บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
20.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6435 out_tok=2761 at=2026-07-25T03:08:33 -->
# BTG พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 รับผลกระทบหมูเถื่อนฉุดกำไรขั้นต้นวูบ
## รายได้รวมหดตัว 5.1% เหตุราคาหมูในประเทศดิ่ง ขณะที่ 6 เดือนแรกโตเล็กน้อยจากธุรกิจเกษตรและต่างประเทศ
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 350.6 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 1,868.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายสุกรในประเทศที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนและเนื้อสุกรผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นและ EBITDA อย่างหนัก แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นตามแผนการผลิตที่ขยายตัวก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ BTG ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างรุนแรงของราคาสุกรในประเทศ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นและ EBITDA โดยไตรมาส 2/2566 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 350.6 ล้านบาท เทียบกับกำไร 1,868.9 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.6% เหลือเพียง 10.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาสุกรในประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการ **ลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนและเนื้อสุกรอย่างผิดกฎหมาย** ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสุกรในตลาดมีมากเกินความต้องการที่แท้จริง ทำให้ราคาขายสุกรปรับลดลงอย่างมาก ในขณะที่ต้นทุนการผลิตสุกรยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามราคาอาหารสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้น ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีนของบริษัทฯ ทำให้กำไรขั้นต้นและ EBITDA ลดลงอย่างมาก แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การลดลงของราคาสุกรในประเทศมีสาเหตุหลักมาจากการลักลอบนำเข้า ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบเป็นช่วงเวลาหนึ่ง หากภาครัฐสามารถควบคุมการลักลอบนำเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราคาสุกรในประเทศมีโอกาสที่จะปรับตัวดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ยังคงสูงอาจเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 ลดลง 5.1%** อยู่ที่ 26,661.8 ล้านบาท เทียบกับ 28,108.0 ล้านบาทใน Q2/65 โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีนที่ราคาขายสุกรในประเทศลดลง
* **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 66 เติบโต 1.0%** อยู่ที่ 54,621.5 ล้านบาท จากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเกษตร (ราคาขายอาหารสัตว์สูงขึ้น) กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ (ปริมาณขายอาหารแปรรูปและเนื้อสัตว์แปรรูปเพิ่มขึ้น) และกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง (เน้นผลิตภัณฑ์กำไรสูง)
* **กำไรขั้นต้น Q2/66 ดิ่ง 49.4%** อยู่ที่ 2,777.0 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.6% เหลือ 10.5%
* **EBITDA Q2/66 ลดลง 74.4%** อยู่ที่ 901.0 ล้านบาท อัตรา EBITDA ลดลงจาก 12.5% เหลือ 3.4%
* **พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 350.6 ล้านบาท** จากกำไร 1,868.9 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และ 6 เดือนแรกปี 66 กำไรสุทธิลดลง 98.9% อยู่ที่ 42.2 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมลดลง 11.5%** อยู่ที่ 32,352.5 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้และไถ่ถอนหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG มีรายได้รวม 26,661.8 ล้านบาท ลดลง 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการของกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาสุกรในประเทศที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนและเนื้อสุกรอย่างผิดกฎหมาย แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นตามแผนการขยายกำลังการผลิต
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 54,621.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มธุรกิจเกษตร (ราคาขายอาหารสัตว์สูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ) กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ (ปริมาณการขายอาหารแปรรูปและเนื้อสัตว์แปรรูปเพิ่มขึ้น) และกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง (การเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น)
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 2,777.0 ล้านบาท ลดลง 49.4% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.6% เหลือ 10.5% ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 901.0 ล้านบาท ลดลง 74.4% และอัตรา EBITDA ลดลงจาก 12.5% เหลือ 3.4% โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของกำไรขั้นต้นในกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีนจากการลักลอบนำเข้าสุกรผิดกฎหมาย
ส่งผลให้ในไตรมาส 2/2566 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 350.6 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 1,868.9 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และสำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 42.2 ล้านบาท ลดลง 98.9% จาก 3,838.9 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มธุรกิจเกษตร:** การเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าตามการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการและกำลังการผลิตใหม่ของโรงงานอาหารสัตว์
* **การเติบโตของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายอาหารแปรรูปและเนื้อสัตว์แปรรูปในกัมพูชาและลาว
* **การเติบโตของกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง:** การเพิ่มขึ้นของราคาขายอาหารสัตว์เลี้ยงตามกลยุทธ์การเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนและเนื้อสุกรผิดกฎหมาย:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสุกรในประเทศและอัตรากำไรของกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน
* **ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **มาตรการควบคุมการลักลอบนำเข้าสุกรผิดกฎหมาย:** จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของราคาสุกรในประเทศและอัตรากำไรของกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบจะมีผลต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง
* **การขยายกำลังการผลิตในกลุ่มธุรกิจเกษตร:** จะส่งผลต่อปริมาณการขายและรายได้ในอนาคต
* **ผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ:** การเติบโตของปริมาณการขายในกัมพูชาและลาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อชดเชยแรงกดดันจากราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายสุกรในประเทศปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย เป็นปัจจัยลบหลักต่อผลประกอบการไตรมาสนี้ ขณะที่ราคาขายอาหารสัตว์ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มธุรกิจเกษตร
**Volume:** ปริมาณการขายสินค้าโดยรวมเพิ่มขึ้นตามแผนการขยายกำลังการผลิตของบริษัทฯ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเกษตรและกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมากจาก 19.6% เหลือ 10.5% ในไตรมาส 2/66 เนื่องจากแรงกดดันจากราคาขายสุกรที่ลดลงและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
**ช่องทางขาย:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะในเอกสาร แต่การเติบโตในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศบ่งชี้ถึงการขยายช่องทางขายในต่างแดน
**สต็อก:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะในเอกสาร
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การเติบโตของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะในกัมพูชาและลาว แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของตลาดส่งออก
**ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุปัจจัยด้านฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 59,150.0 ล้านบาท ลดลง 9.3% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและเงินฝากธนาคาร เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้และไถ่ถอนหุ้นกู้
หนี้สินรวมอยู่ที่ 32,352.5 ล้านบาท ลดลง 11.5% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 26,797.5 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2565
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.28 เท่า เป็น 1.21 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.83 เท่า เป็น 0.77 เท่า สะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
BTG เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2/2566 จากปัญหาการลักลอบนำเข้าสุกรผิดกฎหมายที่กดดันราคาสุกรในประเทศอย่างรุนแรง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและ EBITDA ดิ่งลงจนบริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสจากการเติบโตในกลุ่มธุรกิจเกษตร ต่างประเทศ และสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะสามารถชดเชยแรงกดดันจากธุรกิจหลักได้มากน้อยเพียงใด ขณะที่การบริหารจัดการหนี้สินยังคงแข็งแกร่ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTG ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
30,043.45
ล้านบาท
↓ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
4,507.15
ล้านบาท
↑ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.00
%
กำไรสุทธิ
1,026.32
ล้านบาท
↑ 4.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.42
%
D/E Ratio
1.02
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
30,043
↓ -0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,507
↑ + 0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,026
↑ + 4.4%
YoY
D/E Ratio
1.02
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.02
ROE (%)
22.53
ROA (%)
12.65
Book Value/หุ้น
17.27
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9,964
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5,826
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BTG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-9,964.46
+98.02%
|
-5,032.14
+20.46%
|
-4,177.32
+20.42%
|
-3,469.02
+118.62%
|
-1,586.75
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5,826.03
+158.30%
|
2,255.56
+174.54%
|
821.57
+450.32%
|
149.29
-112.69%
|
-1,176.57
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,004.92
-55.46%
|
4,501.27
-63.03%
|
12,174.45
+51.85%
|
8,017.39
+196.67%
|
2,702.47
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,775.32
-316.66%
|
819.39
-90.66%
|
8,769.75
+86.68%
|
4,697.67
-7,820.08%
|
-60.85
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,882.48
+84.71%
|
1,560.58
-73.73%
|
5,940.30
+996.52%
|
541.74
-10.10%
|
602.59
+21.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,270.42
-55.93%
|
2,882.48
+86.75%
|
1,543.47
-74.02%
|
5,940.30
+996.52%
|
541.74
-10.10%
|