บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
20.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6384 out_tok=2879 at=2026-07-25T10:58:18 -->
# BTG พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/66 รับผลกระทบหนักจากหมูเถื่อน ฉุดกำไรขั้นต้นวูบ
## รายได้รวมหดตัว 8.3% YoY กดดันกำไรสุทธิพลิกขาดทุน เหตุราคาหมูในประเทศดิ่งหนัก
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 784.1 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 2,302.8 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมลดลง 8.3% มาอยู่ที่ 27,180.1 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากราคาขายสุกรในประเทศที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนและเนื้อสุกรผิดกฎหมาย แม้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นตามแผนขยายกำลังการผลิต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ BTG ในไตรมาส 3/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างรุนแรงของราคาสุกรในประเทศ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน ทำให้กำไรขั้นต้นและ EBITDA หดตัวลงอย่างมาก และท้ายที่สุดพลิกกลับมาเป็นผลขาดทุนสุทธิ
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 63.4% YoY อยู่ที่ 2,210.9 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 20.5% เหลือ 8.2%
* **EBITDA:** ลดลง 86.1% YoY อยู่ที่ 568.7 ล้านบาท อัตรา EBITDA ลดลงจาก 13.8% เหลือ 2.1%
* **กำไรสุทธิ:** พลิกขาดทุน 784.1 ล้านบาท จากกำไร 2,302.8 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ **การลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนและเนื้อสุกรอย่างผิดกฎหมาย** ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสุกรในตลาดเพิ่มขึ้นและกดดันให้ราคาขายสุกรในประเทศปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และต้นทุนของกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน ทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างมาก แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารให้ใกล้เคียงกับปีก่อน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงได้
ในทางกลับกัน กลุ่มธุรกิจเกษตรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากราคาขายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น เช่น อาหารสุกร รวมถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต อย่างไรก็ตาม ผลกระทบเชิงลบจากกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีนมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้ภาพรวมผลประกอบการยังคงอ่อนแอ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (แต่ต้องติดตาม)**
จากข้อมูลในเอกสาร การลดลงของราคาสุกรในประเทศมีสาเหตุหลักมาจากการลักลอบนำเข้า ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบเป็นช่วงเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายเมื่อใด หรือมีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจนอย่างไร การที่ปัญหานี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกำไรขั้นต้นและ EBITDA บ่งชี้ว่าหากปัญหานี้ยังคงอยู่ต่อเนื่อง ผลประกอบการของบริษัทฯ อาจยังคงได้รับแรงกดดัน
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ไตรมาส 3/2566 ขาดทุนสุทธิ 784.1 ล้านบาท เทียบกับกำไร 2,302.8 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้รวมหดตัว:** ลดลง 8.3% YoY อยู่ที่ 27,180.1 ล้านบาท โดยหลักจากกลุ่มอาหารและโปรตีน
* **กำไรขั้นต้นวูบ 63.4%:** เหลือ 2,210.9 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 8.2% จาก 20.5%
* **EBITDA ดิ่ง 86.1%:** เหลือ 568.7 ล้านบาท อัตรา EBITDA เหลือ 2.1% จาก 13.8%
* **สาเหตุหลัก:** การลักลอบนำเข้าสุกรผิดกฎหมายกดดันราคาขายในประเทศอย่างหนัก
* **กลุ่มเกษตรยังเติบโต:** รายได้อาหารสัตว์เพิ่มขึ้นจากราคาขายและปริมาณการขายที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3/2566:** บริษัทฯ มีรายได้รวม 27,180.1 ล้านบาท ลดลง 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาสุกรในประเทศที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนและเนื้อสุกรผิดกฎหมาย แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ในขณะที่กลุ่มธุรกิจเกษตรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และกลยุทธ์การเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น รวมถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต
อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 20.5% ในไตรมาส 3/2565 เหลือ 8.2% ในไตรมาส 3/2566 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 63.4% มาอยู่ที่ 2,210.9 ล้านบาท EBITDA ลดลง 86.1% มาอยู่ที่ 568.7 ล้านบาท และพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 784.1 ล้านบาท จากกำไร 2,302.8 ล้านบาทในปีก่อน
**งวด 9 เดือนปี 2566:** รายได้รวมอยู่ที่ 81,707.6 ล้านบาท ลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีนเช่นเดียวกัน กำไรขั้นต้นลดลง 48.5% มาอยู่ที่ 8,260.2 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.2% จาก 19.4% EBITDA ลดลง 70.2% มาอยู่ที่ 3,297.1 ล้านบาท และพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 741.9 ล้านบาท จากกำไร 6,141.8 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนในโรงงานอาหารสัตว์แห่งใหม่ที่อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจเกษตร
* **การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์กำไรสูง:** กลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่มีราคาขายและอัตรากำไรสูงขึ้น เช่น อาหารสุกร จะช่วยหนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเกษตร
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกในการบริหารต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **การลักลอบนำเข้าสุกรผิดกฎหมาย:** เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสุกรในประเทศและกำไรของกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อผลประกอบการ
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์:** แม้ว่าราคาขายอาหารสัตว์จะปรับขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่เพิ่มขึ้น:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.28 เท่า เป็น 1.37 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.83 เท่า เป็น 0.88 เท่า ซึ่งเกิดจากการลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้นจากการจ่ายปันผลและผลขาดทุนสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์การลักลอบนำเข้าสุกรผิดกฎหมาย:** มาตรการของภาครัฐและการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
* **แนวโน้มราคาสุกรในประเทศ:** การฟื้นตัวของราคาขายสุกรในกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน
* **ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจเกษตร:** การเติบโตของรายได้และอัตรากำไรจากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและผลกระทบต่อ GPM
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ความสามารถในการรักษาอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารต่อรายได้
* **แนวโน้มอัตราส่วนหนี้สิน:** การบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินหลังส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **กลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน:** ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการลดลงของราคาสุกรในประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนและเนื้อสุกรผิดกฎหมาย แม้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นตามแผนการขยายกำลังการผลิต แต่ราคาขายที่ลดลงส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **กลุ่มธุรกิจเกษตร:** มีผลประกอบการที่ดีขึ้น โดยรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น เช่น อาหารสุกร ปริมาณการขายก็เพิ่มขึ้นตามความต้องการและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากโรงงานใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 61,783.4 ล้านบาท ลดลง 5.3% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เนื่องจากบริษัทฯ ได้ไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 35,751.8 ล้านบาท ลดลง 2.2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดเช่นกัน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 26,031.6 ล้านบาท ลดลง 9.2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2565 และผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนปี 2566
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.37 เท่า จาก 1.28 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 0.88 เท่า จาก 0.83 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
BTG เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 3/2566 จากปัญหาการลักลอบนำเข้าสุกรผิดกฎหมายที่กดดันราคาขายในประเทศอย่างรุนแรง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและ EBITDA หดตัวลงอย่างมาก และพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ แม้กลุ่มธุรกิจเกษตรจะยังคงเติบโตได้ดีจากการปรับขึ้นราคาอาหารสัตว์และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีนได้ นักลงทุนต้องจับตาสถานการณ์การลักลอบนำเข้าสุกรและการฟื้นตัวของราคาขายในประเทศ รวมถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTG ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
30,043.45
ล้านบาท
↓ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
4,507.15
ล้านบาท
↑ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.00
%
กำไรสุทธิ
1,026.32
ล้านบาท
↑ 4.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.42
%
D/E Ratio
1.02
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
30,043
↓ -0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,507
↑ + 0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,026
↑ + 4.4%
YoY
D/E Ratio
1.02
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.02
ROE (%)
22.53
ROA (%)
12.65
Book Value/หุ้น
17.27
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9,964
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5,826
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BTG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-9,964.46
+98.02%
|
-5,032.14
+20.46%
|
-4,177.32
+20.42%
|
-3,469.02
+118.62%
|
-1,586.75
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5,826.03
+158.30%
|
2,255.56
+174.54%
|
821.57
+450.32%
|
149.29
-112.69%
|
-1,176.57
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,004.92
-55.46%
|
4,501.27
-63.03%
|
12,174.45
+51.85%
|
8,017.39
+196.67%
|
2,702.47
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,775.32
-316.66%
|
819.39
-90.66%
|
8,769.75
+86.68%
|
4,697.67
-7,820.08%
|
-60.85
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,882.48
+84.71%
|
1,560.58
-73.73%
|
5,940.30
+996.52%
|
541.74
-10.10%
|
602.59
+21.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,270.42
-55.93%
|
2,882.48
+86.75%
|
1,543.47
-74.02%
|
5,940.30
+996.52%
|
541.74
-10.10%
|