู่ระดับ 49.32 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 20.62% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 563.92% แต่บริษัทมีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 132.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 429.12%
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการลดอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นๆ เป็นจุดแข็งที่ช่วยหนุนผลกำไร
* **การเติบโตของรายได้จากการลงทุนและค่าเช่า:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากส่วนนี้ช่วยชดเชยรายได้จากการรับประกันภัยที่ลดลง และเป็นแหล่งรายได้เสริมที่สำคัญ
* **การฟื้นตัวของกำไรจากการรับประกันภัย:** การพลิกกลับมามีกำไรจากการรับประกันภัยอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงศักยภาพในการทำกำไรของธุรกิจหลัก
## ความเสี่ยง
* **การลดลงของรายได้จากการรับประกันภัย:** การที่เบี้ยประกันภัยรับโดยตรง การรับประกันต่อ และการเอาประกันภัยต่อ ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตในระยะยาว
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้อาจกดดันกำไรสุทธิในอนาคต
* **ผลขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วม:** แม้จะมีการบันทึกส่วนแบ่งกำไรในไตรมาส 3 แต่ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ยังคงมีส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการรับประกันภัย:** จะสามารถพลิกกลับมาเติบโตได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย:** จะสามารถรักษาอัตราส่วนค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับต่ำได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้:** จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ และส่งผลต่อกำไรสุทธิอย่างไร
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** จะสามารถพลิกกลับมามีกำไร หรือยังคงมีผลขาดทุนต่อไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะธุรกิจประกันภัย BUI แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยเฉพาะการควบคุมค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยเติบโตได้ดี แม้ว่าภาพรวมของเบี้ยประกันภัยรับจะยังคงหดตัว ซึ่งอาจสะท้อนถึงสภาวะตลาดหรือการปรับกลยุทธ์ของบริษัทเอง การที่รายได้จากการลงทุนและค่าเช่าอาคารเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นก็เป็นอีกปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของรายได้รวม
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เป็นประเด็นที่ต้องจับตา การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
BUI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 1,700% เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดลงของอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้จากการลงทุนและค่าเช่าอาคาร แม้ว่ารายได้จากการรับประกันภัยจะยังคงลดลง แต่การควบคุมต้นทุนที่แข็งแกร่งได้กลบปัจจัยลบดังกล่าวไปได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้จากการรับประกันภัยในอนาคต รวมถึงผลกระทบจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น เพื่อประเมินความยั่งยืนของการเติบโตของกำไรต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BUI ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
20.45
ล้านบาท
↓ 92% YoY
กำไรขั้นต้น
343.30
ล้านบาท
↑ 33.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,678.46
%
กำไรสุทธิ
4.23
ล้านบาท
↓ 76.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.66
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
20
↓ -92%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
343
↑ + 33.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -76.8%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BUI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
6.26
ROA (%)
4.84
Book Value/หุ้น
21.02
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BUI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-73
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BUI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-73.40
-62.30%
|
-194.67
-430.23%
|
58.95
-119.86%
|
-296.83
+67.56%
|
-177.15
+199.95%
|
-59.06
-450.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.72
+620.00%
|
-0.10
-100.93%
|
10.81
+7.46%
|
10.06
+1,696.43%
|
0.56
-60.00%
|
1.40
-76.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
13.31
+5.13%
|
12.66
-26.99%
|
17.34
-43.79%
|
30.85
+57.24%
|
19.62
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-60.83
-66.60%
|
-182.12
-309.12%
|
87.09
-134.03%
|
-255.92
+52.75%
|
-167.54
+179.05%
|
-60.04
-498.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.47
-25.67%
|
257.58
-8.89%
|
282.72
+38.09%
|
204.73
+129.24%
|
89.31
-29.00%
|
125.79
+233.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
350.79
+83.21%
|
191.47
-25.67%
|
257.58
-8.89%
|
282.72
+38.09%
|
204.73
+129.24%
|
89.31
-29.00%
|