บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
8.05
+0.10 (+1.26%)
สรุปสั้น
สาเหตุที่กำไรเพิ่มขึ้นสามารถส่งมอบผลกระกอบการที่ดีเยี่ยมและ สามารถสร้างสถิติใหม่ โดยมีรายได้เท่ากับ 10,849 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.1 จากปีก่อนหน้า) และกําไร เท่ากับ 1,730 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.3 จากปีก่อนหน้า) ในขณะเดียวกันอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนยังคง อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเท่ากับ 0.49 เท่า
รายได้ทั้งหมดจึงมาจากโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์ ต่อเนื่องจากปี 2564 โดยปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด 5 โครงการ และมียอดโอน กรรมสิทธิ์ที่ยอดเยี่ยมในไตรมาส 1 ปี 2565 ยกตัวอย่างเช่น
1) โครงการ Life อโศก-พระราม9 มียอดโอน กรรมสิทธิ์รวมร้อยละ 91.9% เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 จากไตรมาสก่อนหน้า 2) โครงการ Life ลาดพร้าว แวลลีย์ มี ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมร้อยละ 44.8% เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5 จากไตรมาสก่อนหน้า และ 3) โครงการ Life อโศก ไฮป์ มียอดโอนกรรมสิทธิ์รวมร้อยละ 37.0% เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.0 จากไตรมาสก่อนหน้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4484 out_tok=2467 at=2026-07-25T09:39:48 -->
# AP กำไร Q3/2565 พุ่ง 37.6% รับแรงหนุนโอนแนวราบ-คอนโดฯ โครงการใหม่
## รายได้รวมโต 25.6% แตะ 8,982 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น หนุนกำไรสุทธิโตต่อเนื่อง
บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 8,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,418 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 37.6% การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AP ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่ยังคงเป็นรายได้หลัก และการรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
รายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 8,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจาก:
* **โครงการแนวราบ:** สร้างรายได้ 8,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการเดิมและโครงการที่เพิ่งเปิดขายใหม่ โดยในไตรมาสนี้มีโครงการแนวราบใหม่ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มอีกถึง 11 โครงการ เช่น Centro บางนา, บ"านกลางเมือง The Edition ปDQนเกล"า-บรมราชชนนี, Pleno สุขุมวิท-บางนา2 เป็นต้น
* **โครงการคอนโดมิเนียม:** สร้างรายได้ 305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% จากปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการ Aspire เอราวัณ ไพร3ม ซึ่งเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 1 ปี 2565 และโครงการ Aspire สุขุมวิท-อ.อนนุช เฟส1 ที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 92.0% และ Aspire เอราวัณ ไพร3ม มียอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 40.6% ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565
นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 33.9% เพิ่มขึ้น 1.9% จากปีก่อน และสำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 33.6% เพิ่มขึ้น 1.5% จากปีก่อน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการได้ดี
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าก็มีส่วนสำคัญ โดยในไตรมาส 3 ปี 2565 มีโครงการร่วมทุนใหม่ 2 โครงการที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ คือ Life สาทร เซียร3รา และ Rhythm เอกมัย เอสเตท ทำให้บริษัทสามารถโอนกรรมสิทธิ์โครงการร่วมทุนได้รวม 3,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.0% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 24.1% จากปีก่อน ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 324 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
1. **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog โดยตรง แต่การที่บริษัทสามารถเปิดโครงการใหม่และเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้หลายโครงการในไตรมาสเดียว สะท้อนถึงการบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพ และมีโครงการรอรับรู้รายได้ในอนาคต
2. **การเปิดโครงการใหม่:** การมีโครงการแนวราบใหม่ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ถึง 11 โครงการในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพัฒนาและส่งมอบโครงการอย่างต่อเนื่อง
3. **การบริหารต้นทุน:** อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น บ่งชี้ว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ดี ซึ่งหากยังคงรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ จะส่งผลดีต่อกำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 8,982 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 25.6% YoY
* **กำไรสุทธิ 1,418 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 37.6% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น 33.9%:** เพิ่มขึ้น 1.9% YoY
* **รายได้จากโครงการแนวราบ 8,384 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 25.7% YoY จากการโอน 11 โครงการใหม่
* **รายได้จากคอนโดมิเนียม 305 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 24.4% YoY จากโครงการ Aspire เอราวัณ ไพร3ม และ Aspire สุขุมวิท-อ.อนนุช เฟส1
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า 324 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นจากการโอน 2 โครงการใหม่ (Life สาทร เซียร3รา, Rhythm เอกมัย เอสเตท)
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.52 เท่า:** อยู่ในระดับแข็งแกร่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 8,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 8,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% และรายได้ค่าบริการและค่าบริหารจัดการอยู่ที่ 293 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.7% กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,418 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่:** การเปิดโครงการแนวราบใหม่ 11 โครงการ และโครงการคอนโดมิเนียมที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไรในระยะสั้นถึงกลาง
* **การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** การมีโครงการร่วมทุนใหม่ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ จะช่วยเสริมรายได้และกำไรของบริษัท
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น แสดงถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** หากต้นทุนวัสดุและแรงงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์อาจกดดันราคาขายและยอดขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายรอการโอน (Backlog):** ติดตามการรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่ และการสร้าง Backlog ใหม่จากโครงการที่กำลังจะเปิดขาย
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** ความสำเร็จในการเปิดตัวและยอดขายของโครงการใหม่ที่จะเปิดในไตรมาสถัดไป
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง หรือมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารต้นทุนการก่อสร้าง:** การติดตามแนวโน้มต้นทุนวัสดุและแรงงานที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่เติบโตถึง 25.7% จากการโอน 11 โครงการใหม่ สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการตั้งแต่การเปิดตัวจนถึงการส่งมอบ การโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมก็มีส่วนช่วยเช่นกัน แม้จะมาจากโครงการที่เริ่มโอนไปก่อนหน้าแล้ว แต่ก็ยังคงสร้างรายได้ต่อเนื่อง
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 1.9% YoY เป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรืออาจมีการปรับราคาขายที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด
**โครงการร่วมทุน:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมผลประกอบการ โดยเฉพาะการมีโครงการใหม่ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** บริษัทยังคงควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี โดยคิดเป็น 17.6% ของรายได้ (หรือ 16.4% เมื่อรวมรายได้จากโครงการร่วมทุน) ซึ่งอยู่ในระดับคงที่เมื่อเทียบกับปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารระบุว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ 0.52 เท่า ซึ่งบ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัทได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
AP (ไทยแลนด์) โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่งด้วยรายได้รวมที่เติบโต 25.6% และกำไรสุทธิที่พุ่งขึ้น 37.6% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากสภาวะตลาดและต้นทุนการก่อสร้าง แต่ด้วย Backlog ที่คาดว่าแข็งแกร่ง และการเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรจับตาการรับรู้รายได้จาก Backlog และการบริหารต้นทุนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
10,656.73
ล้านบาท
↑ 13.2% YoY
กำไรขั้นต้น
3,348.63
ล้านบาท
↑ 6.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.42
%
กำไรสุทธิ
1,292.28
ล้านบาท
↓ 0.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.13
%
D/E Ratio
0.86
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
10,657
↑ + 13.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,349
↑ + 6.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,292
↓ -0.1%
YoY
D/E Ratio
0.86
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.86
ROE (%)
9.62
ROA (%)
6.90
Book Value/หุ้น
14.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,037
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-778
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,036.94
+29.97%
|
1,567.24
-83.57%
|
9,536.66
-211.82%
|
-8,528.30
+36.10%
|
-6,266.20
-1,185.70%
|
577.16
-85.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-777.58
-202.27%
|
760.32
-62.65%
|
2,035.56
-602.52%
|
-405.07
-216.09%
|
348.92
-6.98%
|
375.11
-480.94%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,218.76
-69.78%
|
-4,032.88
-70.76%
|
-13,792.79
-295.32%
|
7,061.77
+127.06%
|
3,110.03
-160.59%
|
-5,132.55
-13.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
40.58
-102.38%
|
-1,705.32
-23.20%
|
-2,220.59
+18.65%
|
-1,871.58
-33.33%
|
-2,807.25
-32.85%
|
-4,180.31
+95.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,565.06
+25.69%
|
2,040.72
+23.68%
|
1,650.00
-20.28%
|
2,069.64
-24.46%
|
2,739.74
+380.46%
|
570.23
-40.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|