บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
4.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9003 out_tok=3345 at=2026-07-25T10:00:30 -->
# BLC กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกฟื้นโต 14.6% หลังรายได้ยาแผนปัจจุบัน-สมุนไพรพุ่ง
## รายได้รวมโต 9.9% รับอานิสงส์กลยุทธ์ตลาดเชิงรุก-อุตสาหกรรมยาฟื้นตัว ขณะที่เครื่องสำอาง-ยาปศุสัตว์ยังซบเซา
บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 37.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 9.9% จากการใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยา ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิเติบโต 14.6%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BLC ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร** ซึ่งสามารถชดเชยผลประกอบการที่ลดลงของกลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 4.0 ล้านบาท หรือ 9.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (จาก 41.0 ล้านบาท เป็น 37.0 ล้านบาท) และสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 12.8 ล้านบาท หรือ 14.6% (จาก 87.9 ล้านบาท เป็น 100.7 ล้านบาท)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน:** มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 14.4% ในไตรมาส 3 และ 18.3% ในงวด 9 เดือน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวตามทิศทางเศรษฐกิจ ตลาดต่างประเทศที่ฟื้นตัว การกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลตามปกติของผู้ป่วย รวมถึงการเพิ่มขึ้นของความต้องการยาเพื่อรักษาโรค นอกจากนี้ เทรนด์การดูแลสุขภาพและการเข้าถึงข้อมูลยาผ่านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นก็มีส่วนช่วย
* **ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร:** เติบโต 3.3% ในไตรมาส 3 และ 16.8% ในงวด 9 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล
* **ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร:** เติบโตโดดเด่นถึง 42.9% ในไตรมาส 3 และ 40.8% ในงวด 9 เดือน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เพิ่มขึ้น
* **กลุ่มเครื่องสำอาง:** รายได้ลดลง 25.1% ในไตรมาส 3 และ 11.5% ในงวด 9 เดือน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้ความต้องการสินค้ากลุ่ม Mouth & Nose product ลดลง
* **ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์:** รายได้ลดลง 10.0% ในไตรมาส 3 และ 72.5% ในงวด 9 เดือน จากการลดลงของประชากรสัตว์ปศุสัตว์
นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมสำหรับงวด 9 เดือนปรับตัวดีขึ้นจาก 55.7% เป็น 56.3% เนื่องจากมีการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) และการปรับพอร์ตไปขายสินค้าที่มีกำไรสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ลดลงเล็กน้อยจาก 56.4% เป็น 55.5% เนื่องจากมีค่าซ่อมแซมเครื่องจักร
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของยอดขาย การจัดงานแสดงสินค้า การปรับขึ้นเงินเดือนพนักงาน และค่าที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การใช้บริการ Zuellig Pharma ช่วยลดค่าขนส่งลง
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาส 3 คือ **การเพิ่มขึ้นของอัตราภาษีที่แท้จริง** เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI หมดอายุในเดือนสิงหาคม 2565 ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากปัจจัยขับเคลื่อนหลัก เช่น การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยา การกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลตามปกติ และเทรนด์การดูแลสุขภาพ ยังคงมีแนวโน้มที่ดีในระยะต่อไป ส่วนผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม กลุ่มเครื่องสำอางและยาสำหรับสัตว์ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องจับตาผลกระทบจากปัจจัยเฉพาะของแต่ละกลุ่ม
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 เพิ่มขึ้น 9.9% YoY** แตะ 347.0 ล้านบาท และ **9M/2566 เพิ่มขึ้น 13.3% YoY** แตะ 1,011.0 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 เพิ่มขึ้น 14.6% YoY** แตะ 37.0 ล้านบาท (แต่หากเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไร 41.0 ล้านบาท จะลดลง 9.8% เนื่องจากผลกระทบภาษี) **กำไรสุทธิ 9M/2566 เพิ่มขึ้น 14.6% YoY** แตะ 100.7 ล้านบาท
* **ผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันเติบโตโดดเด่น** 14.4% ใน Q3 และ 18.3% ใน 9M จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยา
* **ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรและเสริมอาหารเติบโตสูง** 3.3% และ 42.9% ตามลำดับใน Q3 และ 16.8% และ 40.8% ใน 9M
* **กลุ่มเครื่องสำอางและยาสำหรับสัตว์ยังคงเผชิญแรงกดดัน** รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
* **อัตรากำไรขั้นต้น 9M/2566 ดีขึ้น** เป็น 56.3% จาก 55.7% YoY จาก Economies of Scale และการปรับพอร์ต
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น** ตามการเติบโตของยอดขายและการลงทุนด้านการตลาด
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น** หลัง IPO มีเงินสดเพิ่มขึ้น และหนี้สินรวมลดลง 33.3%
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและให้บริการ 347.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (315.7 ล้านบาท) และสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้รวม 1,011.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% จากปีก่อนหน้า (892.3 ล้านบาท)
ในด้านกำไรสุทธิ ไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 37.0 ล้านบาท ลดลง 9.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (41.0 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราภาษีที่แท้จริงหลังสิทธิประโยชน์ BOI หมดอายุ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณางวด 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 100.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% จากปีก่อนหน้า (87.9 ล้านบาท) โดยมีอัตรากำไรสุทธิทรงตัวที่ประมาณ 10.0%
อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 3 อยู่ที่ 55.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 56.4% ในปีก่อนหน้า แต่สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ปรับตัวดีขึ้นเป็น 56.3% จาก 55.7% ในปีก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 4.1% ในไตรมาส 3 และ 12.4% ในงวด 9 เดือน โดยมีสาเหตุหลักจากการจัดงานแสดงสินค้าและการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15.9% ในไตรมาส 3 และ 16.0% ในงวด 9 เดือน จากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าตลาดหลักทรัพย์
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยา:** แนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่องจากการกลับมารักษาในโรงพยาบาลตามปกติของผู้ป่วย และความต้องการยาเพื่อรักษาโรคที่เพิ่มขึ้น
* **การขยายตัวของตลาดต่างประเทศ:** การเติบโตของลูกค้าในฮ่องกง เมียนมาร์ อินโดนีเซีย และไต้หวัน
* **เทรนด์สุขภาพ:** พฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปหลังโควิด-19 และการเข้าถึงข้อมูลยาที่ง่ายขึ้น
* **ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรและเสริมอาหาร:** มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล
* **การใช้บริการ Zuellig Pharma:** ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าและบริหารจัดการการรับชำระเงินสำหรับลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาล
## ความเสี่ยง
* **การหมดอายุสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI:** ส่งผลให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้น
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องสำอาง:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** อาจส่งผลต่อความต้องการผลิตภัณฑ์บางประเภท
* **การลดลงของประชากรสัตว์ปศุสัตว์:** ส่งผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้กลุ่มเครื่องสำอาง:** จะสามารถพลิกฟื้นกลับมาเติบโตได้หรือไม่
* **ผลกระทบจากการหมดอายุสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI:** ต่อกำไรสุทธิในระยะยาว
* **การขยายตัวของตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในฮ่องกง เมียนมาร์ อินโดนีเซีย และไต้หวัน
* **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรและเสริมอาหาร:** ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ปริมาณการขาย (Volume):** รายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 9.9% ใน Q3 และ 13.3% ใน 9M ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
* **ราคาขาย (Selling Price):** เอกสารไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มยาแผนปัจจุบันและสมุนไพร รวมถึงการปรับพอร์ตไปขายสินค้ากำไรสูงขึ้น อาจมีผลต่อราคาขายเฉลี่ย
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้น 9M ดีขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดี หรือการประหยัดจากขนาด
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของยอดขายและการจัดงานแสดงสินค้า รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายจาก 45% เป็น 48% ใน 9M
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** มีการเน้นการสื่อสารการตลาดผ่านทุกช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของ BLC อยู่ที่ 2,173.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.2% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนระยะสั้น 885.0 ล้านบาท จากเงินสดรับจากการ IPO
หนี้สินรวมลดลง 33.3% มาอยู่ที่ 624.2 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 254.5 ล้านบาท และการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 450.3% มาอยู่ที่ 1,549.0 ล้านบาท จากกำไรเบ็ดเสร็จรวมและการเพิ่มทุนจากการ IPO จำนวน 1,207.6 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 4.0 เท่า จาก 1.1 เท่าในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มทุนและลดหนี้สิน
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมากจาก 2.9 เท่า เป็น 0.4 เท่า แสดงถึงการลดลงของภาระหนี้สินอย่างมีนัยสำคัญ
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 8.0 เท่า จาก 7.3 เท่าในปีก่อนหน้า จาก EBITDA ที่ปรับตัวดีขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
## สรุปท้าย
BLC ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นผลจากกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยา แม้กำไรสุทธิในไตรมาสจะลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบภาษี แต่ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงเติบโตได้ดี ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากหลังการ IPO อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการหมดอายุสิทธิประโยชน์ทางภาษี และการแข่งขันในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BLC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
412.79
ล้านบาท
↓ 3.7% YoY
กำไรขั้นต้น
239.63
ล้านบาท
↑ 0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
58.05
%
กำไรสุทธิ
38.02
ล้านบาท
↓ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.21
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
413
↓ -3.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
240
↑ + 0%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
38
↓ -28.9%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BLC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
412.79
-3.75%
|
428.86
-41.93%
|
738.52
|
| กำไรขั้นต้น | — |
239.63
+0.01%
|
239.61
-42.07%
|
413.64
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
191.97
+10.04%
|
174.46
-43.29%
|
307.65
|
| กำไรสุทธิ | — |
38.02
-28.90%
|
53.48
-31.32%
|
77.86
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.06
-29.21%
|
0.09
-31.54%
|
0.13
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
58.05
+3.90%
|
55.87
-0.25%
|
56.01
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
46.51
+14.33%
|
40.68
-2.35%
|
41.66
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
9.21
-26.14%
|
12.47
+18.31%
|
10.54
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROE(%) | — |
10.41
-1.51%
|
10.57
-32.97%
|
15.77
|
| ROA(%) | — |
9.94
-3.50%
|
10.30
-11.21%
|
11.60
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.41
+24.24%
|
0.33
-17.50%
|
0.40
|
| P/E | — |
12.73
-23.36%
|
16.61
-17.61%
|
20.16
|
| P/BV | — |
1.42
-17.44%
|
1.72
-4.44%
|
1.80
|
| BV | — |
2.81
+4.46%
|
2.69
+5.49%
|
2.55
|
| YIELD(%) | — |
3.75
+73.61%
|
2.16
-63.70%
|
5.95
|
| ราคาหุ้น | — |
4.00
-13.42%
|
4.62
+0.43%
|
4.60
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
10.41
ROA (%)
9.94
Book Value/หุ้น
2.81
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BLC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
985.20
-35.19%
|
1,516.81
-13.03%
|
1,744.03
+130.39%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
1,380.41
+92.36%
|
720.84
+45.27%
|
496.22
+8.91%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
2,365.61
+5.72%
|
2,237.65
-0.12%
|
2,240.25
+84.74%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
490.97
+33.86%
|
366.78
-17.19%
|
442.27
-38.13%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
195.80
+5.73%
|
185.18
-8.32%
|
202.66
-6.29%
|
| รวมหนี้สิน | — |
686.77
+24.42%
|
551.97
-14.41%
|
644.92
-30.74%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
1,678.84
-0.41%
|
1,685.68
+5.66%
|
1,595.33
+466.71%
|
| D/E | — |
0.41
|
0.33
|
0.40
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
10.41
|
10.57
|
15.77
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
9.94
|
10.30
|
11.60
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
2.01
|
4.14
|
3.94
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
1.00
|
3.03
|
3.04
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
81.76
|
87.78
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
219.33
|
204.15
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
66.14
|
79.58
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
234.95
|
212.35
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-193
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BLC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-239.97
+17.61%
|
-204.04
+206.69%
|
-66.53
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-192.74
-32.01%
|
-283.48
-6,833.49%
|
4.21
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
130.20
-49.23%
|
256.43
-70.57%
|
871.18
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-303.61
+31.38%
|
-231.09
-76.12%
|
-967.68
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
90.46
+139.06%
|
37.84
+70.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
179.54
+98.47%
|
90.46
+139.03%
|