บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
20.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7087 out_tok=3211 at=2026-07-25T12:34:12 -->
# BTG พลิกกำไร Q3/2565 โตแรง 3,660 ล้านบาท รับอานิสงส์ราคาขายสินค้าเกษตรและอาหารพุ่ง
## รายได้รวมโตเกือบ 50% หนุนกำไรสุทธิกลับมาเป็นบวก หลังต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับขึ้น
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2,407.2 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1,253.1 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 49.2% แตะระดับ 29,690.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นของราคาขายสินค้าในกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน รวมถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BTG ในไตรมาส 3/2565 คือ **การปรับขึ้นของราคาขายสินค้าในกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้น 229.5% มาอยู่ที่ 6,258.9 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 21.2% จาก 9.7% ในปีก่อน นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้รวมเกือบ 50% ยังช่วยให้เกิด Economies of Scale ลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลง ส่งผลให้ EBITDA พลิกจากติดลบมาเป็นบวกที่ 4,076.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิกลับมาเป็น 2,407.2 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 1,253.1 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าในกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน เช่น หมู ไก่ ไข่ไก่ อาหารแปรรูป และเนื้อสัตว์แปรรูป เป็นไปตาม **การปรับตัวขึ้นของราคาตลาดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว** ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้ยังมาจาก **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย** ในหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น กลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง รวมถึงการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ การที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญยังส่งผลให้ **การควบคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น** จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ซึ่งช่วยลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุนและราคาขาย** การปรับขึ้นของราคาขายสินค้าเกษตรและอาหารมักมีปัจจัยฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้อง และการที่ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับสูงขึ้นก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาขายด้วยเช่นกัน ฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตของรายได้มาจากทั้งราคาและปริมาณการขาย ซึ่งหากแนวโน้มราคาวัตถุดิบและราคาขายยังคงอยู่ในระดับสูง หรือมีการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ จะส่งผลดีต่อกำไรในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะตลาดโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ Q3/2565:** บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,407.2 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 1,253.1 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้รวมโตเกือบ 50%:** รายได้รวมอยู่ที่ 29,690.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.2% YoY จาก 19,898.2 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นพุ่ง 229.5%:** กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 6,258.9 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มเป็น 21.2% จาก 9.7%
* **EBITDA กลับมาเป็นบวก:** EBITDA อยู่ที่ 4,076.6 ล้านบาท จากเดิมติดลบ 48.7 ล้านบาทใน Q3/2564
* **ฐานะการเงินเปลี่ยนแปลง:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 19.2% เป็น 50,025.1 ล้านบาท ส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 35.4% เป็น 10,027.9 ล้านบาท หลังการจ่ายเงินปันผลจำนวนมาก
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 29,690.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 19,898.2 ล้านบาท สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 83,825.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.5% จาก 62,801.3 ล้านบาทในปีก่อน
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 6,258.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229.5% จาก 1,899.3 ล้านบาทในปีก่อน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 9.7% เป็น 21.2% สำหรับงวดเก้าเดือน กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 16,274.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.6% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 19.7% จาก 13.8%
EBITDA ในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 4,076.6 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 48.7 ล้านบาทในปีก่อน และมีอัตรา EBITDA 13.7% จาก -0.2% สำหรับงวดเก้าเดือน EBITDA อยู่ที่ 11,058.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 214.1% โดยมีอัตรา EBITDA 13.2% จาก 5.6%
กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 2,407.2 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 1,253.1 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 8.1% จาก -6.3% สำหรับงวดเก้าเดือน กำไรสุทธิอยู่ที่ 6,299.6 ล้านบาท จากขาดทุน 84.6 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 7.5% จาก -0.1%
## โอกาส
* **การเติบโตของราคาขายสินค้า:** การที่ราคาขายสินค้าในกลุ่มอาหารและโปรตีนปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และกำไร
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย:** การขยายกำลังการผลิตและการเพิ่มปริมาณการขายในหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น อาหารและโปรตีน ต่างประเทศ และสัตว์เลี้ยง
* **การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์กำไรสูง:** กลยุทธ์การขายผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **Economies of Scale:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายช่วยให้เกิดการประหยัดต่อขนาด ลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้
* **การเสนอขายหุ้น IPO:** การระบุว่าหลังการ IPO ในเดือนตุลาคม 2565 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยบวกต่อฐานะทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต
* **ความผันผวนของราคาขาย:** ราคาขายสินค้าเกษตรและอาหารอาจผันผวนตามสภาวะตลาดโลกและอุปสงค์-อุปทาน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่สูงขึ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4.99 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.72 เท่า ซึ่งสูงขึ้นจากสิ้นปี 2564 แม้จะระบุว่าหลัง IPO จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การจ่ายเงินปันผลจำนวนมาก:** การจ่ายเงินปันผล 11,250.0 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
* **ทิศทางราคาขายสินค้าเกษตรและอาหาร:** การปรับตัวขึ้นหรือลงของราคาหมู ไก่ ไข่ไก่ และผลิตภัณฑ์แปรรูป
* **ปริมาณการขายในแต่ละกลุ่มธุรกิจ:** การเติบโตของปริมาณการขายในประเทศและต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **ผลกระทบหลังการ IPO:** การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเงินทุนและอัตราส่วนทางการเงินหลังการเสนอขายหุ้น
* **สภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อผู้บริโภค:** ปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่ออุปสงค์สินค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** การเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าในกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน (หมู, ไก่, ไข่ไก่, อาหารแปรรูป, เนื้อสัตว์แปรรูป) เป็นปัจจัยหลักที่หนุนกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ โดยราคาขายปรับขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น
* **Volume:** มีการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในหลายกลุ่มธุรกิจ ทั้งกลุ่มอาหารและโปรตีน กลุ่มต่างประเทศ (ราคาขายสัตว์มีชีวิต) และกลุ่มสัตว์เลี้ยง (ปริมาณการขายและราคาขายอาหารสัตว์เลี้ยง)
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 9.7% ใน Q3/2564 เป็น 21.2% ใน Q3/2565 และ 13.8% เป็น 19.7% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565
* **ช่องทางขาย/ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการเติบโตของรายได้จากการขายทั้งในประเทศและตลาดส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าหรือการเปลี่ยนแปลงของสต็อกสินค้าโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงสินทรัพย์ชีวภาพที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการเติบโตในตลาดส่งออก แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าเกษตรอาจมีปัจจัยฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 60,053.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ชีวภาพ
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 50,025.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้อื่น (เงินปันผลค้างจ่าย 10,500.0 ล้านบาท)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 10,027.9 ล้านบาท ลดลง 35.4% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล 11,250.0 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 2.70 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 4.99 เท่า ณ 30 ก.ย. 2565
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 1.97 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 2.72 เท่า ณ 30 ก.ย. 2565
* **กระแสเงินสด:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลกระแสเงินสดโดยตรงในส่วนนี้
## สรุปท้าย
BTG พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างโดดเด่นในไตรมาส 3 ปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่กลับมาเป็นบวกกว่า 2,407 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการปรับขึ้นของราคาขายสินค้าเกษตรและอาหารที่สามารถส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพจาก Economies of Scale อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและราคาขาย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฐานะทางการเงินหลังการจ่ายเงินปันผลจำนวนมากและการเสนอขายหุ้น IPO ที่คาดว่าจะช่วยปรับปรุงอัตราส่วนหนี้สินให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTG ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
30,043.45
ล้านบาท
↓ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
4,507.15
ล้านบาท
↑ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.00
%
กำไรสุทธิ
1,026.32
ล้านบาท
↑ 4.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.42
%
D/E Ratio
1.02
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
30,043
↓ -0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,507
↑ + 0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,026
↑ + 4.4%
YoY
D/E Ratio
1.02
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.02
ROE (%)
22.53
ROA (%)
12.65
Book Value/หุ้น
17.27
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9,964
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5,826
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BTG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-9,964.46
+98.02%
|
-5,032.14
+20.46%
|
-4,177.32
+20.42%
|
-3,469.02
+118.62%
|
-1,586.75
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5,826.03
+158.30%
|
2,255.56
+174.54%
|
821.57
+450.32%
|
149.29
-112.69%
|
-1,176.57
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,004.92
-55.46%
|
4,501.27
-63.03%
|
12,174.45
+51.85%
|
8,017.39
+196.67%
|
2,702.47
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,775.32
-316.66%
|
819.39
-90.66%
|
8,769.75
+86.68%
|
4,697.67
-7,820.08%
|
-60.85
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,882.48
+84.71%
|
1,560.58
-73.73%
|
5,940.30
+996.52%
|
541.74
-10.10%
|
602.59
+21.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,270.42
-55.93%
|
2,882.48
+86.75%
|
1,543.47
-74.02%
|
5,940.30
+996.52%
|
541.74
-10.10%
|