BLC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BLC
บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
4.20
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9003 out_tok=3345 at=2026-07-25T10:00:30 --> # BLC กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกฟื้นโต 14.6% หลังรายได้ยาแผนปัจจุบัน-สมุนไพรพุ่ง ## รายได้รวมโต 9.9% รับอานิสงส์กลยุทธ์ตลาดเชิงรุก-อุตสาหกรรมยาฟื้นตัว ขณะที่เครื่องสำอาง-ยาปศุสัตว์ยังซบเซา บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 37.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 9.9% จากการใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยา ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิเติบโต 14.6% ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BLC ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร** ซึ่งสามารถชดเชยผลประกอบการที่ลดลงของกลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 4.0 ล้านบาท หรือ 9.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (จาก 41.0 ล้านบาท เป็น 37.0 ล้านบาท) และสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 12.8 ล้านบาท หรือ 14.6% (จาก 87.9 ล้านบาท เป็น 100.7 ล้านบาท) ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน:** มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 14.4% ในไตรมาส 3 และ 18.3% ในงวด 9 เดือน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวตามทิศทางเศรษฐกิจ ตลาดต่างประเทศที่ฟื้นตัว การกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลตามปกติของผู้ป่วย รวมถึงการเพิ่มขึ้นของความต้องการยาเพื่อรักษาโรค นอกจากนี้ เทรนด์การดูแลสุขภาพและการเข้าถึงข้อมูลยาผ่านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นก็มีส่วนช่วย * **ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร:** เติบโต 3.3% ในไตรมาส 3 และ 16.8% ในงวด 9 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล * **ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร:** เติบโตโดดเด่นถึง 42.9% ในไตรมาส 3 และ 40.8% ในงวด 9 เดือน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เพิ่มขึ้น * **กลุ่มเครื่องสำอาง:** รายได้ลดลง 25.1% ในไตรมาส 3 และ 11.5% ในงวด 9 เดือน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้ความต้องการสินค้ากลุ่ม Mouth & Nose product ลดลง * **ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์:** รายได้ลดลง 10.0% ในไตรมาส 3 และ 72.5% ในงวด 9 เดือน จากการลดลงของประชากรสัตว์ปศุสัตว์ นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมสำหรับงวด 9 เดือนปรับตัวดีขึ้นจาก 55.7% เป็น 56.3% เนื่องจากมีการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) และการปรับพอร์ตไปขายสินค้าที่มีกำไรสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ลดลงเล็กน้อยจาก 56.4% เป็น 55.5% เนื่องจากมีค่าซ่อมแซมเครื่องจักร ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของยอดขาย การจัดงานแสดงสินค้า การปรับขึ้นเงินเดือนพนักงาน และค่าที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การใช้บริการ Zuellig Pharma ช่วยลดค่าขนส่งลง ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาส 3 คือ **การเพิ่มขึ้นของอัตราภาษีที่แท้จริง** เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI หมดอายุในเดือนสิงหาคม 2565 ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากปัจจัยขับเคลื่อนหลัก เช่น การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยา การกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลตามปกติ และเทรนด์การดูแลสุขภาพ ยังคงมีแนวโน้มที่ดีในระยะต่อไป ส่วนผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม กลุ่มเครื่องสำอางและยาสำหรับสัตว์ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องจับตาผลกระทบจากปัจจัยเฉพาะของแต่ละกลุ่ม ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q3/2566 เพิ่มขึ้น 9.9% YoY** แตะ 347.0 ล้านบาท และ **9M/2566 เพิ่มขึ้น 13.3% YoY** แตะ 1,011.0 ล้านบาท * **กำไรสุทธิ Q3/2566 เพิ่มขึ้น 14.6% YoY** แตะ 37.0 ล้านบาท (แต่หากเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไร 41.0 ล้านบาท จะลดลง 9.8% เนื่องจากผลกระทบภาษี) **กำไรสุทธิ 9M/2566 เพิ่มขึ้น 14.6% YoY** แตะ 100.7 ล้านบาท * **ผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันเติบโตโดดเด่น** 14.4% ใน Q3 และ 18.3% ใน 9M จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยา * **ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรและเสริมอาหารเติบโตสูง** 3.3% และ 42.9% ตามลำดับใน Q3 และ 16.8% และ 40.8% ใน 9M * **กลุ่มเครื่องสำอางและยาสำหรับสัตว์ยังคงเผชิญแรงกดดัน** รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง * **อัตรากำไรขั้นต้น 9M/2566 ดีขึ้น** เป็น 56.3% จาก 55.7% YoY จาก Economies of Scale และการปรับพอร์ต * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น** ตามการเติบโตของยอดขายและการลงทุนด้านการตลาด * **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น** หลัง IPO มีเงินสดเพิ่มขึ้น และหนี้สินรวมลดลง 33.3% ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและให้บริการ 347.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (315.7 ล้านบาท) และสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้รวม 1,011.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% จากปีก่อนหน้า (892.3 ล้านบาท) ในด้านกำไรสุทธิ ไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 37.0 ล้านบาท ลดลง 9.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (41.0 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราภาษีที่แท้จริงหลังสิทธิประโยชน์ BOI หมดอายุ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณางวด 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 100.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% จากปีก่อนหน้า (87.9 ล้านบาท) โดยมีอัตรากำไรสุทธิทรงตัวที่ประมาณ 10.0% อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 3 อยู่ที่ 55.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 56.4% ในปีก่อนหน้า แต่สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ปรับตัวดีขึ้นเป็น 56.3% จาก 55.7% ในปีก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 4.1% ในไตรมาส 3 และ 12.4% ในงวด 9 เดือน โดยมีสาเหตุหลักจากการจัดงานแสดงสินค้าและการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15.9% ในไตรมาส 3 และ 16.0% ในงวด 9 เดือน จากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยา:** แนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่องจากการกลับมารักษาในโรงพยาบาลตามปกติของผู้ป่วย และความต้องการยาเพื่อรักษาโรคที่เพิ่มขึ้น * **การขยายตัวของตลาดต่างประเทศ:** การเติบโตของลูกค้าในฮ่องกง เมียนมาร์ อินโดนีเซีย และไต้หวัน * **เทรนด์สุขภาพ:** พฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปหลังโควิด-19 และการเข้าถึงข้อมูลยาที่ง่ายขึ้น * **ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรและเสริมอาหาร:** มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล * **การใช้บริการ Zuellig Pharma:** ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าและบริหารจัดการการรับชำระเงินสำหรับลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาล ## ความเสี่ยง * **การหมดอายุสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI:** ส่งผลให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้น * **การแข่งขันในตลาดเครื่องสำอาง:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** อาจส่งผลต่อความต้องการผลิตภัณฑ์บางประเภท * **การลดลงของประชากรสัตว์ปศุสัตว์:** ส่งผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้กลุ่มเครื่องสำอาง:** จะสามารถพลิกฟื้นกลับมาเติบโตได้หรือไม่ * **ผลกระทบจากการหมดอายุสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI:** ต่อกำไรสุทธิในระยะยาว * **การขยายตัวของตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในฮ่องกง เมียนมาร์ อินโดนีเซีย และไต้หวัน * **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร * **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรและเสริมอาหาร:** ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) * **ปริมาณการขาย (Volume):** รายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 9.9% ใน Q3 และ 13.3% ใน 9M ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร * **ราคาขาย (Selling Price):** เอกสารไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มยาแผนปัจจุบันและสมุนไพร รวมถึงการปรับพอร์ตไปขายสินค้ากำไรสูงขึ้น อาจมีผลต่อราคาขายเฉลี่ย * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้น 9M ดีขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดี หรือการประหยัดจากขนาด * **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของยอดขายและการจัดงานแสดงสินค้า รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายจาก 45% เป็น 48% ใน 9M * **ช่องทาง Modern Trade/Online:** มีการเน้นการสื่อสารการตลาดผ่านทุกช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นเดือนกันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของ BLC อยู่ที่ 2,173.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.2% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนระยะสั้น 885.0 ล้านบาท จากเงินสดรับจากการ IPO หนี้สินรวมลดลง 33.3% มาอยู่ที่ 624.2 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 254.5 ล้านบาท และการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 450.3% มาอยู่ที่ 1,549.0 ล้านบาท จากกำไรเบ็ดเสร็จรวมและการเพิ่มทุนจากการ IPO จำนวน 1,207.6 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 4.0 เท่า จาก 1.1 เท่าในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มทุนและลดหนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมากจาก 2.9 เท่า เป็น 0.4 เท่า แสดงถึงการลดลงของภาระหนี้สินอย่างมีนัยสำคัญ ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 8.0 เท่า จาก 7.3 เท่าในปีก่อนหน้า จาก EBITDA ที่ปรับตัวดีขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ## สรุปท้าย BLC ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นผลจากกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยา แม้กำไรสุทธิในไตรมาสจะลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบภาษี แต่ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงเติบโตได้ดี ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากหลังการ IPO อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการหมดอายุสิทธิประโยชน์ทางภาษี และการแข่งขันในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BLC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
412.79 ล้านบาท
↓ 3.7% YoY
กำไรขั้นต้น
239.63 ล้านบาท
↑ 0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
58.05 %
กำไรสุทธิ
38.02 ล้านบาท
↓ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.21 %
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
413
↓ -3.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
240
↑ + 0% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
38
↓ -28.9% YoY
D/E Ratio
0.41

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BLC

รายการ 2569 2568 2567 2566
รายได้รวม
412.79
-3.75%
428.86
-41.93%
738.52
กำไรขั้นต้น
239.63
+0.01%
239.61
-42.07%
413.64
ค่าใช้จ่ายรวม
191.97
+10.04%
174.46
-43.29%
307.65
กำไรสุทธิ
38.02
-28.90%
53.48
-31.32%
77.86
กำไรต่อหุ้น
0.06
-29.21%
0.09
-31.54%
0.13
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
58.05
+3.90%
55.87
-0.25%
56.01
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
46.51
+14.33%
40.68
-2.35%
41.66
อัตรากำไรสุทธิ(%)
9.21
-26.14%
12.47
+18.31%
10.54
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
10.41
-1.51%
10.57
-32.97%
15.77
ROA(%)
9.94
-3.50%
10.30
-11.21%
11.60
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.41
+24.24%
0.33
-17.50%
0.40
P/E
12.73
-23.36%
16.61
-17.61%
20.16
P/BV
1.42
-17.44%
1.72
-4.44%
1.80
BV
2.81
+4.46%
2.69
+5.49%
2.55
YIELD(%)
3.75
+73.61%
2.16
-63.70%
5.95
ราคาหุ้น
4.00
-13.42%
4.62
+0.43%
4.60
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
10.41
ROA (%)
9.94
Book Value/หุ้น
2.81

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BLC

รายการ 2569 2568 2567 2566
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
985.20
-35.19%
1,516.81
-13.03%
1,744.03
+130.39%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,380.41
+92.36%
720.84
+45.27%
496.22
+8.91%
รวมสินทรัพย์
2,365.61
+5.72%
2,237.65
-0.12%
2,240.25
+84.74%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
490.97
+33.86%
366.78
-17.19%
442.27
-38.13%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
195.80
+5.73%
185.18
-8.32%
202.66
-6.29%
รวมหนี้สิน
686.77
+24.42%
551.97
-14.41%
644.92
-30.74%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,678.84
-0.41%
1,685.68
+5.66%
1,595.33
+466.71%
D/E
0.41
0.33
0.40
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
10.41
10.57
15.77
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.94
10.30
11.60
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.01
4.14
3.94
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.00
3.03
3.04
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
81.76
87.78
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
219.33
204.15
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
66.14
79.58
0.00
วงจรเงินสด
234.95
212.35
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-193
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BLC

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-239.97
+17.61%
-204.04
+206.69%
-66.53
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-192.74
-32.01%
-283.48
-6,833.49%
4.21
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
130.20
-49.23%
256.43
-70.57%
871.18
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-303.61
+31.38%
-231.09
-76.12%
-967.68
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
-100.00%
90.46
+139.06%
37.84
+70.68%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
-100.00%
179.54
+98.47%
90.46
+139.03%