บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
4.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6152 out_tok=2863 at=2026-07-25T03:05:30 -->
BLC กำไรสุทธิ Q2/66 โต 10.2% รับรายได้ยาฟื้น-มาร์จิ้นดีขึ้น
รายได้รวมโต 10.5% YoY จากกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนและพอร์ตสินค้า
บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 327.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 33.4 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10.2% การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BLC ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันและยา/ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ประกอบกับการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้กลุ่มยาเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันเพิ่มขึ้น 15.3% (Q2/66 เทียบ Q2/65) และกลุ่มยา สมุนไพร และเสริมอาหาร เติบโตถึง 27.0% และ 67.6% ตามลำดับ ปัจจัยสนับสนุนมาจากการขยายตัวตามทิศทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว การกลับมาใช้บริการของนักท่องเที่ยวต่างชาติในโรงพยาบาล รวมถึงเทรนด์การดูแลสุขภาพที่เปลี่ยนไปหลังโควิด-19 และการเข้าถึงข้อมูลยาที่ง่ายขึ้น ทำให้ความต้องการยาและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มสูงขึ้น
2. **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น:** GPM เพิ่มขึ้นจาก 53.8% ใน Q2/65 เป็น 56.5% ใน Q2/66 และ 55.4% เป็น 56.7% ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 สาเหตุหลักมาจากการได้รับประโยชน์จาก Economies of Scale ทำให้ต้นทุนสินค้าต่อหน่วยลดลง และการปรับพอร์ตการขายไปสู่สินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่มเครื่องสำอางลดลง 14.1% ในไตรมาส 2 ปี 2566 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ส่งผลให้สินค้ากลุ่ม Mouth & Nose product ลดลง และผลิตภัณฑ์ยาสัตว์ยังคงได้รับผลกระทบจากจำนวนประชากรสัตว์ที่ลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาและสมุนไพร เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเทรนด์การดูแลสุขภาพมีแนวโน้มจะดำเนินต่อไป นอกจากนี้ การที่บริษัทมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและออกบูธอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มโรงพยาบาล จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สัตว์ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 เติบโต 10.5% YoY** แตะ 327.0 ล้านบาท จากการใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 อยู่ที่ 33.4 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10.2%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 53.8% ใน Q2/65 เป็น 56.5% ใน Q2/66 จาก Economies of Scale และการปรับพอร์ตสินค้า
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันและยา/ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลัก** เติบโต 15.3% และ 27.0% ตามลำดับ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น** ตามการเติบโตของยอดขาย กิจกรรมส่งเสริมการขาย และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเตรียม IPO
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นหลัง IPO** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 89.0% เป็น 2,292.0 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 441.8% เป็น 1,525.3 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการเท่ากับ 327.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดโปรโมชั่น การส่งเสริมการขาย และการออกบูธแสดงสินค้า เพื่อเพิ่ม Brand Awareness และขยายฐานลูกค้า
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 53.8% ในไตรมาส 2 ปี 2565 เป็น 56.5% ในไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งเป็นผลมาจากการได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ทำให้ต้นทุนสินค้าต่อหน่วยลดลง รวมถึงการปรับพอร์ตการขายสินค้าไปยังกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.2% และ 7.7% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของยอดขาย กิจกรรมส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น การจัดงานแสดงสินค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO)
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 33.4 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10.2% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการ 664.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% และมีกำไรสุทธิ 63.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.6%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อความต้องการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพโดยรวม
* **เทรนด์การดูแลสุขภาพ:** ประชาชนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้นหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19
* **การขยายฐานลูกค้าโรงพยาบาล:** การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาลผ่านผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรและยาแผนปัจจุบัน ช่วยเพิ่มช่องทางการขาย
* **การเข้าถึงข้อมูลยาผ่านเทคโนโลยี:** ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
* **การเตรียมความพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO):** ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ เสริมสร้างภาพลักษณ์ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องสำอาง:** ตลาดเครื่องสำอางมีการแข่งขันสูงและมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่รวดเร็ว
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด:** แม้สถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย แต่การระบาดของโรคอื่นๆ หรือการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าบางกลุ่มได้
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **การพึ่งพิงช่องทาง Modern Trade และ Online:** การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและการแข่งขันในช่องทางเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาและสมุนไพร:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การฟื้นตัวของยอดขายกลุ่มเครื่องสำอาง:** จะสามารถพลิกกลับมาเติบโตได้มากน้อยเพียงใด
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก:** โปรโมชั่นและการส่งเสริมการขายจะสามารถสร้างยอดขายได้อย่างยั่งยืนหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลกระทบจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์:** การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
**ปริมาณการขาย (Volume) และราคาขาย (Price):** เอกสารระบุว่าปริมาณการขายสินค้าของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุก อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุสัดส่วนที่ชัดเจนระหว่างการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและราคาขาย แต่การเติบโตของรายได้จากกลุ่มยาแผนปัจจุบันและยา/ผลิตภัณฑ์สมุนไพร สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้น
**Market Share:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Market Share ของบริษัท
**ต้นทุนวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่กล่าวถึงการได้รับประโยชน์จาก Economies of Scale ที่ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าต่อหน่วยลดลง
**ค่าใช้จ่ายการตลาด:** มีการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายจากการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์และเพิ่ม Brand Awareness
**ช่องทาง Modern Trade/Online:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงสัดส่วนรายได้จากช่องทาง Modern Trade หรือ Online โดยตรง แต่การจัดงานแสดงสินค้าและบูธต่างๆ สะท้อนถึงความพยายามในการเข้าถึงลูกค้าในหลากหลายช่องทาง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 มีจำนวน 2,292.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.0% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 1,014.3 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับเงินสดจากการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิตและยอดขายที่คาดว่าจะเติบโต
**หนี้สินรวม:** ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 มีจำนวน 766.7 ล้านบาท ลดลง 17.7% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่ได้ชำระคืนไป
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 441.8% เป็น 1,525.3 ล้านบาท จากกำไรเบ็ดเสร็จรวมและการเพิ่มทุนจากการออกหุ้น IPO
**กระแสเงินสด:** ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรงในเอกสารนี้ แต่การเพิ่มขึ้นของเงินสดจำนวนมากบ่งชี้ถึงการได้รับเงินจากการออกหุ้น IPO
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BLC ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการเติบโตของรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาและสมุนไพรที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น และกำไรสุทธิเติบโตอย่างน่าพอใจ แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการเตรียม IPO แต่ภาพรวมฐานะการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากหลังจากการระดมทุน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการแข่งขันในตลาดเครื่องสำอางและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BLC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
412.79
ล้านบาท
↓ 3.7% YoY
กำไรขั้นต้น
239.63
ล้านบาท
↑ 0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
58.05
%
กำไรสุทธิ
38.02
ล้านบาท
↓ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.21
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
413
↓ -3.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
240
↑ + 0%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
38
↓ -28.9%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BLC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
412.79
-3.75%
|
428.86
-41.93%
|
738.52
|
| กำไรขั้นต้น | — |
239.63
+0.01%
|
239.61
-42.07%
|
413.64
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
191.97
+10.04%
|
174.46
-43.29%
|
307.65
|
| กำไรสุทธิ | — |
38.02
-28.90%
|
53.48
-31.32%
|
77.86
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.06
-29.21%
|
0.09
-31.54%
|
0.13
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
58.05
+3.90%
|
55.87
-0.25%
|
56.01
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
46.51
+14.33%
|
40.68
-2.35%
|
41.66
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
9.21
-26.14%
|
12.47
+18.31%
|
10.54
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROE(%) | — |
10.41
-1.51%
|
10.57
-32.97%
|
15.77
|
| ROA(%) | — |
9.94
-3.50%
|
10.30
-11.21%
|
11.60
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.41
+24.24%
|
0.33
-17.50%
|
0.40
|
| P/E | — |
12.73
-23.36%
|
16.61
-17.61%
|
20.16
|
| P/BV | — |
1.42
-17.44%
|
1.72
-4.44%
|
1.80
|
| BV | — |
2.81
+4.46%
|
2.69
+5.49%
|
2.55
|
| YIELD(%) | — |
3.75
+73.61%
|
2.16
-63.70%
|
5.95
|
| ราคาหุ้น | — |
4.00
-13.42%
|
4.62
+0.43%
|
4.60
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
10.41
ROA (%)
9.94
Book Value/หุ้น
2.81
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BLC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
985.20
-35.19%
|
1,516.81
-13.03%
|
1,744.03
+130.39%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
1,380.41
+92.36%
|
720.84
+45.27%
|
496.22
+8.91%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
2,365.61
+5.72%
|
2,237.65
-0.12%
|
2,240.25
+84.74%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
490.97
+33.86%
|
366.78
-17.19%
|
442.27
-38.13%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
195.80
+5.73%
|
185.18
-8.32%
|
202.66
-6.29%
|
| รวมหนี้สิน | — |
686.77
+24.42%
|
551.97
-14.41%
|
644.92
-30.74%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
1,678.84
-0.41%
|
1,685.68
+5.66%
|
1,595.33
+466.71%
|
| D/E | — |
0.41
|
0.33
|
0.40
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
10.41
|
10.57
|
15.77
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
9.94
|
10.30
|
11.60
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
2.01
|
4.14
|
3.94
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
1.00
|
3.03
|
3.04
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
81.76
|
87.78
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
219.33
|
204.15
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
66.14
|
79.58
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
234.95
|
212.35
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-193
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BLC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-239.97
+17.61%
|
-204.04
+206.69%
|
-66.53
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-192.74
-32.01%
|
-283.48
-6,833.49%
|
4.21
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
130.20
-49.23%
|
256.43
-70.57%
|
871.18
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-303.61
+31.38%
|
-231.09
-76.12%
|
-967.68
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
90.46
+139.06%
|
37.84
+70.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
179.54
+98.47%
|
90.46
+139.03%
|